โครงการชุมชนร่วมใจ ลด ละ เลิกบุหรี่ เพื่อชีวีมีสุข บ้านตะโละสดาร์
โครงการชุมชนร่วมใจ ลด ละ เลิกบุหรี่ เพื่อชีวีมีสุข บ้านตะโละสดาร์
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการชุมชนร่วมใจ ลด ละ เลิกบุหรี่ เพื่อชีวีมีสุข บ้านตะโละสดาร์ | |
| รหัสโครงการ | 62-L4166-02-05 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | มัสยิดสามัคคีอิสลาม | |
| วันที่อนุมัติ | 9 เมษายน 2562 | |
| ปี | 2562 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 10 เมษายน 2562 - 6 พฤษภาคม 2562 | |
| งบประมาณ | 28,200.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | อาหะมะ สะสา | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลอาซ่อง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา |
ปัญหาการสูบบุหรี่ในประเทศไทยทวีความรุนแรง โดยเฉพาะอายุของนักสูบหน้าใหม่ที่ลดน้อยลงและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งการสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม อย่างกว้างขวางและเป็นสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ทำให้รัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเป็นจำนวนมากจากข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการดื่มสุราของประชากร พ.ศ.2557 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ประเทศไทยมีผู้สูบบุหรี่จำนวน11.4ล้านคนอัตราการสูบบุหรี่ในประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปร้อยละ 20.7 ต่อประชากรพันคนอยู่ในกลุ่มอายุ 25-59 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มวัยทำงานมากที่สุดร้อยละ 23.5 รองลงมาคือกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 16.6และกลุ่มอายุ 15-24 ปีร้อยละ 14.7ตามลำดับเป็นผู้ชายร้อยละ 40.5และผู้หญิงร้อยละ 2.2โดยสูบบุหรี่จากโรงงานอย่างเดียวมากที่สุด 5.3 ล้านคน รองลงมาคือบุหรี่มวนเอง 4.2 ล้านคน และทั้งบุหรี่โรงงาน/บุหรี่มวนเอง 1.9 ล้านคนและมีคนไทยได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้านร้อยละ 28.1 มีนักสูบหน้าใหม่เกิดขึ้นราว2-3 แสนคนต่อปีคนไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ปีละประมาณ 52,000 คน เฉลี่ยวันละ 142 คน ชั่วโมงละ 6 คนและเสียชีวิตจากโรคที่เกิดจากบุหรี่ร้อยละ 12 ของการตายทั้งหมดผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสตายด้วยโรคมะเร็งมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ 20 เท่า ที่สำคัญ 1 ใน 4 เป็นเด็กเล็กที่ตายเพราะได้รับควันบุหรี่มือสองหากการควบคุมการบริโภคยาสูบไม่เข้มแข็งจะมีการตายด้วยโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ถึง8 ล้านคนใน20 ปีข้างหน้า ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าภายในระยะเวลา 3 ปี(ปี 2560-2562) จะดำเนินการเพื่อลดอัตราจำนวนประชากรผู้สูบบุหรี่ที่มีอายุ 25ปีขึ้นไป จากปัจจุบันร้อยละ 19.9 ให้เหลือร้อยละ 16.7 และลดอัตราการรับควันบุหรี่มือสองให้เหลือร้อยละ 25 ทางกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเล็งเห็นถึงปัญหาการสูบบุหรี่ซึ่งยังมีอยู่เป็นจำนวนมากสมควรที่จะต้องดำเนินการแก้ไขจึงได้จัดทำโครงการ ร่วมใจ ลด ละ เลิกบุหรี่ เพื่อชีวีมีสุข ปี 2561 ขึ้นเนื่องจากบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงของการเสียชีวิตอันดับต้นของคนไทยที่สามารถป้องกันได้โดยการช่วยเหลือให้ผู้สูบบุหรี่เลิกสูบและป้องกันหรือลดจำนวนนักสูบ
- 1.เพื่อลดอัตราการสูบยาสูบของผู้ใหญ่ในชุมชน
- 2.เพื่อลดอัตราการได้รับควันบุหรี่มือสองในสถานที่สาธารณะ ของประชาชนในชุมชน
- โครงการชุมชนร่วมใจ ลด ละ เลิกบุหรี่ เพื่อชีวีมีสุข
- 1.ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักโทษภัยบุหรี่ และปรับพฤติกรรมลด เลิกบุหรี่
- 2.ภาคีเครือข่ายสุขภาพทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการลด ละ เลิกบุหรี่