กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

ป้องกันโรคความดันโลหิตสูงในชุมชน

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม ป้องกันโรคความดันโลหิตสูงในชุมชน
รหัสโครงการ 63-L4152-2-04
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลกอตอตือร๊ะ
วันที่อนุมัติ 18 กุมภาพันธ์ 2563
ปี 2563
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 25 กรกฎาคม 2563 - 26 กรกฎาคม 2563
งบประมาณ 33,100.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นา่งนุชรีย์ อับดุลคานาน
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลกอตอตือร๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง , แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

การวัดความดันโลหิต เป็นการตรวจร่างกายที่สามารถให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์เกี่ยวกับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดเบื้องต้น ซึ่งทำได้ภายในเวลารวดเร็วโดยไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดใดๆ การวัดอาจทำโดยสอดแขนจนสุดต้นแขนเข้าไปในเครื่องอัตโนมัติ หรือใช้ผ้าพันรอบแขนแล้วสูบลมให้ผ้าพองขึ้นจนเกิดแรงบีบที่แขน จากนั้นจึงค่อย ๆ ปล่อยลมออกและรอดูค่าความดันที่จะปรากฏคงที่ในเวลาต่อมา ภาวะความดันโลหิตสูง มักไม่มีอาการบ่งบอก ผู้ป่วยอาจไม่เคยรู้ตัวจนกระทั่งได้รับการตรวจความดันโลหิตเบื้องต้นเมื่อเข้ารับการรักษาหรือตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลการตรวจพบภาวะความดันโลหิตสูงและรับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ นั้นสามารถป้องกันการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตเรื้อรัง รวมถึงโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับตาได้ บุคคลทั่วไปควรตรวจความดันโลหิตเป็นประจำเมื่อมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป การวัดความดันโลหิตด้วยตนเองที่บ้านได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น สามารถทำได้ง่าย ค่าความดันโลหิตที่วัดที่บ้านจะต่ำกว่าค่าที่วัดจากโรงพยาบาล จากการศึกษาพบว่าค่าความดันโลหิตที่วัดจากบ้าน มีความสัมพันธ์โรคแทรกซ้อน ซึ่งประโยชน์ของการวัดความดันโลหิตที่บ้าน คือการวัดความดันชนิดนี้เหมาะสำหรับบุคคลที่ความดันสูงที่โรงพยาบาล แต่วัดที่บ้านพบว่า ปกติ เพื่อตรวจว่าความดันโลหิตสูงหรือไม่ ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตแตกต่างกันระหว่างที่บ้านและที่โรงพยาบาล จากการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงในพื้นที่ตำบลกอตอตือร๊ะ ปี 2562 พบว่าประชาชนอายุ35 ปีขึ้นไป จำนวน 2,335คน ได้รับการคัดกรอง 2,205คน คิดเป็นร้อยละ 95.43พบกลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูง (ความดันโลหิต มากกว่าหรือเท่ากับ 140/90 มิลลิเมตรปรอท) จำนวน 130คน จากกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 2,335คน คิดเป็นร้อยละ 5.56กลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องได้รับการวัดความดันโลหิตที่บ้านต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน โดยวัดตอนตื่นนอนตอนเช้า 2 ครั้ง และก่อนเข้านอน 2 ครั้ง เอาค่าที่ได้มาเฉลี่ย หากยังเกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท จะต้องส่งพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาต่อไป เพราะหากปล่อยไว้จะเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ จากปัญหาดังกล่าวทำให้ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลกอตอตือร๊ะจัดทำโครงการป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานในชุมชนขึ้น

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับความรู้และทักษะในการวัดความดันโลหิตได้อย่างถูกต้องตามแนวทางการวัดความดันโลหิต
  2. เพื่อให้กลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
  3. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถบันทึกติดตามความก้าวหน้าของระดับความดันโลหิตได้อย่างถูกต้อง
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. อบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมาย
วิธีดำเนินการ
  1. ขั้นเตรียมการ 1)จัดทำเวทีประชาคมค้นหาปัญหาและความต้องการของกลุ่มป่วยโรคความดันโลหิตสูง 2) จัดประชุมเพื่อวางแผนการดำเนินโครงการ
    3)จัดทำโครงการเพื่อเสนอขออนุมัติ 3) ประชาสัมพันธ์โครงการ และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  2. ขั้นดำเนินการ 1) จัดเตรียมกลุ่มเป้าหมายเพื่อจัดอบรมให้ความรู้ติดตามกลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูงด้วย การวัดความดันโลหิตที่บ้าน “ตรวจติดตามด้วยตนเอง รู้ทันควบคุมโรค” 2)ดำเนินการจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ กิจกรรมที่ 1 อบรมให้ความรู้แก่อสม.เพื่อติดตามกลุ่มเสี่ยงป่วยโรคความดันโลหิตสูง กิจกรรมที่ 2 อบรมให้ความรู้ /ฝึกทักษะแก่กลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตและผู้ดูแลกลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตให้สามารถวัดความดันโลหิตได้
  3. ขั้นประเมินผล 1) ประชุมติดตามและสรุปผลการดำเนินกิจกรรมโครงการตามตัวชี้วัดที่วางไว้ 2) จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานตามโครงการ 3) เสนอรายงานผลการดำเนินงานตามกิจกรรมของโครงการให้คณะกรรมการบริหารกองทุนฯ
    และประชาชนทั่วไปทราบ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้และทักษะในการวัดความดันโลหิตได้อย่างถูกต้องตามแนวทางการวัดความดันโลหิต
  2. กลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที
  3. ผู้เข้าร่วมโครงการบันทึกติดตามความก้าวหน้าของระดับความดันโลหิตได้อย่างถูกต้อง