โครงการป้องกันภาวะหกล้มในผู้สูงอายุ
โครงการป้องกันภาวะหกล้มในผู้สูงอายุ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการป้องกันภาวะหกล้มในผู้สูงอายุ | |
| รหัสโครงการ | 001 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้่านท่ามะเดื่อ | |
| วันที่อนุมัติ | 8 พฤษภาคม 2562 | |
| ปี | 2562 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤษภาคม 2562 - 30 กันยายน 2562 | |
| งบประมาณ | 18,700.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางธัญทิพา มูสิกะปาละ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง |
ปัญหาสุขภาพของประชาชนในปัจจุบัน พบว่ามีความซับซ้อนมากขี้นตามการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกาภิวัฒน์ จากการเร่งรีบและแข่งขันในชีวิตประจำวันทำให้คนลืมนึกถึงและใส่ใจกับเรื่องสุขภาพจะเห็นได้ว่า พฤติกรรมการบริโภค พฤติกรรมการออกกำลังกาย และพฤติกรรมอื่นๆเกี่ยวโยงกับสุขภาพทำให้คนส่วนใหญ่ละเลย ไม่ใส่ใจจนทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาอย่างเห็นได้ชัด หลายคนที่เป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ไม่มีความเชื่อมโยงด้านพันธุกรรม แต่พบว่าสาเหตุการเจ็บป่วยเกิเจากพฤติกรรมล้วนๆ และที่สำคัญไม่เฉพาะกลุ่มที่สูงอายุเท่านั้นที่เป็นกลุ่มเสี่ยงโรคเรื้องรังได้ หากแต่ปัจจุบันแนวโน้มของกลุ่มเสี่ยงในคนไทย อายุแทบจะไม่เป็นปัจจัยของผู้มีความเสี่ยงจะเป็นผู้ป่วยโรคเรื้องรังในอนาคตเท่านั้น โดยจะเห็นได้จากการพบผู้ป่วยโรคอ้วนและเบาหวานในเด็กมีแนวโน้มสูงขี้นทุกปี ดังนั้นประชากรทุกกลุ่มจึงเป็นเป้าหมายในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง จากการคัดกรองความเสี่งต่อโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงในปี 2562 เป้าหมายประชากร 35 ปีขึ้นไป จำนวน 321 คน คัดกรองได้ 306 คิดเป็นร้อยละ 95.33 พบกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวานจำนวน 136 คน คิดเป็นร้อยละ 42.36 และพบกลุ่มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 153 คนคิดเป็นร้อยละ 50โดยในปี 2561 ผู้ป่วยเบาหวานมีจำนวน 45 ความดันโลหิตสูง จำนวน 126 พบว่ามีผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดังน้ำตาลในเลือได้เพียง 9 คน คิดเป็นร้อยละ20 มีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตได้ จำนวน 46 คน คิดเป็นร้อยละ 36.50 ตามตัวชี้วัดผู้ป่วยเบาหวานจะต้องคุมระดับน้ำตาลได้ร้อยละ 40 และคุมความดันโลหิตได้ร้อยละ 50 ซึ่งไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากกลุ่มเสี่ยง กลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูงขาดความรู้ในการดูแลตนเอง ขาดความตระหนักในเรื่องการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง มีพฤติกรรมการดูแลตนเองไม่เหมาะสมทั้งเรื่องการรับประทานอาหารการกินยา การออกกำลังกาย การดูแลระดับน้ำตาลในเลือด แสดงให้เห็นว่ามีโอกาสเสียงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนและเกิดผลกระทบจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มมากขี้นทุกปี ส่งผลให้ไม่สามารถดูแลสุขภาพด้วยตนเองได้ดี จากสภาพปัญหาดังกล่าว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่ามะเดื่อ เล็งเห็นแนวโน้ม ที่จะมีผู้ป่วยเรื้อรังรายใหม่เพิ่มขึันถ้าหากไม่มีการแก้ปัญหาที่แท้จริง จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีผู้ป่วยเรื้อรังรายใหม่เพิ่มขึ้นถ้าหากไม่มีการแก้ปัญหาที่แท้จริง จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยยพฤติกรรมขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ผิดๆที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค โดยมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สามารถดูแลตนเองและคนในครอบครัว ตลอดจนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้เหมาะสมเกิดพฤติกรรมที่ดีและสามารถลดการเกิดโรคเพิ่มได้ในระยะยาว
- 1.เพื่อให้ผู้สูงอายุและผู้ดูแลมีความรู้และสามารถปฏิบัติตัวได้เหมาะสมในการป้องกันภาวะหกล้ม 2.เพื่อส่งเสริมการจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ 3.เพื่อลดอัตราการเกิดภาวะหกล้มในผู้สูงอายุ 4.เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุ
- โครงการป้องกันภาวะหกล้มในผู้สูงอายุ ปีงบประมาณ 2562
1.ประชุมเครื่อข่ายสุชภาพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่ามะเดื่อเตรียมข้อมูลเพื่อจัดทำโครงการ 2.เสนอโครงการต่อคณะกรรมการ สปสช.ทต.บางแก้ว เพื่ออนุมัติ 3.ประชุมคณะทำงานชี้แจงโครงการ มอบหมายหน้าที่ และวางแผนการดำเนินงาน 4.จัดทำทะเบียนผู้สูงอายุตามเขตรับผิดชอบของอสม./แกนนำผู้สูงอายุ 5.จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการดำเนินงาน 6.ดำเนินงานตามโครงการ 6.1ประชุมคณะทำงานคืนข้อมูลสุขภาพและชี้แจงแนวทางประเมินความเสี่ยงต่อภาวะแทรกหกล้มของผู้สูงอายุแก่ผู้นำชุมชน อสม.แกนนำผู้สูงอายุ และร่วมสำรวจสภาพบ้านผู้สูงอายุในชุมชนที่มีความเสี่ยงต่อภาวะหกล้ม 6.2ตรวจคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุเบื้องต้นและคัดกรองภาวะหกล้มของผู้สูงอายุ 6.3อบรมให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุผู้ดูแลและภาคีเครือข่ายเรื่อง การป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุฝึกปฏิบัติการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและสาธิตการใช้นวัตกรรม "ถุงผ้าถ่วงน้ำหนัก" 6.4ติดตามเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงเพื่อประเมินสิ่งแวดล้อมที่บ้านร่วมกับภาคีเครือข่าย แนะนำปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมภายในนอกบ้านให้เหมาะสมปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ ประสานงานภาคีเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากต้อการความช่วยเหลือ 6.5คัดเลือกบ้านต้นแบบการจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านที่ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุหมู่บ้านละ 1 แห่ง 7.สรุปผลการดำเนินโครงการ รายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการ สปสช.
1.ผู้สูงอายุและผู้ดูแลมีความรู้และสามารถปฏิบัติตัวได้เหมาะสมในการป้องกันภาวะหกล้ม 2.ผู้สูงอายุได้รับการดูแลที่ดีมีการจัดสภาพแวดล้อมภายนอกภายในบ้านให้เหมาะสมส่งผลให้ผู้สูงอายุอยู่อย่างปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่กับครอบครัวและชุมชนได้อย่างปกติสุข 3.ลดอัตราการเกิดภาวะหกล้มในผู้สูงอายุและลดจำนวนผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงรายใหม่จากการหกล้ม 4.มีเครือข่ายสุขภาพในชุมชนที่เข้มแข็งมีส่วนร่วมในการดูแลและส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ