คัดกรองกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิตสูง ศูนย์บริการสาธารณสุขสามชัย
คัดกรองกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิตสูง ศูนย์บริการสาธารณสุขสามชัย
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | คัดกรองกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิตสูง ศูนย์บริการสาธารณสุขสามชัย | |
| รหัสโครงการ | 63-L7258-1-12 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์บริการสาธารณสุขสามชัย | |
| วันที่อนุมัติ | 27 กันยายน 2562 | |
| ปี | 2563 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ตุลาคม 2562 - 30 กันยายน 2563 | |
| งบประมาณ | 41,765.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางศุภาพร นันตสุวรรณ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา |
โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs: Non-communicable diseases) ซึ่งเป็นปัญหา สาธารณสุขที่สำคัญ และเป็น "ภัยเงียบ" เพราะเป็นโรคที่ไม่ปรากฎอาการที่กำลังทวีความรุนแรงและมีแนวโน้มการเป็นโรคสูงขึ้นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหา ส่วนใหญ่มาจากประชาชนมีพฤติกรรมการบริโภคไม่เหมาะสม เช่นการรับประทานที่มีไขมันสูงการรับประทานผักผลไม้ไม่เพียงพอ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การสูบหรี่ ขาดการออกกำลังกาย ตลอดจนสภาพปัญหาด้านจิตใจ อารมณ์ และความเครียดเรื้อรัง เป็นต้น การเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ถ้าไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัย หรือ ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่ออวัยวะสำคัญหลายระบบของร่างกาย เช่น หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ ไต เป็นต้น ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง จะส่งผลให้เกิดความพิการถาวรต่างๆ ตามมาได้ หากไม่มีการควบคุมระดับความดันโลหิต หรือปล่อยให้มีระดับน้ำตาลในกระแสเลือดปริมาณสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำลายหลอดเลือดและอวัยวะต่างๆ เช่นส่งผลกระทบต่อ เส้นเลือดที่ตา ทำให้เกิดอาการตามัว หรือตาบอด ส่งผลต่อเส้นเลือดที่ไต ทำให้เกิดการทำงานของไตผิดปกติ ไตวาย ส่งผลต่อเส้นเลือดที่หัวใจ ทำให้เส้นเลือดหัวใจตีบตัน ส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้เกิดภาวะปลายประสาทอักเสบ ปลายมือปลายเท้ารู้สึกชาเกิดแผลที่เท้าได้ง่าย เมื่อผู้ป่วยมีแผลก็จะไม่รู้ตัว และไม่ดูแล ประกอบกับน้ำตาลในเลือดสูง จึงเป็นอาหารอย่างดีให้กับเชื้อโรค ส่งผลให้แผลเน่า ดังนั้นการส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงควบคู่ไปกับการเสริมสร้างให้ประชาชนมีพฤติกรรมที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงของตนเองได้ ซึ่งจะเป็นกลไกพื้นฐานสำคัญของการป้องกันและควบคุมโรค โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยง การสร้างเสริมความรู้ความเข้าใจเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ ประชาชนเกิดความตระหนักในการเปลี่ยนแปลงสุขภาพได้การตรวจสุขภาพเพื่อคัดกรองเบื้องตัน โดยเฉพาะในประชาชนที่มีอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป จึงถือเป็นวิธีการที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในการเฝ้าระวังป้องกันโรค และลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆที่อาจเกิดตามมา ศูนย์บริการสาธารณสุขสามชัยได้ดำเนินงานเชิงรุก ออกพื้นที่ในชุมชนที่รับผิดชอบจำนวน ๑๘ ชุมชน ตรวจคัดกรองให้ความรู้แก่ประชาชนอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป เพื่อให้เห็นความสำคัญของการคัดกรองโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งจากการเก็บรวบรวมข้อมูล ๕ ปีย้อนหลัง (๒๕๕๗-๒๕๖๑) พบว่าผู้ป่วยเบาหวาน และความดันโลหิตสูงเพิ่มจำนวน ๓๔๕/๘๒๒, ๓๐๙/๘๖๐, ๔๐๙/๑๐๐๘,๔๑๙/๑๐๘๒ และ ๔๖๘/๑๒๒๔ คน ตามลำดับ ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมา ยังไม่สามารถข้าถึงการคัดกรองของประชาชนได้ดีเท่ที่ควรซึ่งมีสาเหตุและข้อจำกัดในเขตเมืองเช่น ประชาชนไม่ให้ความสำคัญกับการคัดกรอง ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสังคมต่างๆ ดังนั้นศูนย์บริการสาธารณสุขสามชัย จึงเล็งเห็นความสำคัญของการมีสุขภาพอนามัยที่ตีของประชาชน จึงได้จัดทำโครงการตรวจคัดกองกลุ่มเสียงเบาหวาน และความดันโลหิตสูงเพื่อเป็นการให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงการบริการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองไปในทางที่ดีได้ และค้นหากลุ่มเสี่ยง เพื่อวางแผนดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสมต่อไป
- เพื่อให้ประชากรอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและ ความดันโลหิตสูง อย่างน้อย ร้อยละ ๙๐ของกลุ่มเป้าหมาย
- เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ ที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพตนเองและคนในครอบครัวเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและเกิดการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพอย่างเหมาะสม
- เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก ๓ อ. ๒ ส.
- เพื่อค้นหาผู้ป่วยรายใหม่และส่งต่ออย่างเป็นระบบ
- ประชุมเตรียมความพร้อมวางแผนการดำเนินงาน
- คัดกรองกลุ่มเสียงเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- จัดอบรมให้ความรู้แก่ประชาชนที่มารับคัดกรองตามหลัก 3 อ.,2 ส.
- ประชาสัมพันธ์
- สรุปผลการดำเนินงาน
๑. สำรวจประชากรกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเขียนโครงการขอสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนฯ
๒. ประชุมคณะทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินงาน
๓.ประชาสัมพันธ์โครงการอย่างต่อเนื่องให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบ
๔.ดำเนินการคัดกรองตามแผนงาน ได้แก่ ชั่งน้ำหนัก วัดความตันโลหิต หาค่า BMI เจาะปลายนิ้วหาน้ำตาลในเลือด (DTX) เพื่อประเมินความเสี่ยง
๕.อบรมให้ความรู้การดูแลตนเอง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันการเกิดโรคเบาหวานและโรคความตันโลหิตสูงในกลุ่มเป้าหมาย จำนวน ๑๘ ชุมชน โดยแบ่งเป็น ๔ กลุ่ม
๖.ส่งต่อในรายที่ผลารตรวจผิดปกติ
๗.ติดตามผลการรักษาภายหลังการส่งต่อ
๘. บันทึกการคัดกรองในโปรแกรม JHCIS
๙. สรุปและประเมินโครงการเมื่อสิ้นโครงการ
๑.ประชาชนอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและ ความดันโลหิตสูง อย่างน้อย ร้อยละ ๙๐ของกลุ่มเป้าหมาย
๒.ประชาชนมีความรู้ ที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพตนเองและคนในครอบครัวเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและเกิดการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพอย่างเหมาะสม
๓.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก ๓ อ. ๒ ส.
๔.ผู้ป่วยรายใหม่ได้รับการส่งต่ออย่างเป็นระบบทุกราย