โครงการเด็กและเยาวชนบ้านท่าแลหลาสดใส ห่างไกลยาเสพติด
โครงการ
" โครงการเด็กและเยาวชนบ้านท่าแลหลาสดใส ห่างไกลยาเสพติด "
ตำบลกำแพง อำเภอละงู จังหวัดสตูล
หัวหน้าโครงการ
อาสาสมัครสาธารณสุข หมู่ที่ 2 บ้านท่าแลหลา
กันยายน 2562
ที่อยู่ ตำบลกำแพง อำเภอละงู จังหวัดสตูล จังหวัด สตูล
รหัสโครงการ 2562 – L8010 – 2 - 5
ระยะเวลาดำเนินงาน ตั้งแต่ 22 มกราคม 2562 ถึง 30 กันยายน 2562
กิตติกรรมประกาศ
"โครงการเด็กและเยาวชนบ้านท่าแลหลาสดใส ห่างไกลยาเสพติด จังหวัดสตูล" สำเร็จได้ด้วยดี ด้วยความร่วมมือจาก สมาชิกในชุมชน ตำบลกำแพง อำเภอละงู จังหวัดสตูล
คณะทำงานโครงการฯ ขอขอบคุณ กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลกำแพงเมืองใหม่ ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการฯ รวมทั้ง ภาคีเครือข่ายที่สำคัญระดับพื้นที่ ที่ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ ชี้แนะ สุดท้ายขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องที่มิได้ระบุชื่อไว้ในที่นี้ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้มีความยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป
คณะทำงานโครงการ
โครงการเด็กและเยาวชนบ้านท่าแลหลาสดใส ห่างไกลยาเสพติด
บทคัดย่อ
เด็กและเยาวชน คืออนาคตของชาติปัจจุบันสังคมไทยกำลังประสบปัญหาวิกฤต จากสถานการณ์ปัญหายาเสพติดที่ได้เริ่มแพร่ระบาดและกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างน่าวิตก การหวนกลับมาระบาดอย่างหนักของยาเสพติดในปัจจุบัน เป็นผลให้เยาวชน หลงผิดเข้าสู่วงจรของการซื้อขายและเสพยาเสพติดเพิ่มมากขึ้นซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศ และเป็นการทำลายทรัพยากรบุคคลซึ่งเป็นอนาคตและเป็นพลังในการพัฒนาประเทศให้ด้อยคุณภาพ โดยการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดผู้ติดสารเสพติดรายเก่าและรายใหม่ในชุมชน (น้ำกระท่อม) กลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนในชุมชน จำนวน 50 คน ซึ่งการดำเนินโครงการเพื่อที่จะแก้ไขและป้องกันปัญหา ยาเสพติดในชุมชน ผลการดำเนินงานแต่ละกิจกรรม ดังนี้
กิจกรรมที่ 1 ส่งเสริมสถานศึกษา/ชุมชนปลอดยาเสพติด
ดำเนินกิจกรรมโดยรับสมัครแกนนำครู แกนนำนักเรียนและแกนนำชุมชน ในการเฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในโรงเรียนและชุมชน ซึ่งที่ผ่านมาในการดำเนินโครงการแกนนำกลุ่มนี้ได้มีการรายงานผลการเฝ้าระวังกรณีพบเห็นเหตุการณ์ในโรงเรียนและชุมชน ในกรณีเหตุการณ์ในโรงเรียนไม่พบนักเรียนมั่วสุมยาเสพติด(น้ำกระท่อม) เพราะโรงเรียนมีมาตรการเข้มงวดเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด แต่ปัญหาน้ำกระท่อมในชุมชน พบว่ามีการมั่วสุมในกลุ่มของเยาวชนและผู้ใหญ่ ซึ่งรวมตัวการดื่มน้ำกระท่อมเป็นประจำเกือบจะทุกวัน โดยสถานที่ที่รวมตัวส่วนใหญ่อยู่ในสวนยางและพื้นที่ที่ห่างไกลผู้คน ซึ่งนับว่าปัญหาเหล่านี้อยากต่อการแก้ไขเป็นอย่างมาก เพราะบางคนที่ติดแล้วก็ไม่สามารถเลิกได้ต้องใช้ระยะเวลาในการเลิกดื่มน้ำกระท่อม ซึ่งผลที่ตามมานอกจากส่งผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ยังส่งผลต่อครอบครัวกรณีที่โดยจับ ทำให้ต้องใช้จ่ายเงินในการประกันตัว เบื้องต้นแกนนำดังกล่าวก็ได้เข้าไปพูดคุยกับเยาวชนกลุ่มนี้ พบว่า บางคนไม่สามารถเลิกได้ แต่มีบางคนที่จะพยายามเลิก แต่ไม่มั่นใจว่าจะเลิกสำเร็จหรือไม่
กิจกรรมที่ 2 อบรมให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนในโรงเรียนและชุมชน เพื่อหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 60 คน ประเมินผลโดยใช้แบบทดสอบก่อน - หลังอบรม (จำนวน 15 ข้อ) พบว่า คะแนนความรู้ก่อนการอบรม ส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 6-10 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 50.00 โดยคะแนนความรู้หลังการอบรมมีระดับความรู้ที่เพิ่มขึ้นอยู่ระหว่าง 11-15 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 85.00 สรุปได้ว่าหลังการอบรมผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 60 คน มีคะแนนสูงกว่าก่อนการอบรม
กิจกรรมที่ 3 รณรงค์/ประชาสัมพันธ์ต่อต้านยาเสพติดในชุมชน และกิจกรรมที่ 4 ปรับเปลี่ยนพื้นที่เสี่ยงในโรงเรียนและชุมชนเป็นพื้นที่สร้างสรรค์
แกนนำครู แกนนำนักเรียนและแกนนำชุมชน ร่วมกันเดินรณรงค์/ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ ยาเสพติด และได้แจกเอกสารแผ่นผับให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด รวมทั้งปรับสภาพแวดล้อมในโรงเรียนและชุมชน ซึ่งได้ร่วมมือร่วมใจกันพัฒนา เพื่อให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สีเขียว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข
กิจกรรมที่ 5 เฝ้าระวังและติดตามผล
จากการติดตามและเฝ้าระวังเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดในชุมชน จากเหตุการณ์ที่พบมีเยาวชนและผู้ใหญ่บางคนจะติดน้ำกระท่อม แม้ว่าจะมีมาตรการของชุมชนแล้ว แต่ปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถที่จะแก้ไขได้อย่างทันที บางรายที่เลิกดื่มน้ำกระท่อมเพราะถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เกิดความกลัว ทำให้ไม่กล้ากลับมากินซ้ำ แต่ก็ยังมีบางรายแม้จะโดยจับกุมแล้วก็ยังปฏิบัติตนเหมือนเดิม สำหรับพื้นที่ในโรงเรียน มัสยิด และสถานที่อื่นๆ ไม่พบการมั่วสุมและนำยาเสพติดเข้ามาในในสถานที่ดังกล่าว ในส่วนของผู้นำชุมชนเองก็ได้มีการสอดส่องดูแล เพื่อที่จะลดปัญหาดังกล่าว
และจากการรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน ยังไม่พบเหตุการณ์ เช่น การเกิดอาชญากรรม การลักเล็กขโมยน้อย เป็นต้น ซึ่งการเข้ามาทำงานได้รับความร่วมมืออย่างดีของแกนนำครู แกนนำนักเรียนและแกนนำชุมชน ในการสอดส่องดูแลและเป็นหูเป็นตาให้กับชุมชน พร้อมทั้งมีกำลังคนและเครือข่ายในการเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชนเพิ่มขึ้น ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการและสอบถามพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการไปยังโรงเรียนและผู้ปกครอง ไม่พบผู้ที่ติดสารเสพติดรายใหม่ (น้ำกระท่อม) และมีผู้ที่ติดน้ำกระท่อมรายเก่า จำนวน 2 ราย ที่ลดปริมาณการดื่มและอยากจะเลิกดื่มน้ำกระท่อม ทั้งนี้การดำเนินงานที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีของผู้นำชุมชนและโรงเรียน เพื่อให้เป็นชุมชนเข้มแข็งปลอดยาเสพติดต่อไป
หมายเหตุ : รายละเอียดของบทสรุปคัดย่อการดำเนินงาน ให้ผู้รับผิดชอบโครงการเป็นผู้เขียนสรุปภาพรวมของโครงการใน "ผลลัพธ์โครงการ"
สารบัญ
| กิตติกรรมประกาศ | » |
| บทคัดย่อ | » |
| ความเป็นมา/หลักการเหตุผล | » |
| วัตถุประสงค์โครงการ | » |
| กิจกรรม/การดำเนินงาน | » |
| กลุ่มเป้าหมาย | » |
| ผลลัพธ์ที่ได้ | » |
| การประเมินผล | » |
| ปัญหาและอุปสรรค | » |
| ข้อเสนอแนะ | » |
| เอกสารประกอบอื่นๆ | » |
ความเป็นมา/หลักการเหตุผล
เด็กและเยาวชน คืออนาคตของชาติปัจจุบันสังคมไทยกำลังประสบปัญหาวิกฤต จากสถานการณ์ปัญหายาเสพติดที่ได้เริ่มแพร่ระบาดและกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างน่าวิตก การหวนกลับมาระบาดอย่างหนักของยาเสพติดในปัจจุบัน เป็นผลให้เยาวชน หลงผิดเข้าสู่วงจรของการซื้อขายและเสพยาเสพติดเพิ่มมากขึ้นซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศ และเป็นการทำลายทรัพยากรบุคคลซึ่งเป็นอนาคตและเป็นพลังในการพัฒนาประเทศให้ด้อยคุณภาพ อันจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และเป็นภาระงบประมาณของประเทศในการบำบัดรักษาผู้ป่วยที่เกิดจากการเสพยาเสพติด อีกทั้งยังเป็นปัญหาที่สร้างความรู้สึกสะเทือนใจและเจ็บปวดให้กับพ่อแม่ผู้ปกครอง และปัญหายาเสพติดได้นำมาซึ่งความรุนแรงในครอบครัวและอาชญากรรมต่างๆในสังคมเช่น การลักขโมย ฉกชิงวิ่งราวและการก่อปัญหาอาชญากรรมอื่นๆตามมาอีกมากมาย ซึ่งทำให้มีผลกระทบต่อสังคมโดยรวม
สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่หมู่ที่ 2 บ้านท่าแลหลา มีเด็กและเยาวชนเสพยาเสพติดประเภทที่ 5 คือ น้ำกระท่อม จำนวน 40 คน จากจำนวนเด็กและเยาวชน จำนวน 82 คน คิดเป็นร้อยละ 49 ทั้งเกิดจากความตั้งใจ และเกิดจากการหลงผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อีกทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่จะทำให้เด็กและเยาวชน มีโอกาสเข้าไปติดยาเสพติดเพิ่มมากขึ้นอีก เช่น เด็กและเยาวชน เป็นวัยที่ต้องการเรียนรู้ อยากลอง ต้องการเรียกร้องความสนใจ การสร้างการยอมรับ กล้าทำในสิ่งท้าทาย การชักจูง และสภาพแวดล้อมภายในครอบครัว เป็นต้น
ดังนั้น เด็กและเยาวชน จำเป็นต้องได้รับดูแลเอาใจใส่อย่างเพียงพอ ต้องได้รับการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและการรู้โทษที่ร้ายแรงของสิ่งเสพติดอย่างเหมาะสม การรู้จักการหลีกเลี่ยงจากสิ่งเสพติด และสิ่งสำคัญคือการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชน โดยผนึกกำลังทุกภาคส่วน ให้ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมแรงร่วมใจกันเป็นพลังของแผ่นดิน ที่จะต่อสู้เพื่อเอาชนะปัญหายาเสพติด
วัตถุประสงค์โครงการ
- ข้อที่ 1 เพื่อลดผู้ติดสารเสพติดรายเก่าและรายใหม่ในชุมชน (น้ำกระท่อม)
กิจกรรม/การดำเนินงาน
- กิจกรรมที่ 1 ส่งเสริมสถานศึกษา/ชุมชนปลอดยาเสพติด
- กิจกรรมที่ 2 อบรมให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนในโรงเรียนและชุมชน เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
- กิจกรรมที่ 4 ปรับเปลี่ยนพื้นที่เสี่ยงในโรงเรียนและชุมชนเป็นพื้นที่สร้างสรรค์
- กิจกรรมที่ 3 รณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของยาเสพติด
- กิจกรรมที่ 5 เฝ้าระวังและติดตามผล
- กิจกรรมที่ 6 รายงานผลโครงการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
กลุ่มเป้าหมาย
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวนที่วางไว้ | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน | ||
| กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน | 50 | |
| กลุ่มวัยทำงาน | ||
| กลุ่มผู้สูงอายุ | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด | ||
| กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง | ||
| กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ | ||
| กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง | ||
| สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)] |
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
- เด็กและเยาวชนมีความรู้เกี่ยวกับด้านยาเสพติด สามารถลดอัตราการเกิดผู้เสพรายใหม่ในชุมนได้
- เกิดกลุ่มเครือข่ายการทำงานด้านยาเสพติดในชุมชนเพิ่มขึ้นและมีความเข้มแข็ง
- ชุมชนมีความเข้มแข็งและมีการร่วมกลุ่มทำงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปในอนาคต
- สถานที่จำหน่ายหรือแหล่งมั่วสุมเกี่ยวกับยาเสพติดในชุมชนลดลงและหมดไปในอนาคต
ส่วนที่ 1 ผลการดำเนินงาน
| วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ผลลัพธ์และตัวชี้วัดผลลัพธ์** กิจกรรมของโครงการ | ผลผลิต* | |
|---|---|---|
| ผลผลิตที่ตั้งไว้ | ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง | |
1. กิจกรรมที่ 1 ส่งเสริมสถานศึกษา/ชุมชนปลอดยาเสพติด |
||
วันที่ 13 มิถุนายน 2562กิจกรรมที่ทำรายละเอียดกิจกรรม
เป้าหมาย
ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกิจกรรมที่ 1 ส่งเสริมสถานศึกษา/ชุมชนปลอดยาเสพติด ดำเนินกิจกรรมโดยรับสมัครแกนนำครู แกนนำนักเรียนและแกนนำชุมชน ในการเฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในโรงเรียนและชุมชน ซึ่งที่ผ่านมาในการดำเนินโครงการแกนนำกลุ่มนี้ได้มีการรายงานผลการเฝ้าระวังกรณีพบเห็นเหตุการณ์ในโรงเรียนและชุมชน ในกรณีเหตุการณ์ในโรงเรียนไม่พบนักเรียนมั่วสุมยาเสพติด(น้ำกระท่อม) เพราะโรงเรียนมีมาตรการเข้มงวดเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด แต่ปัญหาน้ำกระท่อมในชุมชน พบว่ามีการมั่วสุมในกลุ่มของเยาวชนและผู้ใหญ่ ซึ่งรวมตัวการดื่มน้ำกระท่อมเป็นประจำเกือบจะทุกวัน โดยสถานที่ที่รวมตัวส่วนใหญ่อยู่ในสวนยางและพื้นที่ที่ห่างไกลผู้คน ซึ่งนับว่าปัญหาเหล่านี้อยากต่อการแก้ไขเป็นอย่างมาก เพราะบางคนที่ติดแล้วก็ไม่สามารถเลิกได้ต้องใช้ระยะเวลาในการเลิกดื่มน้ำกระท่อม ซึ่งผลที่ตามมานอกจากส่งผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ยังส่งผลต่อครอบครัวกรณีที่โดยจับ ทำให้ต้องใช้จ่ายเงินในการประกันตัว เบื้องต้นแกนนำดังกล่าวก็ได้เข้าไปพูดคุยกับเยาวชนกลุ่มนี้ พบว่า บางคนไม่สามารถเลิกได้ แต่มีบางคนที่จะพยายามเลิก แต่ไม่มั่นใจว่าจะเลิกสำเร็จหรือไม่
|
12 | 0 |
2. กิจกรรมที่ 2 อบรมให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนในโรงเรียนและชุมชน เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด |
||
วันที่ 20 มิถุนายน 2562กิจกรรมที่ทำรายละเอียดกิจกรรม
เป้าหมาย
ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกิจกรรมที่ 2 อบรมให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนในโรงเรียนและชุมชน เพื่อหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 60 คน ประเมินผลโดยใช้แบบทดสอบก่อน - หลังอบรม (จำนวน 15 ข้อ) พบว่า คะแนนความรู้ก่อนการอบรม ส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 6-10 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 50.00 โดยคะแนนความรู้หลังการอบรมมีระดับความรู้ที่เพิ่มขึ้นอยู่ระหว่าง 11-15 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 85.00 สรุปได้ว่าหลังการอบรมผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 60 คน มีคะแนนสูงกว่าก่อนการอบรม
|
60 | 0 |
3. กิจกรรมที่ 3 รณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของยาเสพติด |
||
วันที่ 27 มิถุนายน 2562กิจกรรมที่ทำเป้าหมาย รายละเอียดกิจกรรม
ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแกนนำร่วมกันเดินรณรงค์/ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ ยาเสพติด และได้แจกเอกสารแผ่นผับให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด ให้กับประชาชนในชุมชน
|
60 | 0 |
4. กิจกรรมที่ 4 ปรับเปลี่ยนพื้นที่เสี่ยงในโรงเรียนและชุมชนเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ |
||
วันที่ 27 มิถุนายน 2562กิจกรรมที่ทำรายละเอียดกิจกรรม
เป้าหมาย
ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแกนนำร่วมกันปรับสภาพพื้นที่ในชุมชนและโรงเรียน บริเวณหรือจุดที่มีความเสี่ยงในการรวมกลุ่มมั่วสุมเกี่ยวกับยาเสพติด เพื่อให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สีเขียว และปลอดภัยจากภัยต่างๆ ได้ ซึ่งได้ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ จำนวน 2 ครั้ง
|
45 | 0 |
5. กิจกรรมที่ 5 เฝ้าระวังและติดตามผล |
||
วันที่ 25 กรกฎาคม 2562กิจกรรมที่ทำรายละเอียดของกิจกรรมที่ดำเนินการ
ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการติดตามและเฝ้าระวังเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดในชุมชน จากเหตุการณ์ที่พบมีเยาวชนและผู้ใหญ่บางคนจะติดน้ำกระท่อม แม้ว่าจะมีมาตรการของชุมชนแล้ว แต่ปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถที่จะแก้ไขได้อย่างทันที บางรายที่เลิกดื่มน้ำกระท่อมเพราะถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เกิดความกลัว ทำให้ไม่กล้ากลับมากินซ้ำ แต่ก็ยังมีบางรายแม้จะโดยจับกุมแล้วก็ยังปฏิบัติตนเหมือนเดิม สำหรับพื้นที่ในโรงเรียน มัสยิด และสถานที่อื่นๆ ไม่พบการมั่วสุมและนำยาเสพติดเข้ามาในในสถานที่ดังกล่าว ในส่วนของผู้นำชุมชนเองก็ได้มีการสอดส่องดูแล เพื่อที่จะลดปัญหาดังกล่าว และจากการรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน ยังไม่พบเหตุการณ์ เช่น การเกิดอาชญากรรม การลักเล็กขโมยน้อย เป็นต้น ซึ่งการเข้ามาทำงานได้รับความร่วมมืออย่างดีของแกนนำครู แกนนำนักเรียนและแกนนำชุมชน ในการสอดส่องดูแลและเป็นหูเป็นตาให้กับชุมชน พร้อมทั้งมีกำลังคนและเครือข่ายในการเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชนเพิ่มขึ้น ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการและสอบถามพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการไปยังโรงเรียนและผู้ปกครอง ไม่พบผู้ที่ติดสารเสพติดรายใหม่ (น้ำกระท่อม) และมีผู้ที่ติดน้ำกระท่อมรายเก่า จำนวน 2 ราย ที่ลดปริมาณการดื่มและอยากจะเลิกดื่มน้ำกระท่อม ทั้งนี้การดำเนินงานที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีของผู้นำชุมชนและโรงเรียน เพื่อให้เป็นชุมชนเข้มแข็งปลอดยาเสพติดต่อไป
|
12 | 0 |
6. กิจกรรมที่ 6 รายงานผลโครงการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ |
||
วันที่ 30 กันยายน 2562กิจกรรมที่ทำรายละเอียดกิจกรรม
ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมีเล่มรายงานผลโครงการเสนอกองทุนฯ
|
5 | 0 |
* ผลผลิต หมายถึง ผลที่เกิดขึ้นเชิงปริมาณจากการทำกิจกรรม เช่น จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม จำนวนผู้ผ่านการอบรม จำนวนครัวเรือนที่ปลูกผักสวนครัว เป็นต้น
** ผลลัพธ์ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การแก้ปัญหา เช่น หลังอบรมมีผู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจำนวนกี่คน มีข้อบังคับหรือมาตรการของชุมชนที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือสภาพแวดล้อม เป็นต้น ทั้งนี้ต้องมีข้อมูลอ้างอิงประกอบการรายงาน เช่น ข้อมูลรายชื่อแกนนำ , แบบสรุปการประเมินความรู้ , รูปภาพกิจกรรมพร้อมคำอธิบายใต้ภาพ เป็นต้น
ส่วนที่ 2 ประเมินความพึงพอใจต่อความสำเร็จและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการในภาพรวม
ผลการดำเนินโครงการ
สรุปผลการดำเนินโครงการ
ผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม:
บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
บรรลุตามวัตถุประสงค์บางส่วนของโครงการ
ไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
โครงการเด็กและเยาวชนบ้านท่าแลหลาสดใส ห่างไกลยาเสพติด จัดทำขึ้นเพื่อลดผู้ติดสารเสพติดรายเก่าและรายใหม่ในชุมชน เกี่ยวกับปัญหาน้ำกระท่อม ซึ่งการดำเนินโครงการเพื่อที่จะแก้ไขและป้องกันปัญหา ยาเสพติดในชุมชน ผลการดำเนินงานแต่ละกิจกรรม ดังนี้
กิจกรรมที่ 1 ส่งเสริมสถานศึกษา/ชุมชนปลอดยาเสพติด
ดำเนินกิจกรรมโดยรับสมัครแกนนำครู แกนนำนักเรียนและแกนนำชุมชน ในการเฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในโรงเรียนและชุมชน ซึ่งที่ผ่านมาในการดำเนินโครงการแกนนำกลุ่มนี้ได้มีการรายงานผลการเฝ้าระวังกรณีพบเห็นเหตุการณ์ในโรงเรียนและชุมชน ในกรณีเหตุการณ์ในโรงเรียนไม่พบนักเรียนมั่วสุมยาเสพติด(น้ำกระท่อม) เพราะโรงเรียนมีมาตรการเข้มงวดเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด แต่ปัญหาน้ำกระท่อมในชุมชน พบว่ามีการมั่วสุมในกลุ่มของเยาวชนและผู้ใหญ่ ซึ่งรวมตัวการดื่มน้ำกระท่อมเป็นประจำเกือบจะทุกวัน โดยสถานที่ที่รวมตัวส่วนใหญ่อยู่ในสวนยางและพื้นที่ที่ห่างไกลผู้คน ซึ่งนับว่าปัญหาเหล่านี้อยากต่อการแก้ไขเป็นอย่างมาก เพราะบางคนที่ติดแล้วก็ไม่สามารถเลิกได้ต้องใช้ระยะเวลาในการเลิกดื่มน้ำกระท่อม ซึ่งผลที่ตามมานอกจากส่งผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ยังส่งผลต่อครอบครัวกรณีที่โดยจับ ทำให้ต้องใช้จ่ายเงินในการประกันตัว เบื้องต้นแกนนำดังกล่าวก็ได้เข้าไปพูดคุยกับเยาวชนกลุ่มนี้ พบว่า บางคนไม่สามารถเลิกได้ แต่มีบางคนที่จะพยายามเลิก แต่ไม่มั่นใจว่าจะเลิกสำเร็จหรือไม่
กิจกรรมที่ 2 อบรมให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนในโรงเรียนและชุมชน เพื่อหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 60 คน ประเมินผลโดยใช้แบบทดสอบก่อน - หลังอบรม (จำนวน 15 ข้อ) พบว่า คะแนนความรู้ก่อนการอบรม ส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 6-10 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 50.00 โดยคะแนนความรู้หลังการอบรมมีระดับความรู้ที่เพิ่มขึ้นอยู่ระหว่าง 11-15 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 85.00 สรุปได้ว่าหลังการอบรมผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 60 คน มีคะแนนสูงกว่าก่อนการอบรม
กิจกรรมที่ 3 รณรงค์/ประชาสัมพันธ์ต่อต้านยาเสพติดในชุมชน และกิจกรรมที่ 4 ปรับเปลี่ยนพื้นที่เสี่ยงในโรงเรียนและชุมชนเป็นพื้นที่สร้างสรรค์
แกนนำครู แกนนำนักเรียนและแกนนำชุมชน ร่วมกันเดินรณรงค์/ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ ยาเสพติด และได้แจกเอกสารแผ่นผับให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด รวมทั้งปรับสภาพแวดล้อมในโรงเรียนและชุมชน ซึ่งได้ร่วมมือร่วมใจกันพัฒนา เพื่อให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สีเขียว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข
กิจกรรมที่ 5 เฝ้าระวังและติดตามผล
จากการติดตามและเฝ้าระวังเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดในชุมชน จากเหตุการณ์ที่พบมีเยาวชนและผู้ใหญ่บางคนจะติดน้ำกระท่อม แม้ว่าจะมีมาตรการของชุมชนแล้ว แต่ปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถที่จะแก้ไขได้อย่างทันที บางรายที่เลิกดื่มน้ำกระท่อมเพราะถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เกิดความกลัว ทำให้ไม่กล้ากลับมากินซ้ำ แต่ก็ยังมีบางรายแม้จะโดยจับกุมแล้วก็ยังปฏิบัติตนเหมือนเดิม สำหรับพื้นที่ในโรงเรียน มัสยิด และสถานที่อื่นๆ ไม่พบการมั่วสุมและนำยาเสพติดเข้ามาในในสถานที่ดังกล่าว ในส่วนของผู้นำชุมชนเองก็ได้มีการสอดส่องดูแล เพื่อที่จะลดปัญหาดังกล่าว
และจากการรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน ยังไม่พบเหตุการณ์ เช่น การเกิดอาชญากรรม การลักเล็กขโมยน้อย เป็นต้น ซึ่งการเข้ามาทำงานได้รับความร่วมมืออย่างดีของแกนนำครู แกนนำนักเรียนและแกนนำชุมชน ในการสอดส่องดูแลและเป็นหูเป็นตาให้กับชุมชน พร้อมทั้งมีกำลังคนและเครือข่ายในการเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชนเพิ่มขึ้น ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการและสอบถามพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการไปยังโรงเรียนและผู้ปกครอง ไม่พบผู้ที่ติดสารเสพติดรายใหม่ (น้ำกระท่อม) และมีผู้ที่ติดน้ำกระท่อมรายเก่า จำนวน 2 ราย ที่ลดปริมาณการดื่มและอยากจะเลิกดื่มน้ำกระท่อม ทั้งนี้การดำเนินงานที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีของผู้นำชุมชนและโรงเรียน เพื่อให้เป็นชุมชนเข้มแข็งปลอดยาเสพติดต่อไป
ผลผลิตโครงการ
| วัตถุประสงค์ | สถานการณ์ | เป้าหมาย | ผลผลิต | อธิบาย | |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | ข้อที่ 1 เพื่อลดผู้ติดสารเสพติดรายเก่าและรายใหม่ในชุมชน (น้ำกระท่อม) ตัวชี้วัด : - ร้อยละ 80 เด็กและเยาวชนในชุมชน มีความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด และมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง รณรงค์ ต่อต้านยาเสพติดติด - เด็กและเยาวชน อย่างน้อยร้อยละ 20 เป็นแกนนำที่ทำงานต่อต้านยาเสพติดในโรงเรียนและชุมชน - กำลังคนและเครือข่ายในการเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชน เพิ่มขึ้น - จำนวนเหตุการณ์ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหายาเสพติดในชุมชน เช่น การเกิดอาชญากรรม การเกิดลักเล็กขโมยน้อย ลดลง - โรงเรียนและสถานที่ในชุมชน ปลอดยาเสพติดและอบายมุข |
80.00 | 85.00 |
|
ผู้เข้าร่วมโครงการ
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวนที่วางไว้(คน) | จำนวนที่เข้าร่วม(คน) | |
|---|---|---|---|
| จำนวนกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด | 50 | 50 | |
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวนที่วางไว้(คน) | จำนวนที่เข้าร่วม(คน) | |
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | |||
| กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน | - | ||
| กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน | 50 | 50 | |
| กลุ่มวัยทำงาน | - | ||
| กลุ่มผู้สูงอายุ | - | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | |||
| กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด | - | ||
| กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง | - | ||
| กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ | - | ||
| กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง | - | ||
| สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)] | - |
บทคัดย่อ*
เด็กและเยาวชน คืออนาคตของชาติปัจจุบันสังคมไทยกำลังประสบปัญหาวิกฤต จากสถานการณ์ปัญหายาเสพติดที่ได้เริ่มแพร่ระบาดและกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างน่าวิตก การหวนกลับมาระบาดอย่างหนักของยาเสพติดในปัจจุบัน เป็นผลให้เยาวชน หลงผิดเข้าสู่วงจรของการซื้อขายและเสพยาเสพติดเพิ่มมากขึ้นซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศ และเป็นการทำลายทรัพยากรบุคคลซึ่งเป็นอนาคตและเป็นพลังในการพัฒนาประเทศให้ด้อยคุณภาพ โดยการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดผู้ติดสารเสพติดรายเก่าและรายใหม่ในชุมชน (น้ำกระท่อม) กลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนในชุมชน จำนวน 50 คน ซึ่งการดำเนินโครงการเพื่อที่จะแก้ไขและป้องกันปัญหา ยาเสพติดในชุมชน ผลการดำเนินงานแต่ละกิจกรรม ดังนี้
กิจกรรมที่ 1 ส่งเสริมสถานศึกษา/ชุมชนปลอดยาเสพติด
ดำเนินกิจกรรมโดยรับสมัครแกนนำครู แกนนำนักเรียนและแกนนำชุมชน ในการเฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในโรงเรียนและชุมชน ซึ่งที่ผ่านมาในการดำเนินโครงการแกนนำกลุ่มนี้ได้มีการรายงานผลการเฝ้าระวังกรณีพบเห็นเหตุการณ์ในโรงเรียนและชุมชน ในกรณีเหตุการณ์ในโรงเรียนไม่พบนักเรียนมั่วสุมยาเสพติด(น้ำกระท่อม) เพราะโรงเรียนมีมาตรการเข้มงวดเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด แต่ปัญหาน้ำกระท่อมในชุมชน พบว่ามีการมั่วสุมในกลุ่มของเยาวชนและผู้ใหญ่ ซึ่งรวมตัวการดื่มน้ำกระท่อมเป็นประจำเกือบจะทุกวัน โดยสถานที่ที่รวมตัวส่วนใหญ่อยู่ในสวนยางและพื้นที่ที่ห่างไกลผู้คน ซึ่งนับว่าปัญหาเหล่านี้อยากต่อการแก้ไขเป็นอย่างมาก เพราะบางคนที่ติดแล้วก็ไม่สามารถเลิกได้ต้องใช้ระยะเวลาในการเลิกดื่มน้ำกระท่อม ซึ่งผลที่ตามมานอกจากส่งผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ยังส่งผลต่อครอบครัวกรณีที่โดยจับ ทำให้ต้องใช้จ่ายเงินในการประกันตัว เบื้องต้นแกนนำดังกล่าวก็ได้เข้าไปพูดคุยกับเยาวชนกลุ่มนี้ พบว่า บางคนไม่สามารถเลิกได้ แต่มีบางคนที่จะพยายามเลิก แต่ไม่มั่นใจว่าจะเลิกสำเร็จหรือไม่
กิจกรรมที่ 2 อบรมให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนในโรงเรียนและชุมชน เพื่อหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 60 คน ประเมินผลโดยใช้แบบทดสอบก่อน - หลังอบรม (จำนวน 15 ข้อ) พบว่า คะแนนความรู้ก่อนการอบรม ส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 6-10 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 50.00 โดยคะแนนความรู้หลังการอบรมมีระดับความรู้ที่เพิ่มขึ้นอยู่ระหว่าง 11-15 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 85.00 สรุปได้ว่าหลังการอบรมผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 60 คน มีคะแนนสูงกว่าก่อนการอบรม
กิจกรรมที่ 3 รณรงค์/ประชาสัมพันธ์ต่อต้านยาเสพติดในชุมชน และกิจกรรมที่ 4 ปรับเปลี่ยนพื้นที่เสี่ยงในโรงเรียนและชุมชนเป็นพื้นที่สร้างสรรค์
แกนนำครู แกนนำนักเรียนและแกนนำชุมชน ร่วมกันเดินรณรงค์/ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ ยาเสพติด และได้แจกเอกสารแผ่นผับให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด รวมทั้งปรับสภาพแวดล้อมในโรงเรียนและชุมชน ซึ่งได้ร่วมมือร่วมใจกันพัฒนา เพื่อให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สีเขียว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข
กิจกรรมที่ 5 เฝ้าระวังและติดตามผล
จากการติดตามและเฝ้าระวังเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดในชุมชน จากเหตุการณ์ที่พบมีเยาวชนและผู้ใหญ่บางคนจะติดน้ำกระท่อม แม้ว่าจะมีมาตรการของชุมชนแล้ว แต่ปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถที่จะแก้ไขได้อย่างทันที บางรายที่เลิกดื่มน้ำกระท่อมเพราะถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เกิดความกลัว ทำให้ไม่กล้ากลับมากินซ้ำ แต่ก็ยังมีบางรายแม้จะโดยจับกุมแล้วก็ยังปฏิบัติตนเหมือนเดิม สำหรับพื้นที่ในโรงเรียน มัสยิด และสถานที่อื่นๆ ไม่พบการมั่วสุมและนำยาเสพติดเข้ามาในในสถานที่ดังกล่าว ในส่วนของผู้นำชุมชนเองก็ได้มีการสอดส่องดูแล เพื่อที่จะลดปัญหาดังกล่าว
และจากการรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน ยังไม่พบเหตุการณ์ เช่น การเกิดอาชญากรรม การลักเล็กขโมยน้อย เป็นต้น ซึ่งการเข้ามาทำงานได้รับความร่วมมืออย่างดีของแกนนำครู แกนนำนักเรียนและแกนนำชุมชน ในการสอดส่องดูแลและเป็นหูเป็นตาให้กับชุมชน พร้อมทั้งมีกำลังคนและเครือข่ายในการเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชนเพิ่มขึ้น ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการและสอบถามพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการไปยังโรงเรียนและผู้ปกครอง ไม่พบผู้ที่ติดสารเสพติดรายใหม่ (น้ำกระท่อม) และมีผู้ที่ติดน้ำกระท่อมรายเก่า จำนวน 2 ราย ที่ลดปริมาณการดื่มและอยากจะเลิกดื่มน้ำกระท่อม ทั้งนี้การดำเนินงานที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีของผู้นำชุมชนและโรงเรียน เพื่อให้เป็นชุมชนเข้มแข็งปลอดยาเสพติดต่อไป
หมายเหตุ *
ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ
การดำเนินงานด้านยาเสพติดเป็นเรื่องที่มีความท้าทายเป็นอย่างมาก ไม่สามารถที่จะบังคับเยาวชนมาเข้าร่วมกิจกรรมได้ทั้งหมด ยกเว้นเฉพาะนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่
การพูดคุยกับเยาวชนในกลุ่มที่ดื่มน้ำกระท่อม ต้องใช้ความละเอียดในการพูดคุย การเข้าหาเพื่อที่จะให้กลุ่มนี้ ลด ละ เลิกน้ำกระท่อมได้
- ควรขยายผลการดำเนินงานเกี่ยวกับยาเสพติด โดยการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเข้ามามีบทบาทและรับทราบปัญหาด้วย