โครงการส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพในเด็กปฐมวัย ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กประจำมัสยิดบูเกะตาโมง
โครงการส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพในเด็กปฐมวัย ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กประจำมัสยิดบูเกะตาโมง
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพในเด็กปฐมวัย ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กประจำมัสยิดบูเกะตาโมง | |
| รหัสโครงการ | 63 - L2479 - 3 - 02 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กประจำมัสยิดบูเกะตาโมง | |
| วันที่อนุมัติ | 7 มกราคม 2563 | |
| ปี | 2563 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ตุลาคม 2562 - 30 กันยายน 2563 | |
| งบประมาณ | 14,805.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวรอฮีเม๊าะ สาและ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส |
- จำนวนเด็กก่อนวัยเรียน (3ขึ้นไป-6 ปี) ที่มีปัญหาฟันผุ (คน) ขนาด 48.00
สุขภาพช่องปากมีความสำคัญต่อสุขภาพของทุกคน โดยเฉพาะในเด็กปฐมวัย โรคฟันผุในเด็กสามารถพบได้ตั้งแต่ฟันเริ่มขึ้นในช่วงขวบปีแรก และอัตราการผุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงอายุ 1-3 ปี สาเหตุหลักที่ทำให้เด็กมีฟันผุมาจากพฤติกรรมของมารดาในการเลี้ยงดูบุตรที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงการดูแลทำความสะอาดช่องปากไม่ถูกวิธี และมีพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสมก่อให้เกิดโรคฟันผุในฟันน้ำนมอย่างรุนแรง ทำให้เด็กมีความเจ็บปวด เคี้ยวอาหารไม่ได้ตามปกติ ได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอและส่งผลต่อพัฒนาการการเจริญเติบโตของเด็กได้ การเกิดฟันผุในฟันน้ำนม นอกจากจะมีผลเสียโดยตรงต่อสุขภาพของเด็กในขณะนั้นแล้ว ยังมีผลเสีย ต่อฟันแท้ของเด็กในอนาคตด้วย กล่าวคือฟันน้ำนมที่เสีย ถูกถอน หรือหลุดไปก่อนที่ฟันแท้จะขึ้นแทนที่จะทำให้ฟันที่อยู่ติดกันรวน เก ล้ม เอียง เข้าหาช่องว่าง ทำให้ฟันแท้ที่จะขึ้นแทนตำแหน่งนั้นไม่สามารถขึ้นได้อย่างปกติ อาจจะขึ้นมาในลักษณะบิด ซ้อนกันหรือมีขนาดใหญ่ ไม่เหมาะสมกับใบหน้าของเด็ก ซึ่งจะเป็นปมด้อยทำให้เด็กไม่กล้าในการแสดงออก ปัจจุบันเด็กๆ นิยมรับประทานขนมคบเคี้ยวเป็นจำนวนมาก ในท้องตลาดมีขนมจำหน่ายมากมาย หลายชนิด , ลูกอมต่างๆ และเด็กๆ ติดขวดนม เป็นสาเหตุของโรคฟันผุ เป็นโรคที่มีอัตราสูงในทุกกลุ่มอายุและก่อให้เกิดผลเสียต่อการเคี้ยวอาหาร และสุขภาพโดยรวม โรคฟันผุเป็นสิ่งที่สามารถป้องกันได้ด้วย พฤติกรรมทันตสุขภาพที่เหมาะสม ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเริ่มต้นในช่วงปฐมวัย ด้วยการบ่มเพาะพฤติกรรม การทำความสะอาด และการบริโภคอาหารที่ส่งเสริมสุขภาพและไม่เสี่ยงต่อฟันผุ ซึ่งเป็นวิธีการป้องกันโรคฟันผุ ได้ด้วยตนเอง โครงการดูและสุขภาพในช่องปากให้แก่เด็ก สุขภาพช่องปากเด็กมีความสัมพันธ์โดยตรงต่อสุขภาพทั่วไปของเด็ก แต่ปัจจุบันพบเด็กเล็กอายุ 2-5 ปีเป็นโรคฟันผุเกือบทุกคน บางคนฟันผุเกือบทั้งปาก ทำให้เด็กๆ ต้องทนทุกข์ทรมานจากการปวดฟันหรือ เจ็บป่วยเรื้อรังจากโรคฟันผุ อันจะส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเด็กในระยะยาว ซึ่งหากครูพี่เลี้ยง และผู้เลี้ยงดูเด็กที่บ้านร่วมมือกันช่วยดูแลเด็กอย่างเหมาะสม จะมีส่วนช่วยให้เด็กเป็นโรคฟันผุลดลงการที่เด็กมีสุขภาพฟันดี จะส่งผลให้เด็กมีสุขภาพกายดี และสุขภาพจิตที่ดีด้วย การแก้ไขปัญหาดังกล่าวทำได้โดยการใช้รูปแบบการให้บริการทันตกรรมครบวงจร การตรวจสุขภาพ ช่องปากการให้สุขศึกษา บริการทันตกรรม การแปรงฟันที่ถูกวิธี การบำบัดรักษา และการติดตาม ประเมินผลทางฝ่ายทันตสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบูกิต ร่วมกับกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลบูกิตได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพและตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว การที่เด็กมีปัญหาสุขภาพช่องปากจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพและพัฒนาการโดยรวมของเด็กการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคฟันผุในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ให้มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยลดการเกิดฟันผุในฟันน้ำนม โดยครูผู้ดูแลเด็กเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะพัฒนาให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ปลอดภัยจากปัญหาสุขภาพช่องปากเนื่องจากเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุดในช่วงที่เด็กอยู่ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อีกทั้
- เพื่อแก้ปัญหาเด็กเล็ก (0-3 ปี) ที่มีปัญหาฟันผุ
- เพิ่อส่งเสริมให้ผู้ปกครองมีความรู้และมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพปากและฟัน
- 1. อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับทันตสุขภาพให้กับผู้ปกครองและเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
- 2. สาธิตการแปรงฟันที่ถูกวิธีให้กับผู้ปกครองและเด็กเล็ก
๑. ผู้ปกครอง ครูผู้ดูแลเด็กและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัยมีความรู้ความเข้าใจตลอดจนทักษะจำเป็นในการส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพในเด็กปฐมวัย ๒.ลดการเกิดโรคฟันผุของเด็กอายุ 2–5 ปี ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ๓. เพื่อส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ครูผู้ดูแลเด็ก และชุมชนในการป้องกันโรคฟันน้ำนมผุในเด็กอายุ 2-5 ปี