กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายในเยาวชนมุสลิมตำบลลำภู ประจำปี 2562

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายในเยาวชนมุสลิมตำบลลำภู ประจำปี 2562
รหัสโครงการ 02/3/2562
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านตำบลลำภู
วันที่อนุมัติ 25 เมษายน 2562
ปี 2562
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 2 พฤษภาคม 2562 - 2 พฤษภาคม 2562
งบประมาณ 37,800.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านตำบลลำภู
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลลำภู อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส
ประเด็น
แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย (การเข้าสุนัต) คือ การทำความสะอาดร่างกายที่ต้องตัดแต่งเพื่อขจัดความสกปรก และเหตุผลทางการแพทย์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านนบีมูฮำหมัดศ็อล ฯ ได้ให้โอวาทไว้ดังนี้ ธรรมชาติ 5 สิ่ง
(ในร่างกายมนุษย์) ที่ต้องได้รับการตกแต่ง คือ 1.การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ 2.ขจัดขนในร่มผ้า 3. ตัดเล็บ 4. การตกแต่งหนวดเครา 5. การตัดหนังหุ้มปลายอวัยวะสืบพันธุ์ของชาย เพื่อความสะอาดเป็นสำคัญ จากงานวิจัยพบว่าการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย สามารถลดความเสี่ยงการติดเชื้อ HIV ได้ร้อยละ 50 - 60 เนื่องจากผิวหนังบริเวณนี้จะมีต่อมซึ่งจะสร้างสารที่เรียกว่า smegma หรือขี้เปียก หากมีหนังหุ้มไม่สามารถเปิดออกล้างได้ จะทำให้สารดังกล่าวคั่ง ซึ่งจะก่อให้เกิดกลิ่น การติดเชื้อ รวมทั้งเกิดมะเร็งที่อวัยวะเพศชายได้ [[นพ.อนุพงศ์ ชิตวรากร.(ออนไลน์).สืบค้นจาก https://news.mthai.com/general-news/33903.html (9 พ.ค.2552)]] นอกจากนี้การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย ผู้ขลิบจะลดโอกาสเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิส แผลริมอ่อน และลดความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมาก หากขลิบในเด็กทารก ก็จะลดโอกาสเกิดการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะในเด็กได้ด้วย ทั้งยังสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง และลดอัตราเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูกจากบริบทพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ พบว่า การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย หรือ “คีตาล (ภาษาอาหรับ) หรือ“ทำสุนัต”(ภาษามลายู) มักทำกับหมอบ้าน หรือ “โต๊ะมูเด็ง” จากความเชื่อและประเพณีของชุมชน โดยผู้ปกครองเด็กเชื่อว่า “การทำกับแพทย์จะทำให้อวัยวะเพศไม่แข็งแรง แต่การทำกับโต๊ะมูเด็งเป็นประเพณีที่คนเฒ่าคนแก่เคยทำกัน” เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า การทำสุนัตกับโต๊ะมูเด็ง มักจะมีเหตุการณ์เลือดออกมาก (bleeding) ทำให้เกิดภาวะช็อค หรือการติดเชื้อ เช่น ติดเชื้อตับอักเสบ เชื้อ HIV จากการใช้เครื่องมือร่วมกัน โดยไม่ได้ล้างทำความสะอาดอย่างถูกวิธี ดังนั้นชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ตำบลลำภู จึงเห็นถึงความสำคัญของการทำขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย หรือสุนัต ในกลุ่มเด็กและเยาวชนในพื้นที่ โดยแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่มีความรู้ ทักษะด้านการขลิบหนังหุ้มปลายแบบปราศจากเชื้อ เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับบริการที่ปลอดภัยและมีคุณภาพยิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้เด็กและเยาวชนมุสลิมตำบลลำภู สามารถเข้าถึงบริการด้านส่งเสริมและป้องกันโรค
  2. เพื่อรณรงค์และสร้างความตระหนัก ความเข้าใจ ในการดูแลสุขภาพและป้องกันโรค โดยเฉพาะโรคติดเชื้อ
  3. เพื่อลดภาวะเสี่ยงการติดเชื้อ และภาวะเลือดออกมาก (bleeding)
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. แจกบัตรคิวและรับลงทะเบียน
  2. ให้ความรู้การดูแลสุขภาพ (การป้องกันโรคติดต่อ) แก่เด็กและเยาวชนเป้าหมาย รวมทั้งผู้ปกครอง เพื่อให้เกิดความตระหนักในการป้องกันโรค
  3. บริการทางการแพทย์พร้อมเวชภัณฑ์ (ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย)
วิธีดำเนินการ

ขั้นเตรียมการ

  1. จัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ อบต.ลำภู

  2. จัดประชุมคณะกรรมการ และคณะทำงานสุขภาพชุมชนเพื่อวางแผนการดำเนินงานโครงการ

  3. ประชาสัมพันธ์ เปิดรับสมัครเด็กและเยาวชนมุสลิมเข้าร่วมโครงการ

ขั้นดำเนินการ

  1. กิจกรรมตามโครงการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายในเยาวชนมุสลิม ประกอบด้วย

  2. กิจกรรม ให้ความรู้การดูแลสุขภาพ (การป้องกันโรคติดต่อ) แก่เด็กและเยาวชนเป้าหมาย รวมทั้งผู้ปกครอง เพื่อให้เกิดความตระหนักในการป้องกันโรค

  3. กิจกรรม ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย (Circumcision)

ขั้นสรุปผล

  1. ติดตามประเมินอาการ รวมทั้งให้ความรู้ความเข้าใจวิธีการดูแลสุขภาพและแผลหลังการทำการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย โดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ตำบลลำภู

  2. สรุปผลการดำเนินโครงการในภาพรวม

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. เด็กและเยาวชนมุสลิมมีความรู้ความเข้าใจในหลักการดูแลสุขภาพตามหลักศาสนาอิสลาม

  2. เด็กและเยาวชนมุสลิมได้รับบริการทำขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย และลดภาวะเสี่ยงการติดเชื้อและภาวะออกเลือดมาก

  3. เด็กและเยาวชนมุสลิมสามารถเข้าถึงบริการด้านส่งเสริมและป้องกันโรค