กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดเสี่ยงลดโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดเสี่ยงลดโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
รหัสโครงการ 63-L4138-02-15
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ กลุ่มจิตอาสาผู้ดูแลผู้สูงอายุระยะยาวตำบลยะลา
วันที่อนุมัติ 21 พฤศจิกายน 2562
ปี 2563
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 21 พฤศจิกายน 2562 - 30 กันยายน 2563
งบประมาณ 9,400.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางรุสนานี มามุ
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง , แผนงานกิจกรรมทางกาย , แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

ปัจจุบัน ทั่วโลกกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น จากสถิติพบผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วโลก 50 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2528 และเพิ่มเป็นกว่า 170 ล้านคนในขณะนี้ และมีการทำนายว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 300 ล้านคนในปีพ.ศ. 2568 (สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ : 2555) และพบผู้ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงทั่วโลกในปัจจุบันจำนวน 1.5 ล้านคนซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 7 ล้านคนต่อปี (กลุ่มพัฒนาการสื่อสารความเสี่ยง สำนักโรคไม่ติดต่อ : 2555) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโรคเรื้อรังทั้ง 2 โรคนี้กำลังเป็นปัญหาสาธารณสุขของโลก ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่กำลังประสบปัญหาเกี่ยวโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเช่นเดียวกับอีกหลายประเทศ จากสถิติ พบอัตราป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงต่อแสนประชากร ในปี พ.ศ. 2551 - 2555 สูงขึ้นเป็น 3.90, 3.62, 3.69, 5.71 และ 5.73 ตามลำดับ และพบอัตราป่วยด้วยโรคเบาหวานต่อแสนประชากร ในปี พ.ศ. 2551 - 2555 สูงขึ้นเป็น 12.22, 11.06, 10.76, 11.88  และ 12.06 ตามลำดับ (สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค, 2556) นอกจากนี้ยังพบว่า โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ยังเป็นสาเหตุการตายใน 5 อันดับแรกของคนไทย ซึ่งสาเหตุสำคัญเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโลก ความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคม ประชาชนมีความหนาแน่น มีความเครียดมากขึ้นส่งผลให้ประชาชนมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยเฉพาะพฤติกรรมการบริโภคอาหารไม่ถูกสุขลักษณะบริโภค โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเป็นหนึ่งในโรคเรื้อรัง ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมสุขภาพไม่ถูกต้อง เช่น พฤติกรรมการออกกำลังกาย พฤติกรรมการบริโภคอาหาร เป็นต้น ทำให้แนวโน้มของผู้ที่ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเพิ่มมากขึ้น และมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานบางส่วนที่ยังไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง ต่อเนื่องและมีพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน มีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงมากขึ้น เช่น โรคภาวะหัวใจวาย ภาวะหัวใจขาดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะแทรกซ้อนทางตา เท้า อัมพฤกษ์ อัมพาต พิการและเสียชีวิต เป็นต้น (วินัย สวัสดิวร, 2551:4) จากสถิติของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2551 พบว่า อัตราการเสียชีวิตด้วยโรคความดันโลหิตสูง 8.24 และอัตราเสียชีวิตด้วยโรคเบาหวาน 12.26 (สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค, 2556)
ในพื้นที่จังหวัดยะลา พบอัตราป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงต่อแสนประชากร ในปี พ.ศ. 2551 - 2555 สูงขึ้นเป็น 8.24, 6.70, 6.41, 6.32 และ 4.63 ตามลำดับ และพบอัตราป่วยด้วยโรคเบาหวานต่อแสนประชากร ในปี พ.ศ. 2551 – 2555 สูงขึ้นเป็น 12.26, 7.74, 13.64,7.94 และ 7.64 ตามลำดับ (สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค, 2556)
ปัจจุบัน ในพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลยะลา พบอัตราป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานต่อพันประชากร ในปี พ.ศ. 2563 พบว่า อัตราป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง 14.96 และพบอัตราป่วยด้วยโรคเบาหวาน 4.76 ดังนั้น เพื่อลดอัตราการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในพื้นที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลยะลา จึงได้จัดทำแผนงาน/โครงการ โดยนำหลักการ ๓ อ. ๒ ส. ซึ่งประกอบด้วย ๓ อ. ได้แก่ ออกกำลังกาย อาหาร อารมณ์ ๒ ส. ได้แก่ สูบบุหรี่ สุรา มาใช้เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ ควบคุมและป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน และสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นในชุมชน

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้ประชากรกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง และเบาหวาน
  2. เพื่อประชากรกลุ่มเสี่ยงลดพฤติกรรมเสี่ยงและสามารถดูแลสุขภาพตนเองขั้นพื้นฐานได้อย่างเหมาะสม
  3. เพื่อร่วมพัฒนาปัจจัยแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการลดพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสู และเบาหวาน
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. อบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการในประชากรกลุ่มเสี่ยง
วิธีดำเนินการ
  1. กลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูงและเบาหวานจำนวน 60 คน
  2. ประเมินภาวะ BMI วัดรอบเอว รอบสะโพก ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด(DTX)และวัดความดันโลหิตก่อนและหลังร่วมโครงการ
  3. จัดอบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการในประชากรกลุ่มเสี่ยง โดยใช้สื่อให้ความรู้ได้แก่ Power point แผ่นพับ บอร์ดนิทรรศการ โมเดลอาหารเป็นต้น โดยใช้หลัก 3 อ. 2 ส. แบ่งออกเป็น 5 ฐานที่ 1อ.อาหาร ฐานที่ 2 อ.ออกกำลังกาย ฐานที่ 3 อ.อารมณ์ ฐานที่ 4 ส.สูบบุหรี่ ฐานที่ 5 ส.สุรา ใช้แผ่นพับฯลฯ
  4. ติดตามพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงหลังได้รับการอบรม
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ประชากรกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน 2.ประชากรกลุ่มเสี่ยงลดพฤติกรรมเสี่ยงและสามารถดูแลสุขภาพตนเองขั้นพื้นฐานได้อย่างเหมาะสม 3.สามารถพัฒนาปัจจัยแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการลดพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน