เฝ้าระวังมะเร็งปากมดลูกในสตรีอายุ 30 ปีขึ้นไป ปี2562
เฝ้าระวังมะเร็งปากมดลูกในสตรีอายุ 30 ปีขึ้นไป ปี2562
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | เฝ้าระวังมะเร็งปากมดลูกในสตรีอายุ 30 ปีขึ้นไป ปี2562 | |
| รหัสโครงการ | 62-L4148-1-7 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาโร๊ะ | |
| วันที่อนุมัติ | 23 เมษายน 2562 | |
| ปี | 2562 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 17 มิถุนายน 2562 - 30 กันยายน 2562 | |
| งบประมาณ | 20,300.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางปารีดะ ยามาลี | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลบาโร๊ะ อำเภอยะหา จังหวัดยะลา |
โรคมะเร็งปากมดลูกพบมากเป็นอันดับ 2 ในสตรีไทยและทั่วโลก ซึ่งในประเทศไทย มีผู้เสียชีวิต ประมาณ 4,500 รายต่อปี และพบผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 8,000 คนต่อปี สาเหตุโรคมะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่เกิดจากความอาย จึงไม่กล้าเข้ารับการตรวจคัดกรอง ซึ่งความจริงแล้วหากตรวจพบในระยะแรกสามารถรักษาได้ทันท่วงทีแต่ทางที่ดีที่สุดคือ การเข้ารับการตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก เมื่อมีเพศสัมพันธ์แล้ว หรือเมื่ออายุ 30 ปีขึ้นไป วิธีการคัดกรองของกระทรวงสาธารณสุข มี 2 วิธี คือ 1.Pap smear เป็นวิธีที่ใช้กันมากที่สุด เพราะใช้เวลา 2-5 นาที และรู้ผลภายใน 2-4 สัปดาห์ และ 2.Via เป็นวิธีที่ง่าย ค่าใช้จ่ายต่ำ รู้ผลทันทีและกำลังเป็นที่นิยม ในปี 2558-2559 โรงพยาบาลส่งเสริสุขภาพตำบลบาโร๊ะ อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ได้ดำเนินการคัดกรองค้นหาโรคมะเร็งปากมดลูกมีผลงานสะสม 4 ปี จำนวน 422 คน คิดเป็นร้อยละ 33.75 ไม่พบผิดปกติ ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริสุขภาพตำบลบาโร๊ะ จึงได้จัดทำโครงการต่อเนื่อง ในปีงบประมาณ 2562
- เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายสตรีวัยเจริญพันธุ์ อายุ 30 – 60 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธี Pap Smear อย่างน้อยร้อยละ 20
- อบรมกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้มีความรู้เกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูก โดยเน้น การตรวจและค้นหาผู้ป่วยในระยะแรก
- ประชุมชี้แจงดำเนินงานแก่อสม.
- พิมพ์รายชื่อกลุ่มเป้าหมาย สตรีวัยเจริญพันธุ์ อายุ 30-60 ปี จากโปรแกรม JHCIS
- อสม สำรวจรายชื่อกลุ่มเป้หมาย ตามรายชื่อที่พิมพ์จากโปรแกรม
- จัดอบรมกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้มีความรู้เกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูก โดยเน้น การตรวจและค้นหาผู้ป่วยในระยะแรก
สตรีกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ตำบลบาโร๊ะได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยวิธี Pap Smmearจำนวนร้อยละ 20 ของกลุ่มเป้าหมายทั้งหมดและมีการส่งต่อพบแพทย์ในรายที่มีผลการตรวจผิดปกติ