โครงการตรวจคัดกรองความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ชมรม อสม. รพ.สต.บ้านป่าบาก ประจำปี 2563
โครงการตรวจคัดกรองความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ชมรม อสม. รพ.สต.บ้านป่าบาก ประจำปี 2563
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการตรวจคัดกรองความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ชมรม อสม. รพ.สต.บ้านป่าบาก ประจำปี 2563 | |
| รหัสโครงการ | 63-L3341-2-09 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กลุ่มอสม. รพ.สต.บ้านป่าบาก | |
| วันที่อนุมัติ | 22 พฤศจิกายน 2562 | |
| ปี | 2563 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ธันวาคม 2562 - 29 กุมภาพันธ์ 2563 | |
| งบประมาณ | 35,650.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายสมบัติ ช่อคง นางนี เลี่ยนกัตวา นางดารา ทองอินทร์ นายวิเชียร จงรัตน์ นางทัศนีย์ ดำชุม | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง |
โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง เป็นโรคเรื้อรังที่นำไปสู่ภาระที่มากขึ้นทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจและสังคม ซึ่งภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ส่งผลให้อัตราตายด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน ความต้องการมาตรการเร่งด่วนในการแก้ปัญหา ให้ความสำคัญต่อการคัดกรอง ดูแลรักษา ป้องกันภาวะแทรกซ้อนและฟื้นฟูสุขภาพเชิงรุก ที่มีคุณภาพและครอบคลุมประชากรทั้งในระดับบุคคลและชุมชน จากสถานการณ์การระบาดของโรคหัวใจและหลอดเลือดในภาพรวมของประเทศ จากสถิติสาธารณสุข ปี 2553 และ2554 พบว่าเป็นสาเหตุการตายลำดับที่ 3 และที่ 4 และมีสาเหตุการตายเท่ากับ 56.2 และ 52.6 ต่อประชากรแสนคนตามลำดับ โดยมีภาวะโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ
ผลการคัดกรองโรคเบาหวานในกลุ่มประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป ในปี ๒๕61 จำนวน 1,326 คน คิดเป็นร้อยละ 97.29โดยได้จำแนกเป็นกลุ่มปกติกลุ่มเสี่ยงสูง และกลุ่มสงสัยว่าจะเป็นผู้ป่วยรายใหม่ พบมีประชาชนที่คัดกรองจัดอยู่ในกลุ่มปกติ จำนวน 706 คน คิดเป็นร้อยละ 53.24 และพบกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคเบาหวานจำนวน 486 คน คิดเป็นร้อยละ 44.19 รองลงมาคือ กลุ่มสงสัยว่าจะเป็น ผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 2.34ผลการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงในกลุ่มประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป ในปี ๒๕62 จำนวน 1,148 คน คิดเป็นร้อยละ 96.96โดยได้จำแนกเป็นกลุ่มปกติกลุ่มเสี่ยงสูง กลุ่ม และกลุ่มสงสัยว่าจะเป็นผู้ป่วยรายใหม่ พบมีประชาชนที่คัดกรองจัดอยู่ในกลุ่มปกติ จำนวน 613 คน คิดเป็นร้อยละ 53.40 และพบกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 360 คน คิดเป็นร้อยละ 31.36 รองลงมาคือกลุ่มสงสัยว่าจะเป็น ผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 175คน คิดเป็นร้อยละ 15.24 ซึ่งถือว่าผลการคัดกรองพบมีกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มที่สงสัยเป็นโรค สูง ทั้ง 2 โรค
ฉะนั้น การตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประชากรกลุ่มเสี่ยงอายุ 35 ปี ขึ้นไป และกลุ่มเสี่ยงต้องได้รับการวัดความดันโลหิตหรือตรวจหาน้ำตาลในเลือด อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านป่าบากร่วมกับ อสม.ของหมู่บ้าน จึงได้จัดทำโครงการตรวจคัดกรองความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ประจำปี 2563 ขึ้น เพื่อสร้างความตระหนักให้ประชากรกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ได้ดูแลสุขภาพของตนเอง รับรู้และใส่ใจด้านสุขภาพ มีการเข้าถึงข้อมูลทางสุขภาพ ลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา และภาระต่าง ๆ ต่อครอบครัวและสังคมทั้งทางตรงและทางอ้อม
- เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเบื้องต้นอย่างน้อย 1 ครั้งในรอบปี
- เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงได้รับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ถูกต้อง
- เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายซึ่งตรวจพบความผิดปกติและสงสัยเป็นโรคได้รับการส่งต่อและรับการรักษาที่ถูกต้องต่อเนื่อง
- กิจกรรมตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงสำหรับประชากรกลุ่มเสี่ยง
- สำรวจ จัดทำฐานข้อมูลประชากร อายุ 35 ปี ขึ้นไป
- ประสานงานกับแกนนำชมรมสร้างสุขภาพ/ อสม. ของแต่ละหมู่บ้าน
- จัดประชุมคณะทำงานแกนนำชมรมสร้างสุขภาพ/อสม. เพื่อกำหนดแนวทางในการดำเนินงานตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป
- ชมรมสร้างสุขภาพ/ อสม. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ตามแนวทางการดำเนินงานที่ได้กำหนดไว้
- รวบรวมข้อมูลการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง และติดตามประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ยังไม่ได้รับการตรวจคัดกรอง รวมถึงการส่งต่อกลุ่มเสี่ยงสูง/มีความผิดปกติไปยังโรงพยาบาลแม่ข่ายตามขั้นตอน
- บันทึกผลการดำเนินงานในระบบรายงานและฐานข้อมูล สรุปและประเมินผลโครงการ
- ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานอย่างต่อเนื่องทุกปี
- ประชาชนที่ทราบว่ามีความเสี่ยงได้รับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ถูกต้องไม่เป็นภาระในการดูแล รักษาภาระต่อครอบครัวและสังคม
- ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและเบาหวานรายใหม่ ได้รับการรักษาและมีคุณภาพชีวิตที่ดี