ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจและหลอดเลือด ในพื้นที่หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 5
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจและหลอดเลือด ในพื้นที่หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 5
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจและหลอดเลือด ในพื้นที่หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 5 | |
| รหัสโครงการ | 62-L3352-1-04 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านอ้ายน้อย | |
| วันที่อนุมัติ | 28 ธันวาคม 2561 | |
| ปี | 2562 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2562 - 30 กันยายน 2562 | |
| งบประมาณ | 12,068.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางกนกพร ศรีรัตนพันธ์ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลชัยบุรี อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง |
ด้วยสภาพสังคมปัจจุบันเปลี่ยนแปลงมาก คนไทยเจ็บป่วยและตายด้วยโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อ สาเหตุจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้องเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ เช่น ขาดการออกกำลังกายที่ถูกต้อง รับประทานอาหารที่มันจัด เค็มจัด หวานจัด รับประทานผักผลไม้ไม่เพียงพอ เกิดความเครียด การดื่มสุรา การออกกำลังกายไม่เพียงพอ ทำให้ในระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมา จำนวนผู้ป่วยเรื้อรังมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง ซึ่งพบได้ในประเทศที่พัฒนาแล้ว และประเทศที่กำลังพัฒนา โดยเฉพาะโรคเรื้อรังที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ คือโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ในประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงประมาณ 5 ล้านคน อัตราป่วยต่อแสนประชากร 860.53 ส่วนโรคเบาหวานพบประมาณ 3 ล้านคน อัตราป่วยต่อแสนประชากร 675.74 (ข้อมูลจากสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2551) โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคเรื้อรังและก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพก่อให้เกิดปัญหากับฟันและเหงือก ตา ไต หัวใจ หลอดเลือดแดง แต่เราสามารถป้องกันโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ โดยการปรับ อาหาร การออกกำลังกาย และยาให้เหมาะสม กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผย่า คนไทยป่วยด้วย 5 โรค ไม่ติดต่อเรื้อรังอันตราย เพิ่มขึ้นนาทีละ 1 คน โดยในปี 2551 พบผู้ป่วยสะสมจำนวนกว่า 2 ล้านคน และคาดว่ายังมีผู้ป่วยซ่อนเร้นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่อายุต่ำกว่า 40 ปี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากเรื่อย ๆ โรคเรื้อรังที่สำคัญคือ โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ซึ่งไม่เพียงมีผู้ป่วยเป็นจำนวนมากเท่านั้นแต่ยังเป็นสาเหตุที่นำไปสู่โรคแทรกซ้อนรายแรง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านอ้ายน้อย มีจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในปี 2561 ในความรับผิดชอบ จำนวน 203 คน มารับยาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทั้งสิ้น 100 คน และรับยาที่โรงพยาบาลพัทลุง จำนวน 103 คน ซึ่งจากการคาดการณ์แนวโน้มการเกิดโรครายใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศ ดังนั้น เพื่อดำเนินการตามกระบวนการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อลดโอกาสการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวานความดันโลหิตสูงหัวใจ และหลอดเลือด ไม่ให้เป็นผู้ป่วยรายใหม่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านอ้ายน้อย จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ หลอดเลือด ในพื้นที่หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 5 เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจคัดกรองเบื้องต้น หากพบว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงก็จะได้รับความรู้ เสริมทักษะ และส่งเสริมความเข้มแข็งของกระบวนการกลุ่มในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อลดอัตราการเกิดโรครายใหม่ต่อไป
- เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- เพื่อป้องกัน ลดอัตราการเกิดโรครายใหม่ในกลุ่มเสี่ยง
- ค่าแถบตรวจหาน้ำตาลในเลือดในกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน
- ค่าเข็มเจาะเลือดปลายนิ้วในกลุ่มเสี่ยงเบาหวาาน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับการอบรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับการติดตามกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- ค่าป้ายไวนิลโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง หัวใจและหลอดเลือด ในพื้นที่หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 5
- ค่าตอบแทนวิทยากรสำหรับการอบรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หัวใจและหลอดเลือด ในพื้นทีหมู่ที่ 2 และหมู่่ที่ 5
1.จัดทำทะเบียนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง หัวใจและหลอดเลือด 2.เสนอแผนงาน/โครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ อบต.ชัยบุรี 3.จัดกิจกรรมอบรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพแก่กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจและหลอดเลือด จากการตรวจคัดกรองสุุขภาพประจำปีในกลุ่มอายุ 35 ปี (ค่าน้ำตาลเกิน 100mg% และความดันโลหิตเกิน (ค่าความดันโลหิตเกิน 140/90 mm/hg) โดยการให้อบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้และพัฒนาพฤติกรรมแก่กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน จำนวน 50 คน และความดันโลหิตสูง จำนวน 50 คน รวม 100 คน 4.ติดตามการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพสุขภาพเป็นระยะ จำนวน 3 ครั้ง 5.สรุปผลการดำเนินงาน และรายงานผลการดำเนินงานให้กองทุน ฯ ทราบ
ประชาชนมีความตระหนักในการจัดการและดูแลสุขภาพตนเอง มีการปรับเปลี่ยนสุขภาพได้ถูกต้องเหมาะสม รวมทั้งมีส่วนร่วมในการจัดการเพื่อลดเสี่ยง ลดโรค ตลอดจนชุมชนมีศักยภาพเข้มแข็งในการดำเนินงานลดและควบคุมปัจจัยเสี่ยงเพื่อควบคุมป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง