โครงการติดตามและเฝ้าระวังผู้ที่มีภาวะเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเชิงรุกในชุมชนคลองเปล 2 ปี 2563
โครงการติดตามและเฝ้าระวังผู้ที่มีภาวะเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเชิงรุกในชุมชนคลองเปล 2 ปี 2563
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการติดตามและเฝ้าระวังผู้ที่มีภาวะเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเชิงรุกในชุมชนคลองเปล 2 ปี 2563 | |
| รหัสโครงการ | 63-L7257-2-27 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชนบ้านคลองเปล ๒ | |
| วันที่อนุมัติ | 23 มกราคม 2563 | |
| ปี | 2563 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 3 กุมภาพันธ์ 2563 - 31 สิงหาคม 2563 | |
| งบประมาณ | 44,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวชญาธร อุไรรัตน์ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา |
โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ รวมทั้งยังเป็นโรคที่เราเรียกว่า “ภัยเงียบ” ที่ส่งผลกระทบต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต ตามมา ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายให้มีการจัดการดูแลสุขภาพเชิงรุก โดยการตรวจคัดกรองและเฝ้าระวังสภาวะเสี่ยงต่อสุขภาพ สำหรับโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง พร้อมทั้งให้ดำเนินการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคที่มีภาวะแทรกซ้อนในอวัยวะที่สำคัญของร่างกายหลายระบบ เช่น ตา ไต หัวใจ เท้า เป็นต้น จาก การดำเนินงานคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในกลุ่มอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป ของชุมชนคลองเปล ๒ ซึ่งมีประชาชนในกลุ่มอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป จำนวน ๔๐๐คนในปี ๒๕๖๒กลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน ๒๒๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๖.๒๕ ผลการคัดกรองปกติ จำนวน ๑๖๘คน คิดเป็นร้อยละ ๗๔.๖๖อยู่ในกลุ่มเสี่ยง จำนวน๕๐คนคิดเป็นร้อยละ ๑๒.๕๐ กลุ่มสงสัยป่วย ๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๓.๑๑ กลุ่มป่วย ๒๘คน คิดเป็น ๗และได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง จำนวน ๒๒๕คน ผลการคัดกรองปกติ๑๖๐ คนคิดเป็นร้อยละ ๗๑.๑๑ อยู่ในกลุ่มเสี่ยง๕๕คน คิดเป็นร้อยละ ๒๔.๔กลุ่มสงสัยป่วย ๑๐คนคิดเป็นร้อยละ ๔.๔ กลุ่มป่วย ๒๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๗ ตามลำดับ จะเห็นได้ว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง มีแนวโน้มต่อการเพิ่มขึ้น เนื่องจากวิถีชีวิตและวัฒนธรรมในการดูแลสุขภาพ การบริโภคอาหารหวาน มัน เค็มและอาหารจานด่วนของคนในชุมชนคลองเปล ๒ซึ่งเป็นชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบท มีสถานที่จำหน่ายอาหารที่หาได้ง่าย จากการสำรวจพฤติกรรมสุขภาพ พบว่ามีกลุ่มเสี่ยงที่มีพฤติกรรมการบริโภคอาหาร หวาน มัน เค็ม ร้อยละ๖๕ไม่ออกกำลังกาย ร้อยละ ๕๕ มีการดื่มสุรา ร้อยละ ๓๐และสูบบุหรี่ ร้อยละ ๒๕ส่วนใหญ่นิยมรับประทานอาการแกงถุง อาหารนอกบ้าน และมีงานเทศกาลต่างๆ มากกมาย ทำให้ไม่มีเวลาในการออกกำลังกาย หรือดูแลตนเองไม่มีการคำนึงถึงพลังงานที่ควรได้รับ ส่งผลให้มีการสะสมไขมัน เกิดภาวะอ้วนลงพุงเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงตามมา จากข้อมูลดังกล่าว ของชุมชนคลองเปล ๒ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา พบว่าจำนวนกลุ่มเสี่ยงด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีแนวโน้มสูงขึ้นทั้งนี้เป็นผลจากการคัดกรองได้ครอบคลุมมากขึ้นแต่ขณะเดียวกัน หากผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคจากผลการคัดกรองไม่ตระหนักในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง ทำให้แนวโน้มการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น และเมื่อมีความเจ็บป่วยเพิ่มขึ้นทำให้ประชาชนเกิดความเครียด ซึ่งจะสามารถนำไปสู่การเจ็บป่วยทางด้านจิตใจได้ในอนาคต และในกลุ่มที่ป่วยแล้วต้องมีการดำเนินการไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อไปจึงได้จัดโครงการเฝ้าระวังและตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเชิงรุกในชุมชนคลองเปล ๒ปี ๒๕๖๓ ซึ่งมีกิจกรรมหลักในการคัดกรองและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงและเพิ่มทักษะการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี สำหรับกลุ่มประชาชนอายุ ๓๕ ปีขึ้นไปให้สามารถดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเกิดโรคทั้งด้านร่างกายและจิตใจ และในกลุ่มที่เป็นโรคได้รับการดูแลและรักษาได้อย่างทันท่วงทีและได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง และมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี เพื่อเป็นการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นต่อไป
- เพื่อติดตามและเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของผู้ที่มีภาวะเสี่ยง ไม่ให้ป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
- เพื่อติดตามและสร้างแรงจูงในในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเสี่ยง
- ประชุมคณะทำงาน และอบรม อสม.ในชุมชน
- กิจกรรมเฝ้าระวังและติดตามกลุ่มเสี่ยงของโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
- สรุปผลการดำเนินงาน
- จัดหาครุภัณฑ์และวัสดุในการดำเนินงาน
- ประชุมคณะทำงาน และอบรม อสม
- อบรมฟื้นฟูความรู้ และเพิ่มสมรรถนะให้แก่ อสม
- กิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการฯ
- กิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้
- ประชุมคณะกรรมการในการสรุปผลดำเนินงาน
- จัดทำเอกสารส่ง สปสช.
- กิจกรรมติดตามกลุ่มเสี่ยงหลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จำนวน ๓ ครั้ง
- จัดประชุมเจ้าหน้าที่/อสม. เพื่อวางแผนการดำเนินงาน กำหนดพื้นที่เป้าหมาย และรูปแบบวิธีการดำเนินงาน
- เสนอโครงการเพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุน
- แต่งตั้งคณะทำงานและจัดทำแผนปฏิบัติงานตามโครงการ
- ดำเนินการจัดหาวัสดุ ครุภัณฑ์ และอุปกรณ์ในการติดตามและเฝ้าระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- ประชาสัมพันธ์โครงการและรับสมัครกลุ่มเสี่ยงเข้าร่วมกิจกรรม
- จัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแก่กลุ่มเสี่ยงในชุมชนและติดตามอย่างต่อเนื่อง
- ลงพื้นที่ติดตามและเฝ้าระวังพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยง จำนวน ๓ ครั้ง
- ประเมินผล และสรุปโครงการ
- ประชากรกลุ่มเสี่ยงได้รับการติดตามและฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ ๙๐
- ประชากรกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๘๐
- ประชากรกลุ่มเสี่ยงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้ถูกต้องสม่ำเสมอ สามารถกลับสู่ภาวะปกติมากกว่าร้อยละ ๒๐ และกลุ่มเสี่ยงทุกคนได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง