กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการลดการดื่มนมจากขวดในเด็กก่อนวัยเรียน ประจำปี 2563

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการลดการดื่มนมจากขวดในเด็กก่อนวัยเรียน ประจำปี 2563
รหัสโครงการ 63-L2539-01-9
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส
วันที่อนุมัติ 27 พฤศจิกายน 2562
ปี 2563
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 เมษายน 2563 - 29 พฤษภาคม 2563
งบประมาณ 15,720.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวนิตยา แก้วเมฆ
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส
ประเด็น
แผนงานกิจกรรมทางกาย , แผนงานเด็ก เยาวชน ครอบครัว
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

โรคฟันผุเป็นปัญหาที่สำคัญในกลุ่มเด็กก่อนวัยเรียน (0-3 ปี)พบอัตราที่สูงและมีแนวโน้มที่สูงเพิ่มขึ้น โดยปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคฟันผุ มักมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการเลี้ยงดูของผู้ปกครองที่ไม่เหมาะสม ได้แก่ การให้เด็กหลับคาขวดนมรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสมตั้งแต่อายุยังน้อยร่วมกับความถี่ในการรับประทาน และขาดการทำความสะอาดฟันอย่างถูกวิธี จากการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพอำเภอสุไหงปาดีจังหวัดนราธิวาส ปีพ.ศ.2562พบว่าเด็กอายุ3ปีมีอัตราการเกิดโรคฟันน้ำนมผุร้อยละ61.3เมื่อเทียบกับการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโต๊ะเด็งปี2562พบโรคฟันผุสูงถึงร้อยละ 68 ทำให้มีความจำเป็นต้องพัฒนาให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมกันในการดูแลและแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการเพื่อให้การป้องกันโรคฟันผุในเด็กเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครองและความร่วมมือจากองค์กรชุมชนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโต๊ะเด็งจึงได้จัดทำโครงการลดการดื่มนมจากขวดในเด็กก่อนวัยเรียนขึ้น

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. 1.เพื่อให้ผู้ปกครองเด็กก่อนวัยเรียน 0-3 ปี มีความรู้เรื่องทันตสุขภาพและการดูแลทันตสุขภาพที่ถูกต้อง
  2. 2 .เพื่อให้ผู้ปกครองเด็กก่อนวัยเรียน 0-3 ปี ได้รับการฝึกทักษะการแปรงฟันให้เด็กอย่างถูกวิธี
  3. 3.เพื่อลดอัตราการดื่มนมจากขวดของเด็กก่อนวัยเรียน
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. อบรมความรู้เชิงปฏิบัติการแก่ผู้ปกครองในการดูแลทันตสุขภาพช่องปากเด็กก่อนวัยเรียน
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันที่ถูกต้อง
2.เด็กก่อนวัยเรียน มีสุขภาพช่องปากที่สะอาด 3.อัตราการเลิกดื่มนมขวดเพิ่มขึ้น