โครงการผู้สูงอายุควนขัน ฟันสวย ยิ้มใส ใส่ใจช่องปาก
โครงการผู้สูงอายุควนขัน ฟันสวย ยิ้มใส ใส่ใจช่องปาก
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการผู้สูงอายุควนขัน ฟันสวย ยิ้มใส ใส่ใจช่องปาก | |
| รหัสโครงการ | L5301-63-03-007 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมผู้สูงอายุตำบลควนขัน | |
| วันที่อนุมัติ | 31 มกราคม 2563 | |
| ปี | 2563 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2563 - 30 กันยายน 2563 | |
| งบประมาณ | 10,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางมีน๊ะ ทิพมณี กรรมการชมรมผู้สูงอายุ ตำบลควนขัน | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลควนขัน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล |
ปัญหาหลักในผู้สูงอายุยังคงเป็นการสูญเสียฟันผู้สูงอายุ และการสูญเสียฟันยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามอายุจนเมื่ออายุ 80-89 ปี พบสูญเสียฟันทั้งปาก ทั้งนี้อาจจะเนื่องมาจากมีการรณรงค์ใส่ฟันทั้งปากเพื่อการเคี้ยวอาหารอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน ผู้สูงอายุแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการบดเคี้ยวที่ลดลงชัดเจน แม้จำนวนฟันแท้ใช้งานในกลุ่มผู้สูงอายุตอนต้นจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งก่อนๆ แต่ฟันแท้ที่เหลืออยู่นี้ยังมีปัญหารอยโรคและความผิดปกติในช่องปากที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลที่เหมาะสมเพื่อป้องกันและชะลอความเจ็บปวดและการสูญเสียฟันที่จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่สำคัญ ได้แก่ 1. โรคปริทันต์อักเสบที่มีการทำลายของกระดูกรองรับรากฟันร่วมด้วย พบร้อยละ 32.1 โดยร้อยละ 11.4 เป็นโรคปริทันต์อักเสบที่อยู่ในระดับรุนแรงมาก (มีร่องลึกปริทันต์ตั้งแต่ 6 มม. ขึ้นไป) ซึ่งเสี่ยงต่อการอักเสบ ปวดบวม ฟันโยกและการสูญเสียฟัน 2. ฟันผุที่ยังไม่ได้รับการรักษา ร้อยละ 48.3 3. รากฟันผุ เป็นปัญหาที่สัมพันธ์กับเหงือกร่น ซึ่งจะพบมากที่สุดในวัยผู้สูงอายุ ร้อยละ 17.2 ซึ่งปัญหาดังกล่าวนอกจากจะเป็นผลจากพฤติกรรมสุขภาพทั้งในเรื่องของการทำความสะอาดช่องปาก ที่พบว่า ผู้สูงอายุมีการแปรงก่อนนอน ร้อยละ 65.5 มีการใช้อุปกรณ์เสริมในการแปรงฟัน ได้แก่ ไหมขัดฟัน แปรงอกฟัน เพียงร้อยละ 2.7 และ 1.1 ตามลำดับ และการไปรับบริการในปีที่ผ่านมา ร้อยละ 34.2 ซึ่งเหตุผลที่ไปสูงสุด ร้อยละ 44.4 คือรู้สึกว่ามีอาการปวดหรือเสียวฟันเกิดขึ้นแล้ว การรักษาจึงเป็นการถอนฟันหรือการเก็บรักษาฟันมีความยุ่งยากซับซ้อนหลายขั้นตอน ทำให้ผู้สูงอายุไม่สามารถมารับบริการต่อเนื่องได้ ทำให้เกิดการสูญเสียฟันในที่สุด ดังนั้นประเด็นที่ควรให้ความสำคัญสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ นอกจากการสื่อสารความรู้ ให้เข้าใจและตระหนักในเรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเองที่ถูกต้อง ซึ่งช่องทางหลักที่ทั้งสองกลุ่มได้รับข้อมูลสูงสุด คือการสื่อสารผ่านบุคลากรสาธารณสุข และผ่านทางสื่อโทรทัศน์แล้ว การสนับสนุนให้มีการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรค การรับบริการรักษาตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม จึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นในการลดการสูญเสียฟัน พร้อมกับการใส่ฟันบางส่วนและทั้งปากเพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียไป ขณะเดียวกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้มีการเชื่อมต่อเครือข่าย/ระบบบริการ และการสนับสนุนการจัดบริการใส่ฟันเทียมแก่ผู้สูงอายุทั่วประเทศ ในโครงการฟันเทียมพระราชทานโดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติภายใต้โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าซึ่งตอบสนองความต้องการเร่งด่วนของผู้สูงอายุ ดังนั้นอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลควนขัน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล จึงได้จัดทำโครงการผู้สูงอายุควนขัน ฟันสวย ยิ้มใส ใส่ใจช่องปาก ปีงบประมาณ 2563 ขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
- 1. เพื่อเป็นการพัฒนารูปแบบการให้บริการเชิงรุกแก่ผู้สูงอายุของงานทันตกรรม
- 2. เพื่อให้ผลการดำเนินงานทันตสาธารณสุขได้ผลตามตัวชี้วัด
- 3.ผู้สูงอายุได้รับการใส่ฟันเทียมพระราชทาน
- 4. ผู้สูงอายุได้รับการอบรมดูแลสุขภาพช่องปากและฟันอย่างถูกวิธี
- ให้ทันตสุขศึกษาแก่ผู้สูงอายุ ตรวจสุขภาพช่องปาก และเคลือบฟลูออไรด์
กิจกรรมที่ 1 ให้ทันตสุขศึกษาแก่ผู้สูงอายุ ในหัวข้อ - การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ - การแปรงฟันที่ถูกวิธี (พร้อมสาธิต) - ความสำคัญของฟลูออไรด์กับสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ กิจกรรมที่ 2 ตรวจสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ กิจกรรมที่ 3 เคลือบฟลูออไรด์ผู้สูงอายุ
- ผู้สูงอายุ ชมรมผู้สูงอายุตำบลควนขันได้รับการตรวจสภาวะช่องปาก และได้รับบริการทันตกรรมที่เหมาะสม ร้อยละ 80
- ผู้สูงอายุ ได้ทำฟันเทียมพระราชทาน ร้อยละ 80 จากกลุ่มเป้าหมาย
- ชมรมผู้สูงอายุเข้าร่วมโครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก จำนวน 1 ชมรม