กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

credit_score
แบบการติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของโครงการ (Process Evaluation)
กิจกรรมระยะเวลาเป้าหมาย/วิธีการผลการดำเนินงานปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
ตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริง
1. รณรงค์ประชาสัมพันธ์โครงการ - -

รณรงค์ประชาสัมพันธ์โครงการ
รับสมัครผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ

-

-

-

-

2. อบรมให้ความรู้เรื่องคำสำคัญของผักต่อสุขภาพและสาธิตการปลุกผัก 11 ก.ค. 2563 11 ก.ค. 2563

ค่าอาหารกลางวันและเครื่องดื่ม จำนวน 30 คน x 60 บาทx 1 มื้อ = 1,800 บาท

ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 30 คน x 25 บาท x 2 มื้อ= 1,500 บาท

ค่าป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์โครงการขนาด 1 x 3 เมตร= 750 บาท

ค่าวิทยากร 1 คน x 3 ชม. X 600 บาท = 1,800 บาท

ค่าวิทยากรปฎิบัติการ1 คน x2 ชม. X 600 บาท = 1,200 บาท

ชุดสาธิตการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์2 ชุดๆละ 1,475 บาท = 2,950บาท

  1. เตรียมอุปกรณ์ในการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ให้พร้อม ...
  2. เลือกซื้อเมล็ดพันธุ์ พืชผัก ที่ต้องการจะปลูก ...
  3. นำเมล็ดพันธุ์ วางบนกระดาษทิชชู่ ใส่ภาชนะเพาะเมล็ด ให้เรียบร้อย ...
  4. ย้ายเมล็ดพันธุ์ ไปวางบน แผ่นฟองน้ำขนาด 1 x 1 นิ้ว ที่ชุ่มน้ำ

-

  1. ผักไฮโดรโปนิกส์เป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหารสูง และไม่มีสารเคมีที่เป็นพิษต่อร่างกาย มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคสูง เนื่องจากการปลูกผักไร้ดินเป็นการนำสารละลายธาตุอาหารมาละลาย โดยใช้ธาตุอาหารที่เหมาะสมกับความต้องการพืช เช่นเดียวกับการปลูกพืชบนดิน แต่ต่างกันตรงที่ผักที่ปลูกในดินจะต้องอาศัยจุลินทรีย์มาเปลี่ยนเป็นอาหาร ทำให้บางครั้งหากในดินมีธาตุโลหะหนักที่เป็นพิษต่อผู้บริโภค จุลินทรีย์ก็จะเปลี่ยนให้พืชสามารถดูดธาตุที่เป็นพิษเข้าไปได้ ในขณะที่การปลูกพืชไร้ดิน จะสามารถควบคุมแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชได้ ผู้บริโภคจึงได้รับประทานผักสดสะอาดที่มีความปลอดภัยสูง
  2. ข้อดีของการบริโภคผักไฮโดรโปนิกส์ คือ การคงคุณประโยชน์ที่โดดเด่นที่สุดของผักเอาไว้ได้อย่างเต็มที่ เช่น กากใยอาหาร ที่เป็นตัวช่วยในการล้างผนังลำไส้และเป็นตัวช่วยในการขับถ่าย มีการรับรองว่าพืชผักไร้ดินจะมีปริมาณแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์เท่ากับพืชผักที่ปลูกบนดินหรือสูงกว่าเล็กน้อย แต่พืชผักไร้ดินจะมีกลิ่นที่มาจากน้ำมันหอมระเหยและมีรสชาติน่าชวนชิมมากกว่าพืชผักที่ปลูกบนดิน
  3. ผักไฮโดรโปนิกส์ที่นิยมส่วนใหญ่จะเป็นผักสลัดที่นำมารับประทานสด เช่น ผักกรีนคอส (Green Cos) เป็นผักที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็กที่ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง นอกจากจะใช้เป็นส่วนประกอบในสลัดแล้ว ยังนิยมนำไปผัดน้ำมันอีกด้วย, ผักกรีนโอ๊ค (Green Oak) หรือ ผักเรดโอ๊ค (Red Oak) เป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี โฟเลท และธาตุเหล็ก, ผักเรดคอรัล (Red Coral) เป็นผักที่อุดมไปด้วยใยอาหาร โฟเลท สารต้านอนุมูลอิสระ รวมไปถึงเบต้าแคโรทีน, ผักบัตเตอร์เฮด (Butterhead) เป็นผักที่อุดมไปด้วยโฟเลทและสารต้านอนุมูลอิสระ

-