กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการ ชุมชนต้นแบบการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง พื้นที่ตำบลนาโยงเหนือ

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการ ชุมชนต้นแบบการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง พื้นที่ตำบลนาโยงเหนือ
รหัสโครงการ 63-50117-1-02
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลนาโยง
วันที่อนุมัติ 6 ธันวาคม 2562
ปี 2563
ระยะเวลาดำเนินโครงการ - 31 สิงหาคม 2563
งบประมาณ 44,000.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายเลิศรัตน์ เอกสถาพรสกุล
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลนาโยงเหนือ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง
ประเด็น
แผนงานสุรา , แผนงานขยะ , แผนงานเผชิญภัยพิบัติและโรคระบาด , แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจหลอดเลือดสมอง ฯลฯ เป็นภัยเงียบส่งผลกระทบทำให้เกิดภาวะโรคแทรกซ้อน ทำให้เกิดความพิการและตายก่อนวัยอันควร การเกิดโรคมีสาเหตุจากหลายปัจจัยเสี่ยงที่มาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม ขาดการออกกำลังกาย และนำไปสู่การเจ็บป่วยแทรกซ้อนที่สำคัญ อาทิ โรค  จอประสาทตาเสื่อม โรคไตวายเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด แผลเรื้อรัง การถูกตัดขา ตัดนิ้ว เป็นต้น ความเจ็บป่วยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยตลอดจนค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก
    ปัจจุบัน ระบบบริการสุขภาพจะเน้นการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค การพัฒนาขบวนการสร้างเสริมสุขภาพและการสาธารณสุขมูลฐานที่กระทำโดยประชาชนเพื่อประชาชน โดยเน้นการเสริมสร้างพลังอำนาจและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลสุขภาพตนเองทั้งด้านกาย - ใจ สังคม จิตวิญญาณ ดังนั้น การค้นหาโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานทุกปี จึงเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนในพื้นที่ตื่นตัวในการตรวจสุขภาพเพื่อหาโรคดังกล่าว ซึ่งการค้นพบตั้งแต่เริ่มแรกทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที สูญเสียทรัพยากรบุคคลน้อยลง
    ในพื้นที่ อบต.นาโยงเหนือ ปี ๒๕๖๒ มีกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงจำนวน ๙๖๗ คน และโรคเบาหวานจำนวน ๑๔๕ คน กลุ่มสงสัยเป็นโรคที่ต้องได้รับคัดกรองซ้ำโรคความดันโลหิตสูงจำนวน ๒๔ คน โรคเบาหวานจำนวน ๑๑ คน เพื่อลดปัญหาการเกิดโรคดังกล่าวในอนาคต ทางโรงพยาบาลนาโยงร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลนาโยงเหนือ ได้ตระหนักถึงการเปิดโอกาสในการสร้างสุขภาวะของประชาชนในทุกกลุ่มเป้าหมายและร่วมกันคัดเลือกชุมชนเพื่อเป็นต้นแบบในการควบคุมป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เพื่อจัดทำโครงการชุมชนต้นแบบการป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ในพื้นที่ อบต.นาโยงเหนือ ปี ๒๕๖๓ ขึ้น

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. มีชุมชนต้นแบบที่สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีในการควมคุมป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
  2. ประชาชนกลุ่มเสี่ยง (อายุ 35 ปีขึ้นไป) ได้รับการคัดกรองเบาหวาน/ความดันโลหิต ร้อยละ 95
  3. เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่ม (กลุ่มเสี่ยง/สงสัยเป็นโรค/ป่วย) เกิดความตระหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3อ 2ส
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. อบรมโปรแกรมการป้องกันโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงในชุมชนแก่กลุ่มเสี่ยงที่สมัครใจ
วิธีดำเนินการ

๑. คัดเลือกพื้นที่ในการดำเนินโครงการและประสานผู้นำชุมชนในพื้นที่
๒. เขียนโครงการเพื่อขออนุมัติงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ อบต.นาโยงเหนือ ๓. แต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงาน ๔. ประชุมชี้แจงคณะทำงาน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันและร่วมหาแนวทางในการดำเนินงาน ๕. คัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง และค้นหากลุ่มป่วยในพื้นที่ ๖. จัดทำทะเบียนกลุ่มป่วย กลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยเป็นโรค ๗.จัดอบรมโปรแกรมการป้องกันโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงในชุมชนซึ่งเป็นชุดของกิจกรรมที่ ออกแบบให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้เข้าใจความเสี่ยงของตนเองและการดำเนินของโรคเบาหวาน / ความดันโลหิตสูงเรียนรู้เทคนิค/วิธีการในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม๓ อ. ๒ ส.เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงและสามารถนำความรู้ดังกล่าวไปปฏิบัติด้วยตนเองได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีกิจกรรมดังนี้ ๗.๑. ครั้งแรกให้ผู้เข้าร่วมโครงการเข้าค่ายเรียนรู้แบบไป-กลับ ๓ วัน ๗.๒. จัดกิจกรรมเรียนรู้ต่อเนื่องเดือนละ ๑ ครั้ง ครั้งละ ๑/๒ วัน เป็นเวลา๖ เดือน ๗.๓. ติดตามกลุ่มเป้าหมายให้ปรับการกิน การอยู่ด้วย ๓อ. ๒ส. และชั่งน้ำหนัก วัดความดัน     โลหิต ตรวจน้ำตาล ๓ เดือนครั้ง ๘. ส่งเสริมการรับประทานและปลูกผักสวนครัว รั้วกินได้ ปลอดสารพิษ
๙. ส่งเสริมการออกกำลังกายในชุมชนอย่างต่อเนื่องครั้งละ ๓๐ นาที สัปดาห์ละ ๕ วันตามบริบทของ   ตนเอง
๑๐. สรุปติดตามประเมินผลและรายงานผลต่อกองทุนหลักประกันสุขภาพ อบต.นาโยงเหนือ

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. ประชากรกลุ่มสงสัยเป็นโรคไม่ป่วยเป็นเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงรายใหม่ ๒. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถลดระดับความดันโลหิต และระดับน้ำตาลในเลือด ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ๓. มีชุมชนต้นแบบที่สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนอื่นได้