โครงการคัดกรองความดันโลหิตสูงและเบาหวาน หมู่ที่ 5 บ้านดาหลำ
โครงการคัดกรองความดันโลหิตสูงและเบาหวาน หมู่ที่ 5 บ้านดาหลำ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการคัดกรองความดันโลหิตสูงและเบาหวาน หมู่ที่ 5 บ้านดาหลำ | |
| รหัสโครงการ | 62-L5310-2-16 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กลุ่ม อสม.หมู่ที่ 5 | |
| วันที่อนุมัติ | 4 กรกฎาคม 2562 | |
| ปี | 2562 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 10 กรกฎาคม 2562 - 30 กันยายน 2562 | |
| งบประมาณ | 18,950.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | กลุ่ม อสม.หมู่ที่ 5 | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลเขาขาว อำเภอละงู จังหวัดสตูล |
- ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ขนาด 50.00
- ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขนาด 50.00
ด้วยปัจจุบันกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานนั้นเป็นปัญหาใหญ่ และเป็นภัยเงียบ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง ที่ส่งผลกระทบ ทำให้เกิดความพิการ และตายก่อนวัยอันควร การเกิดโรคมีสาเหตุมาจากปัจจัยเสี่ยงที่มาจากพฤติกรรมในการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม ขาดการออกกำลังกาย และนำไปสู่การเจ็บป่วยและโรคภาวะแทรกซ้อน เช่น ความเจ็บป่วยนี้เป็นผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยตลอดจนค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข กลุ่มผู้ป่วยนี้เข้ามารักษาในโรงพยาบาลมากขึ้นทุกปี
ดังนั้น อาสาสมัครสาธารณสุข หมู่ที่ 5 บ้านดาหลำดำเนินงานเร่งป้องกันต้องอาศํยความร่วมมือ โดย อสม ม.5 จึงจัดทำโครงการคัดกรองความดันและเบาหวานขึ้นในกลุ่มประชาชน อายุ ตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป จำนวน 100 คนเพื่อให้ประชาชาชนได้รับการดูแลสุขภาพของตนเองมากยิ่งขึ้น
- เพื่อให้ประชาชนได้รับการคัดกรองความดันเบาหวาน ปีละ 1 ครั้ง
- เพื่อค้นหาผู้ที่มีภาวะเสี่ยงและได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรรม
- ผู้ป่วยได้รับการรักษาและตรวจสอบทันท่วงทีอย่างต่อเนื่อง
- กิจกรรมอบรมเพิ่มทักษะและเพิ่มความรู้แก่ อสม.
- กิจกรรมหลัก 2 อบรมให้ความรู้ประชาชน
- กิจกรรมหลัก 3 คัดกรองเบาหวานตรวจน้ำตาลและตรวจความดัน
1.เตรียมความพร้อมดำเนินการกับคณะทำงาน (อสม)ทุกคนในเขตรับผิดชอบ 2.อสม ที่รับผิดชอบในเขตพื้นที่ สำรวจกลุ่มเป้าหมายอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป 3.คัดกรองความดันโลหิตสูง และเบาหวานในกลุ่มเป้าหมาย 4.นำการตรวจแต่ละรายการที่มีความเสี่ยงในโรคดังกล่าวนี้ส่งรายงาน รพ.สต ต่อไป
1.ประชาชนให้ความสำคัญกำกับการดูแลสุขภาพของต้นเองมากขึ้น 2.ประชาชนได้รู้ถึงการรักษาและป้องกันอย่างทันท่วงที 3.ผู้ป่วยได้รับการตรวจรักษาอย่างถูกต้อง