โครงการควบคุมป้องกันและค้นหาผู้ป่วยวัณโรค เขตเทศบาลนครสงขลา ประจำปี 2562
โครงการควบคุมป้องกันและค้นหาผู้ป่วยวัณโรค เขตเทศบาลนครสงขลา ประจำปี 2562
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการควบคุมป้องกันและค้นหาผู้ป่วยวัณโรค เขตเทศบาลนครสงขลา ประจำปี 2562 | |
| รหัสโครงการ | 61-L7250-1-04 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | งานป้องกันควบคุมโรค กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม | |
| วันที่อนุมัติ | 18 กุมภาพันธ์ 2562 | |
| ปี | 2562 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ธันวาคม 2561 - 30 กันยายน 2562 | |
| งบประมาณ | 49,650.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | ( นางศรินทิพย์ มุณีสว่าง ) ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา |
วัณโรคยังเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศไทย โดย พ.ศ.2558 องค์การอนามัยโลกจัดให้ประเทศไทยเป็น 1 ใน 14 ประเทศที่มีปัญหาวัณโรครุนแรงระดับโลก ทั้งวัณโรคทั่วไป วัณโรคและเอดส์ วัณโรคดื้อยา หลายขนาน พบมีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ 120,000 ราย หรือคิดเป็น 171 ต่อประชากรแสนคน ซึ่งในจำนวนดังกล่าว มีผู้ป่วยเสียชีวิต 12,000 ราย รวมทั้งมีปัญหาวัณโรคดื้อยาหลายขนานคาดปีละ 2,200 ราย ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่มีผู้สูงอายุมากขึ้น มีการเคลื่อนย้ายแรงงานเพิ่มขึ้น โดยผู้ป่วยวัณโรคเกินกว่าครึ่งหนึ่งไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย (แผนยุทธศาสตร์วัณโรคระดับชาติ, 2560) ประเทศไทยมีอัตราป่วยวัณโรครายใหม่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลก 1.3 เท่า มีผู้ป่วยที่ตรวจพบและรายงาน ร้อยละ 59 ของที่คาดประมาณเท่านั้น ซึ่งสะท้อนถึงการที่ผู้ป่วยส่วนหนึ่งเข้าถึงการรักษาล่าช้าหรือเข้าไม่ถึง ทำให้แพร่กระจายเชื้อในชุมชน และทำให้ แต่ละปีอัตราป่วยคาดประมาณลดลงได้เพียงช้า ๆ เท่านั้น การจะบรรลุเป้าหมาย SDGs และ End TB ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการดำเนินงานในทิศทางใหม่เพื่อสามารถยุติปัญหาวัณโรคอย่างจริงจัง ก่อนที่สถานการณ์ทวีความรุนแรงจนไม่สามารถควบคุมและรักษาด้วยยาสูตรพื้นฐานได้ วัณโรคเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจ ซึ่งสามารถแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่นได้อย่างรวดเร็ว โดยสถานการณ์วัณโรคของประเทศไทยยังมีแนวโน้มที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และต้องควบคุมตามหลักการควบคุมวัณโรคโดยเร่งรัดค้นหาผู้ป่วยวัณโรคและนำเข้าสู่การดูแลรักษาให้หายและกินยาครบหรือที่เรียกว่าอัตราความสำเร็จของการรักษา มากกว่าร้อยละ 90 แนวทางการรักษาที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก คือ การรักษาผู้ป่วยวัณโรค โดยมีพี่เลี้ยงคอยกำกับการกินยาต่อหน้าทุกวัน ที่เรียกว่า DOTS ( Directly Observed Treatment System) ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ให้เสนอแนะให้ทุกประเทศทั่วโลก ใช้แนวทางการรักษาเพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จ ในการรักษาวัณโรคโดยพี่เลี้ยงหมายถึงเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อสม.หรือบุคคลในครอบครัวเพื่อคอยดูแลผู้ป่วยวัณโรคให้กินยาทุกวัน ให้กำลังใจเพื่อให้ผู้ป่วยได้กินยาจนกระทั่งหายขาด ไม่เกิดปัญหาดื้อยาวัณโรคและการแพร่เชื้อวัณโรคในชุมชนต่อไป จากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยวัณโรคในเขตเทศบาลนครสงขลา ในปี พ.ศ.2561 ผู้ป่วยทั้งหมดจำนวน 75 ราย รักษาหาย จำนวน 50 ราย กำลังรักษา จำนวน 23 ราย และดื้อยา จำนวน 2 ราย คิดเป็นรักษาหายและกำลังรักษาปกติ ร้อยละ 97.33 ซึ่งในปี 2562 อาจมีแนวโน้มการระบาดของโรคกระจายไปทุกพื้นที่ในเขตเทศบาลนครสงขลา ดังนั้น เพื่อสร้างความตระหนักในระดับชุมชนและร่วมกันส่งเสริมป้องกันปัญหาวัณโรคให้ลดน้อยลง งานป้องกันและควบคุมโรคติดต่อเทศบาลนครสงขลา ได้ให้ความสำคัญของการป้องกันและควบคุมโรควัณโรค และตระหนักถึงความสำคัญเร่งรัดดำเนินการโครงการป้องกันและควบคุมวัณโรคโดยการค้นหาผู้ป่วยรายใหม่และการใช้วิธี DOT ในระดับชุมชน ไม่ให้แพร่กระจายและติดต่อผู้อื่นต่อไป
- 2.1 เพื่อพัฒนาศักยภาพแกนนำและผู้ดูแลผู้ป่วยวัณโรคภายในเขตเทศบาลนครสงขลา
- 2.2 เพื่อค้นหาผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ในชุมชนภายในเขตเทศบาลนครสงขลา
- 2.3 เพื่อป้องกันและควบคุมการระบาดของวัณโรคภายในเขตเทศบาลนครสงขลา
- จัดทำโครงการเพื่อพิจารณาเห็นชอบและอนุมัติให้ดำเนินการ
2. จัดประชุมเจ้าหน้าที่ เพื่อชี้แจง/ติดตามประเมินผลโครงการ
3. แต่งตั้งคณะทำงานควบคุมวัณโรค 4. พัฒนาศักยภาพ อสม.เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและควบคุมวัณโรค
5. จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างผู้ป่วยกับผู้ดูแล และ อสม.ในชุมชน โดยใช้สื่อการเฝ้าระวังติดตามผู้ป่วย 6. ติดตามเยี่ยมและดูแลในเรื่องการรับประทานยาของผู้ป่วยวัณโรคโดยแกนนำ อสม.และเจ้าหน้าที่
จำนวน 8 ครั้ง
7. ค้นหาผู้ป่วยวัณโรครายใหม่จากผู้สัมผัสร่วมบ้าน (กลุ่มเสี่ยง) โดยแกนนำ อสม. 8. บันทึกผลการคัดกรองผู้สัมผัสผู้ป่วยวัณโรคใน Program TBCM Thailand 9. สรุปผลการดำเนินงานโครงการและประเมินผลการดำเนินงาน
9.๑ ระบบคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยวัณโรคในชุมชนได้รับการพัฒนาและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 9.2 การค้นหาผู้ป่วยวัณโรคในกลุ่มเสี่ยงมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 9.3 ชุมชนมีความตระหนักในการควบคุมป้องกันวัณโรคอย่างจริงจัง