โครงการดูแลผู้สูงอายุ และผู้พิการด้วยวิถีแพทย์แผนไทย
โครงการดูแลผู้สูงอายุ และผู้พิการด้วยวิถีแพทย์แผนไทย
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการดูแลผู้สูงอายุ และผู้พิการด้วยวิถีแพทย์แผนไทย | |
| รหัสโครงการ | 62-L5191-2-18 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมแพทย์แผนไทย รพ.สต.ตาแปด | |
| วันที่อนุมัติ | 22 สิงหาคม 2562 | |
| ปี | 2562 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กันยายน 2562 - 30 กันยายน 2562 | |
| งบประมาณ | 38,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางพรรณี ดวงมะลิ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา |
ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าโครงสร้างประชากรไทยอยู่ในระยะที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยประชากรสูงอายุ (อายุ ๖๐ ปีขึ้นไป) มีจำนวนและสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นถึงร้อยละ ๑๐ ของประชากร หรือ ๖.๓ ล้านคน(กรมอนามัย:๒๕๔๙) ในปัจจุบันส่งผลกระทบต่ออัตราส่วนภาระพึ่งพิงของประชากร ซึ่งเป็นเครื่องชี้วัดถึงความได้เปรียบทางประชากรในการพัฒนาประเทศ ขณะเดียวกันผู้สูงอายุมีอายุยืนยาวขึ้นมีปัญหาด้านสุขภาพ โรคภัยไข้เจ็บ ความพิการและทุพพลภาพเพิ่มมากขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อการเพิ่มของความต้องการค่าใช้จ่ายด้านการดูแลรักษาพยาบาลดังนั้นเมื่อจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นในอนาคตจะเป็นภาระสำคัญสำหรับรัฐบาลในการหามาตรการรองรับด้านการรักษาพยาบาล สังคมไทยจะเริ่มต้นสู่สังคมผู้สูงอายุในอีก ๖ ปี ข้างหน้า การมีนโยบายสุขภาพเชิงรุกสำหรับผู้สูงอายุ ย่อมทำให้ประชากรสูงอายุมีศักยภาพ สุขภาพ และปัญญาความรู้เพิ่มขึ้นที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศและป้องกันการเจ็บป่วย พิการ ทุพพลภาพ ตลอดจนการลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสุขภาพทั้งในปัจจุบันและในอนาคตจากการสำรวจบัญชีสาธารณสุข พบว่าในเขตรพ.สต.ตาแปด พบผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป จำนวน 3๗๖ คน จากการที่จำนวนผู้สูงอายุภายในชุมชนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่มีลักษณะความเป็นสังคมเมือง ลูกหลานออกไปทำงานนอกบ้าน ทำให้ผู้สูงอายุต้องเผชิญกับปัญหาหลายๆ ด้าน เช่น ผู้สูงอายุอยู่ตามลำพังหรือสังคมให้ความสำคัญต่อผู้สูงอายุน้อยลง ประกอบผู้สูงอายุประสบปัญหาสุขภาพ ทำให้ผู้สูงอายุที่มีความเปราะบางอยู่แล้วได้รับผลกระทบ ทั้งนี้หากผู้สูงอายุปรับตัวได้ทันกับความเปลี่ยนแปลงก็จะสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข เกิดความพึงพอใจในชีวิต แต่ถ้าไม่พร้อมหรือปรับตัวไม่ได้และไม่ดีพอ จะส่งผลให้เกิดความรู้สึกว่าตนเองโดดเดี่ยว เหงา ถูกทอดทิ้ง มีความวิตกกังวล ท้อแท้ไม่อยากมีชีวิตอยู่ รู้สึกคุณค่าในชีวิตลดน้อยลง
ในด้านผู้พิการในชุมชน พบผู้พิการจำนวน 45 คน มักจะพบปัญหาคล้ายกับผู้สูงอายุ จึงควรอย่างยิ่งที่จะต้องมีการสร้างระบบการดูแลรักษาพยาบาลผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยติดตียงและผู้สูงอายที่ดูแลตัวเองได้น้อยและผู้พิการในชุมชน เพื่อรองรับสถานการณ์ปัจจุบันของพื้นที่การดูแลผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยติดตียงและผู้สูงอายที่ดูแลตัวเองได้น้อยและผู้พิการที่เน้นให้บริการรักษาตามแนวทางแพทย์แผนไทยประยุกต์ร่วมด้วย ซึ่งเป็นการรักษาที่ไม่ต้องใช้ยาซึ่งอาจมีผลข้างเคียงต่อผู้สูงอายุและผู้พิการ
ชมรมแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตาแปด จึงได้จัดทำโครงการอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายที่ดูแลตัวเองได้น้อยและผู้พิการ เพื่อการดูแลในผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพโดยชุมชนโดยใช้แนวทางการดูแลและฟื้นฟูผู้สูงอายุโดยใช้ศาสตร์ของแพทย์แผนไทยร่วมด้วย รวมทั้งการดูแลผู้สูงอายุแบบประคับประคอง( ในระยะสุดท้ายของชีวิต ) โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายที่ดูแลตัวเองได้น้อยและผู้พิการ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านซึ่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชนเอง
- เพื่อให้ผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยและผู้พิการได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและถูกวิธี
- เพื่อส่งเสริมให้เกิดความตระหนักในการดูแลผู้พิการเห็นสามารถดูแลสุขภาพตนเอง และลดภาวะแทรกซ้อน ความพิการน้อยลง
- เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการปัญหาสุขภาพของคนในชุมชน
- การจัดอบรม
- ให้ความรู้เชิงปฎิบัติการ
- ป้ายไวนิลโครงการ
- ค่าวัสดุอุปกรณ์
- ระยะเตรียมการ
1.1 ประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมแพทย์แผนไทย รพ.สต.ตาแปด เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการและมี
ส่วนร่วมในการกำหนดกิจกรรมดำเนินงาน 1.2 สำรวจข้อมูลผู้สูงอายุและผู้พิการที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพ 1.3 จัดทำโครงการเพื่อเสนออนุมัติ - ระยะดำเนินการ 2.1 กิจกรรมเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ข้อที่ 1
- จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับผู้ดูแลผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุที่ดูแลช่วยเหลือได้น้อยและผู้ดูแลผู้พิการโดยวิถีแพทย์แผนไทย - จัดอบรมให้ความรู้แก่แกนนำอาสาสมัครสาธารณสุข 3. ระยะหลังดำเนินการ - สรุปและประเมินผลโครงการ
- ผู้ดูแลผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุที่ดูแลช่วยเหลือได้น้อยและผู้ดูแลผู้พิการมีความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 80
- ผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือได้น้อยและผู้พิการได้รับการเยี่ยมติดตามร้อยละ 100
- ผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือได้น้อยและผู้พิการได้รับการเยี่ยมติดตามร้อยละ 100