โครงการส่งเสริมการดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทย ปี 2563
โครงการส่งเสริมการดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทย ปี 2563
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมการดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทย ปี 2563 | |
| รหัสโครงการ | 63-L6895-01-13 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์บริการสาธารณสุข เทศบาลเมืองกันตัง | |
| วันที่อนุมัติ | 18 ธันวาคม 2562 | |
| ปี | 2563 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มกราคม 2563 - 31 กรกฎาคม 2563 | |
| งบประมาณ | 20,900.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสุพรรณนิกา ลีลาสำราญ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลกันตัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง |
ด้วยปัจจุบันการแพทย์แผนไทยได้เป็นส่วนหนึ่งของระบบสาธารณสุขของไทย โดยมีการผสมผสานการแพทย์แผนไทยเข้าสู่ระบบบริการสาธารณสุขของรัฐนอกเหนือจากการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยแล้ว แนวคิดดังกล่าวอาจช่วยให้ระบบสาธารณสุขของไทย มีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพต่ำลง เนื่องจากการแพทย์แผนไทยซึ่งเป็นแนวคิดในการดูแลสุขภาพในซีกตะวันออก เป็นแนวคิดในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมซึ่งผสมผสานกับวิถีชีวิตการดูแลสุขภาพแบบคนไทยที่มุ่งทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ฟื้นฟูสภาพ มีกิจกรรมในการดูแลสุขภาพ การรักษาพยาบาล เช่น การใช้ยาสมุนไพรในท้องถิ่น การอบสมุนไพร การประคบสมุนไพร การนวดไทย การบริหารด้วยท่าฤาษีดัดตน รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพร ผักพื้นบ้าน อาหารตามฤดูกาล ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวประชาชนสามารถที่จะจัดหาได้เองและมีอยู่แล้วในท้องถิ่น เป็นการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพ อันซึ่งจะทำให้เกิดการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีต่อประชาชนมากกว่าการรักษาเมื่อเกิดโรคเท่านั้น โดยตามทฤษฎีการแพทย์แผนไทยได้กล่าวไว้ว่า ร่างกายของคนหรือทุกสรรพสิ่งล้วนประกอบขึ้นด้วยธาตุต่างๆ อาทิ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และธาตุไฟ เมื่อธาตุทั้งสี่ในร่างกายสมดุล บุคคลจะไม่ค่อยเจ็บป่วย หากขาดความสมดุลมักจะเกิดความเจ็บป่วยด้วยโรคที่เกิดจากจุดอ่อนด้านสุขภาพของแต่ละคนตามเรือนธาตุการพึ่งพาธรรมชาติตามแนวคิดทฤษฏีการแพทย์แผนไทยที่มุ่งดูแลสุขภาพแบบองค์รวมโดยมองมิติทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสิ่งแวดล้อม สิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มความสมดุลให้กับชีวิตมนุษย์ ดังนั้นการเพิ่มพูนความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมให้แก่ประชาชนให้สามารถดูแลตัวเองได้จึงนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดการส่งเสริมสุขภาพห่างไกลโรคที่แท้จริง
ศูนย์บริการสาธารณสุข เทศบาลเมืองกันตัง จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทย ปี 2563 ขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้ การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยอาศัยการนำเอาองค์ความรู้ด้านแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือกรวมถึงการนำเอาธรรมชาติรอบตัวมาใช้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ เช่นการรักษาโรคด้วยสมุนไพร การออกกำลังกายด้วยกายบริหารฤาษีดัดตน การรับประทานอาหารตามหลักธรรมชาติบำบัด การทำสมาธิบำบัด เป็นต้น เมื่อมีการนำองค์ความรู้เหล่านี้มาประยุกต์ใช้ร่วมกับการรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว น่าจะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองในการดูแลสุขภาพเองได้ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มทางเลือกในการรักษาสุขภาพของประชาชน ในการจัดการสุขภาพตนเอง ได้อย่างเหมาะสมในระดับหนึ่ง
- เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจในการนำภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เพื่อดูแลสุขภาพของตนเองและคนใกล้ตัวได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
- เพื่อเป็นทางเลือกในการดูแลรักษาสุขภาพ และเป็นการช่วยลดการใช้ยาแผนปัจจุบันและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาพยาบาล
- เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยและฝึกทักษะผู้เข้ารับการอบรม ให้สามารถดูแลสุขภาพของตนเอง คนในครอบครัว และชุมชนได้
- กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ
- ขั้นเตรียมการ 1.1 จัดทำแผนงานเพื่อให้อนุกรรมการกลั่นกรอง/เสนอแผนงานต่อกรรมการกองทุนฯเพื่ออนุมัติ 1.2 ประชาสัมพันธ์โครงการ รับสมัครและคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ
- ขั้นดำเนินการ
2.1 ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
2.2 เตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
2.3 จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ ในเรื่อง การดูแลสุขภาพโดยใช้ศาสตร์การแพทย์แผนไทย เช่น สมุนไพรใกล้ตัวเพื่อสุขภาพ การตรวจวิเคราะห์ธาตุเจ้าเรือน การปรับสมดุลร่างกาย การนวดตนเองเพื่อสุขภาพ กิจกรรมแช่มือแช่เท้าในน้ำสมุนไพร สาธิตการทำผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ เช่น การทำยาหม่องสมุนไพร สเปรย์ตะไคร้หอม พอกยาสมุนไพร เป็นต้น
2.4 ประเมินความพึงพอใจผู้เข้ารับการอบรม - ขั้นสรุปและรายงานผล 3.1 สรุปผล/รายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการกองทุนฯ
- ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจในการนำภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ไปใช้ในการดูแลสุขภาพของตนเองและคนใกล้ตัวได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
- เป็นทางเลือกในการดูแลรักษาสุขภาพ และเป็นการช่วยลดการใช้ยาแผนปัจจุบันและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาพยาบาล
- สามารถเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยและฝึกทักษะผู้เข้ารับการอบรม ให้สามารถดูแลสุขภาพของตนเอง คนในครอบครัว และชุมชนได้