กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง ปีงบประมาณ 2562

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง ปีงบประมาณ 2562
รหัสโครงการ 62-L5231-01-003
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ รพ.สต.โหล๊ะยาว
วันที่อนุมัติ 15 มกราคม 2562
ปี 2562
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 กุมภาพันธ์ 2562 - 30 กันยายน 2562
งบประมาณ 46,622.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ รพ.สต.โหล๊ะยาว
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลควนรู อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา
ประเด็น
แผนงานอาหารและโภชนาการ , แผนงานเด็ก เยาวชน ครอบครัว , แผนงานผู้สูงอายุ , แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

จากความเร่งรีบและแข่งขันในชีวิตประจำวันทำให้คนลืมนึกถึงและใส่ใจกับเรื่องสุขภาพจะเห็นได้ว่าพฤติกรรมการบริโภค พฤติกรรมการออกกำลังกาย และพฤติกรรมอื่นๆที่เกี่ยวโยงกับสุขภาพทำให้คนส่วนใหญ่ละเลย ไม่ใส่ใจจนทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาอย่างเห็นได้ชัด หลายคนที่เป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ไม่มีความเชื่อมโยงด้านพันธุกรรม แต่พบว่าสาเหตุการเจ็บป่วยเกิดจากพฤติกรรมล้วนๆ และที่สำคัญไม่เฉพาะกลุ่มที่สูงอายุเท่านั้นที่เป็นกลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรังได้ หากแต่ปัจจุบันแนวโน้มของกลุ่มเสี่ยงในคนไทย อายุแทบจะไม่เป็นปัจจัยของผู้มีความเสี่ยงจะเป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรังในอนาคตเท่านั้น โดยจะเห็นได้จากการพบผู้ป่วยโรคอ้วนและเบาหวานในเด็กมีแนวโน้มที่สูงขึ้นทุกปี ดังนั้นประชากรทุกกลุ่มจึงเป็นเป้าหมายในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังตลอดปี 2562 นี้ จากการลงคัดกรอง ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโหล๊ะยาว ปี 2561 มีผู้มาคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 1,412 คิดเป็นร้อยละ 96.84 ผู้มีภาวะเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 194 คน แบ่งเป็นเสี่ยง 173 คน และ เสี่ยงสูง 21 คน มีผู้มาคัดกรองโรคเบาหวาน จำนวน 1,548 คน คิดเป็นร้อยละ 94.51 ผู้มีภาวะเสี่ยงโรคเบาหวาน จำนวน 267 คน แบ่งเป็นเสี่ยง 254 คน เสี่ยงสูง 13 คนทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโหล๊ะยาว จึงเกิดโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรคเบาหวานความดันโลหิตสูงปี2562 ขึ้นในประชาชนกลุ่มเสี่ยงทุกกลุ่มอายุ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรู้จักการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ผิดๆที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคในอนาคต ให้มีความรู้และสามารถดุแลตนเองและคนในครอบครัว เกิดพฤติกรรมที่ดีและสามารถลดอัตราการเกิดโรคเรื้อรังเพิ่มได้ในระยะยาว

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อค้นหาผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงในพื้นที่ และส่งต่อผู้ป่วยพบแพทย์ทุกราย
  2. เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง มีความรู้ด้านสุขภาพในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค
  3. เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง มีพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพ สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด/ความดันโลหิตได้
  4. เพื่อลดอัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
  5. เพื่อให้เกิดกิจกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในทุกหมู่บ้าน เช่น กิจกรรมการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพของคนในหมู่บ้าน ปลูกผักกินเองของคนในหมู่บ้าน ฯลฯ และมีหมู่บ้านต้นแบบอย่างน้อย 1 หมู่บ้าน
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. กิจกรรมการคัดกรองค้นหาผู้ป่วย/กลุ่มเเสี่ยง ต่อการเกิดโรคเบาหวานดันโลหิตสูง
  2. จัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
วิธีดำเนินการ
  1. กิจกรรมการคัดกรองค้นหาผู้ป่วย/กลุ่มเเสี่ยง ต่อการเกิดโรคเบาหวานดันโลหิตสูง
        - ดำเนินการคัดกรองในพื้นที่ทั้ง 5 หมู่ในเขตรับผิดชอบ โดยมีอสม. และเจ้าหน้าที่ร่วมในการดำเนินการคัดกรองฯ
    1. จัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
          - จัดอบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เรื่อง 3อ.2ส. ใน 1 หมู่บ้าน     - ติดตามกลุ่มเสี่ยงทุกราย โดยอสม. และ จนท. ลงติดตามซ้ำในรายที่ไม่สามารถควบคุมระดับความเสี่ยงได้     - สุ่มติดตามกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานความดันโลหิตสูงในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเอง
    2. ส่งต่อพบแพทย์ในกลุ่มเสี่ยงที่มีระดับน้ำตาลและความดันโลหิตสูง
  2. จัดกิจกรรมหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรม-ดำเนินการจัดหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤตกรรม ๑ หมู่บ้านในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนในชุมชนโดยจนท.จะลงประเมินผลงานในพื้นที่ หมู่บ้าน ซึ่งหมู่บ้านจะต้องดำเนินกิจกรรมการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดทั้งปี-ดำเนินการจัดการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของคนในหมู่บ้าน-ดำเนินการจัดสาธิตเมนูอาหารเพื่อสุขภาพของคนในหมู่บ้าน
  3. นิเทศ ติดตามสนับสนุน ประเมินผล และสรุปผล
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ผู้ป่วย (ผู้ที่มีค่าระดับน้ำตาลในเลือดและ/ความดันโลหิตสูง อยู่ในโซนสีแดง ของวงจรปิงปอง ๗สี) ร้อยละ 100 ได้รับการการส่งต่อพบแพทย์ทุกราย 2.กลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง มีความรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น ร้อยละ 90 3.กลุ่มเสี่ยงที่ได้รับการอบรมความรู้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด/ความดันโลหิตสูงได้ ร้อยละ 90 4.กลุ่มเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด/ความดันโลหิตสูงได้รับการส่งพบแพทย์ทุกราย ร้อยละ100 5.มี หมู่บ้าน ที่มีกิจกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในชุมชน 1 หมู่บ้าน