โครงการกำจัดยุงก้นปล่อง สู้ภัยไข้มาลาเรีย
โครงการกำจัดยุงก้นปล่อง สู้ภัยไข้มาลาเรีย
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการกำจัดยุงก้นปล่อง สู้ภัยไข้มาลาเรีย | |
| รหัสโครงการ | 62-L4131-1-05 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านอัยเยอร์เวง | |
| วันที่อนุมัติ | 11 มีนาคม 2562 | |
| ปี | 2562 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 เมษายน 2562 - 30 กันยายน 2562 | |
| งบประมาณ | 26,900.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายรุสดี ซียง | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา |
ด้วย วิสัยทัศน์พัฒนาระบบสุขภาพจังหวัดยะลา ปี 2562 ได้กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 การส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเลิศ (PP&P Excellence) ซึ่งกำหนดตัวชี้วัดอัตราป่วยไข้มาลาเรียไม่เกิน 300 ต่อแสนประชากร และอัตราป่วยด้วยโรคไข้มาลาเรียลดลง ร้อยละ 30 จากปีที่ผ่านมา ประกอบกับโรคไข้มาลาเรียเป็นโรคติดต่อที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรคอย่างรวดเร็ว และอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้หากดูแลไม่ดี จึงต้องเร่งหาทางป้องกันโดยด่วน
อำเภอเบตง มีสภาพเป็นป่าเขา อากาศร้อนชื้น ฝนตกตลอดปี จึงเหมาะต่อการระบาดของ ไข้มาลาเรีย โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลอัยเยอร์เวง เป็นแหล่งรังโรคของไข้มาลาเรีย มีการระบาดซ้ำซากเป็นประจำทุกปี ในส่วนเขตพื้นที่รับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านอัยเยอร์เวง (ม.1,2,3,6,8,9,10) จากสถิติที่ผ่านมา พบว่า ปี 2557 - 2561 มีประชากรป่วยเป็นไข้มาลาเรีย 43 ,6,5,4,3 ราย ส่วนในปี 2562 นี้คาดว่าจะมีแนวโน้มผู้ป่วยสูงขึ้น หากไม่มีการรณรงค์ป้องกัน และทำงานในเชิงรุกที่ดี
- เพื่อลดอัตราป่วยด้วยโรคไข้มาลาเรียให้เหลือไม่เกิน 300 ต่อแสนประชากร
- เพื่อลดอัตราป่วยด้วยโรคไข้มาลาเรียลดลง ร้อยละ 30 จากปีที่ผ่านมา
- เพื่อพ่นสารเคมีตกค้างกำจัดยุงก้นปล่องในเขตพื้นที่เสี่ยงระบาดซ้ำซ้อน
- การควบคุมการแพร่ระบาดตำบลอัยเยอร์เวงในเขตพื้นที่ระบาดซ้ำซ้อน
1) วิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลัง 2) เขียนและเสนอโครงการ 3) ประสาน และดำเนินการตามกิจกรรมที่กำหนด ดังนี้ 3.1) กิจกรรมการควบคุมและป้องกันโรค - พ่นสารเคมีตกค้างทุกครัวเรือนในเขตพื้นที่เสี่ยงระบาดซ้ำซ้อนโดย นคม./อสม. - ใช้โลชั่นกันยุงในจุดที่พบผู้ป่วยเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด 4) สรุปผลการดำเนินงานตามกิจกรรม
1) อัตราป่วยด้วยไข้มาลาเรียลดลงเหลือไม่เกิน 300 ต่อแสนประชากร 2) อัตราป่วยด้วยโรคไข้มาลาเรียลดลง ร้อยละ 30 จากปีที่ผ่านมา