โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ
โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ | |
| รหัสโครงการ | 62-L1513-02-019 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ 13 บ้านควนจำปา | |
| วันที่อนุมัติ | 22 พฤษภาคม 2562 | |
| ปี | 2562 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 สิงหาคม 2562 - 31 สิงหาคม 2562 | |
| งบประมาณ | 5,631.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายจรัส บุญส่ง | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลควนเมา อำเภอรัษฏา จังหวัดตรัง |
ปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือที่เรียกว่า “โรควิถีชีวิต” 5 โรค ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคมะเร็ง เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญ ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องมาจากความเจริญทางด้านเทคโนโลยีและสภาพแวดล้อมส่งผลต่อวิถีชีวิตและก่อให้เกิดพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม ได้แก่ การบริโภคอาหารที่ไม่สมดุล (ทานหวาน มัน เค็ม มากเกินไป และทานผัก ผลไม้น้อยลง) การเคลื่อนไหวทางกายน้อย การบริโภคยาสูบ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในปริมาณที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ซึ่งหากไม่สามารถหยุดพฤติกรรมดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยด้วยโรควิถีชีวิต พิการ และเสียชีวิตตามมา
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นโรคทางระบบประสาทที่พบบ่อย และเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของโลกและประเทศองค์การอัมพาตโลก (World Stroke Organization : WSO รายงงานสาเหตุการจากตายโรคหลอดเลือดสมอง เป็นอันดับ 2 ของประชากรอายุมากกว่า 60 ปี ทั่วโลกและเป็นสาเหตุการตายเป็นอันดับ 5 ของประชากรอายุมากกว่า 15-59 ปี และในแต่ละปีมีคนทั่วโลกเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองประมาณ 6 ล้านคน ซึ่งมากกว่าคนทั่วโลกที่เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ วัณโรค และโรคมาลาเรียรวมกัน ทั้งนี้องค์การอัมพาตโลกคาดการณ์ว่าคนทั่วโลและเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองถึง 6.5 ล้านคน โรคหลอดเลือดสมอง(Stroke) และโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นโรคที่เริ่มมีคนเป็นกันมากขึ้นในพื้นที่ตำบลควนเมา และยังส่งผลต่อเนื่องกับร่องรอยของโรคถึงความพิการ ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการแล้วไม่รู้ถึงอาการของโรคหรือมาโรงพยาบาลช้า จึงส่งผลให้เกิดความพิการต่อเนื่อง จากสาเหตุการตายของประชากรในเขตรับผิดชอบ สอน.ควนเมา จังหวัดตรัง ปี พ.ศ.2560 พบว่า สาเหตุการตาย ลำดับแรกคือ โรคหลอดเลือดสมอง (93.37 ต่อแสนประชากร) โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลกระทบของโรคไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะผู้ป่วยแต่ส่งผลถึงครอบครัวของผู้ป่วยด้วย
จากสถานการณ์ดังกล่าว ทางอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ 13 บ้านควนจำปา ตำบลควนเมา อำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง ได้ตระหนักถึงปัญหาจึงได้จัดทำโครงการ “ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ” ขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมอง และหลอดเลือดหัวใจ และรู้ถึงอาการผิดปกติของโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ และมารับการรักษาได้ทันเวลา ตามเกณฑ์มาตรฐานในการดูแลรักษา
- เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้เรื่อง โรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ
- เพื่อให้ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองโรคหลอดเลือดสมองและ หลอดเลือดหัวใจ
- เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้มีการออกกำลังกาย เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ
- เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รู้ถึงอาการผิดปกติของโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ และมารับการรักษาได้ทันเวลา ตามเกณฑ์มาตรฐานในการดูแลรักษา
- อบรมให้ความรู้
- คัดกรองโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ
- ขั้นเตรียมการ 1.1 ประชุมคณะทำงานเพื่อกำหนดแนวทางในการดำเนินงาน 1.2 จัดทำและเสนออนุมัติโครงการ 1.3 ประสานกับหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง
- ขั้นดำเนินการ 2.1 อบรมให้ความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจแก่กลุ่มเสี่ยง จำนวน 70 คน 2.2 คัดกรองโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 202 คน 2.3 รณรงค์การออกกำลังกายเพื่อป้องกันการเกิดโรค 2.4 ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนได้รู้ถึงอาการผิดปกติของโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ และมารับการรักษาได้ทันเวลา ตามเกณฑ์มาตรฐานในการดูแลรักษา
- ขั้นสรุปโครงการ 3.1 สรุปผลโครงการ 3.2 จัดทำรายงานสรุปผลโครงการ
- กลุ่มเป้าหมายมีความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ
- ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ
- กลุ่มเป้าหมายได้มีการออกกำลังกายเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ
- กลุ่มเป้าหมายได้รู้ถึงอาการผิดปกติของโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ และมารับการรักษาได้ทันเวลา ตามเกณฑ์มาตรฐานในการดูแลรักษา