โครงการ "แสงแห่งความหวัง" สร้างพลังใจผู้ป่วยระยะสุดท้าย ตำบลลำภู ปี ๒๕๖๒
โครงการ "แสงแห่งความหวัง" สร้างพลังใจผู้ป่วยระยะสุดท้าย ตำบลลำภู ปี ๒๕๖๒
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการ "แสงแห่งความหวัง" สร้างพลังใจผู้ป่วยระยะสุดท้าย ตำบลลำภู ปี ๒๕๖๒ | |
| รหัสโครงการ | 01/8/2562 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลำภู | |
| วันที่อนุมัติ | 14 สิงหาคม 2562 | |
| ปี | 2562 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 สิงหาคม 2562 - 30 กันยายน 2562 | |
| งบประมาณ | 19,950.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางจิรภา พูลเทพ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลลำภู อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส |
สถานการณ์ด้านสุขภาพของประเทศไทยมีการพัฒนาไปอย่างก้าวไกล การเปลี่ยนแปลงของโรคที่เป็นปัญหาและเป็น สาเหตุการตายในทศวรรษนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับในหลายทศวรรษก่อน ปัจจุบันสาเหตุการป่วยร้อยละ 71 มีสาเหตุมาจากโรคไม่ ติดต่อ (Global Health Observatory, WHO) สาเหตุการตายเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากมีจำนวนผู้สูงอายุมากขึ้น การตายอันดับต้นของ ประเทศไทยคือ โรคมะเร็ง โรคเอดส์ อุบัติเหตุ และโรคหัวใจ ซึ่งโรคเหล่านี้ เมื่อโรคเข้าสู่ระยะท้าย ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะทนทุกข์ทรมานจากการรักษา ที่ไม่ก่อเกิดประโยชน์ รวมถึงได้รับการรักษาที่มุ่งยื้อชีวิตแม้อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ รวมถึงการตัดสินใจเลือก ทางเลือกของการรักษาต่างๆที่มักกระทำโดยครอบครัวโดยผู้ป่วยไม่มีส่วนร่วม ซึ่งบางครั้งการรักษาดังกล่าวอาจไม่ใช่แนวทางที่ ผู้ป่วยต้องการ palliative care เป็นทางเลือกที่จะช่วยให้ผู้ป่วยไม่ทุกข์ทรมานเมื่อโรคเข้าสู่ระยะท้าย โดยจุดมุ่งหมายของ palliative care คือการดูแลผู้ป่วยและครอบครัว ในผู้ป่วยที่โรครักษาไม่ได้หรือรักษาลำบาก หลักการของ palliative care คือ การยอมรับในเวลาที่เหลืออยู่โดยไม่ไปยืดหรือเร่งเวลาที่เหลือ แต่ดูแลให้ผู้ป่วยมีสมรรถนะและคุณภาพชีวิตดีที่สุดในเวลาที่เหลืออยู่ โดยการจัดการอาการที่มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะอาการปวดและอาการไม่สุขสบายอื่นๆ การดูแลประคับประคองด้านจิตใจ สังคม และด้านจิตวิญญาณ
การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคอง (Palliative care) เป็นรูปแบบการดูแลสุขภาพแบบ องค์รวมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ สําหรับผู้ที่ป่วยด้วยโรคที่คุกคามต่อชีวิต ซึ่งไม่สามารถ รักษาให้หายขาดได้เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเผชิญกับความเจ็บป่วย ผ่านกระบวนการป้องกันและบรรเทาความ ทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวด ซึ่งมิใช่เป็นเพียงอาการของความผิดปกติทางร่างกายเท่านั้น แต่เป็นผลลัพธ์ที่ เกิดจากสภาวะทางด้านจิตใจของผู้ป่วยด้วย รวมทั้งการให้คําแนะนําต่อญาติหรือผู้ดูแลผู้ป่วย ในการ เตรียมพร้อมที่จะรับมือกับสภาพความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น
จากข้อมูลผู้ป่วยระยะสุดท้ายของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลำภู ในปี 2561 พบว่ามีผู้ป่วยระยะสุดท้าย จำนวน 12 ราย ป่วยด้วยโรคมะเร็ง จำนวน 5 คน โรคไตระยะสุดท้ายจำนวน 7 คน ผู้ป่วยมีความทุกข์ทรมานเกิดความเจ็บปวดจากโรคและมีแผล อาการหอบเหนื่อยเป็นต้น และผู้ป่วยมีความต้องการเสียชีวิตอย่างสงบที่บ้าน ผู้ป่วยระยะสุดท้ายและครอบครัว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลำภูได้เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว ว่าผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการดูแลประคับประคองอย่างเป็นองค์รวม ที่บ้านอย่างเหมาะสมลดความทุกข์ทรมานที่จะเกิดขึ้น และเป็นการดูแลผู้ป่วยในวาระสุดท้ายของชีวิตตามหลักศาสนาของแต่ละบุคคลเพื่อการจากไปอย่างสงบ ครอบครัวสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
- 1.พัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคองต่อเนื่องที่บ้าน โดยชุมชนมีส่วนร่วมอย่างไร้รอยต่อร้อยละ 100
- 2.เพื่อลดความทุกข์ทรมานจากการเจ็บป่วยระยะสุดท้าย และพร้อมเผชิญความตายอย่างสงบ สมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
- 3. เพื่อให้เครือข่าย ”แสงแห่งชีวิต”มีความรู้และทักษะในการดูแลระยะสุดท้ายแบบประคับประคอง (Palliative care)
- อบรมเชิงปฏิบัติการ”เครือข่ายแสงแห่งชีวิต”แก่เจ้าหน้าที่และผู้ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายตำบลลำภู
- เยี่ยมผู้ป่วยระยะสุดท้ายต่อเนื่องที่บ้าน
ประชุมคณะทำงานเพื่อวางแผนการดำเนินงาน และจัดทำโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลลำภู
ประชุมคณะกรรมการ/อนุกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลลำภูเพื่อพิจารณาอนุมัติ
โครงการฯอบรมเชิงปฏิบ้ติการ”เครือข่ายแสงแห่งชีวิต”แก่เจ้าหน้าที่และผู้ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายตำบลลำภูโดยการให้ความรู้และทักษะการดูแลด้านร่างกาย และด้านจิตใจผู้ป่วยประคับประคองดูแลตามอาการใช้ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง
กำหนดแนวทางและวางแผนการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ
เยี่ยมผู้ป่วยระยะสุดท้ายต่อเนื่องที่บ้าน
5.1 ประสานทีม Palliative Care ของโรงพยาบาลลงดูแลผู้ป่วยที่บ้านพร้อมทีมสหสาขาวิชาชีพและช่วยแก้ไขปัญหาของผู้ป่วย
5.2 จัดให้มีพิธีกรรมทางศาสนา เช่น พิธีขอขมา,การทำสังฆทาน เพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ป่วย ตามบริบทของศาสนานั้นๆ
5.3 ประสานทีมและสนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์และเพื่อให้ผู้ป่วยและญาติยืมไปใช้ที่บ้าน เช่น ชุดให้ออกซิเจน ,เตียงผู้ป่วย , ที่นอนลม เป็นต้น
5.4 ประเมินและปรับเปลี่ยนแผนการดูแลตามเหมาะสมตามสภาพปัญหาของผู้ป่วย
1.ผู้ป่วยระยะสุดท้ายได้รับการดูแลประคับประคองที่บ้านโดยชุมชนมีส่วนร่วม
2.ผู้ป่วยระยะสุดท้ายได้รับการจัดการความปวด และมีความทุกข์ทรมานจากการเจ็บป่วยลดลง
3.มีเครือข่ายดูแลระยะสุดท้ายแบบประคับประคอง (Palliative care) ในชุมชน