โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการใกล้บ้านใกล้ใจห่างไกลมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม หมู่ที่ ๙ บ้านวังพา ปีงบประมาณ ๒๕๖๓
โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการใกล้บ้านใกล้ใจห่างไกลมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม หมู่ที่ ๙ บ้านวังพา ปีงบประมาณ ๒๕๖๓
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการใกล้บ้านใกล้ใจห่างไกลมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม หมู่ที่ ๙ บ้านวังพา ปีงบประมาณ ๒๕๖๓ | |
| รหัสโครงการ | 2563-L5275-2-4 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | อาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐานหมู่ที่9 | |
| วันที่อนุมัติ | 29 มกราคม 2563 | |
| ปี | 2563 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | - 31 สิงหาคม 2563 | |
| งบประมาณ | 27,353.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางภิญโญ บุญรัตน์ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา |
โรคมะเร็ง เป็นปัญหาทุกประเทศทั่วโลก ในปัจจุบัน การควบคุมโรคมะเร็งมีเป้าหมาย เพื่อลดอุบัติการณ์ของการเกิดความทุกข์ทรมานและการตายจากโรคมะเร็ง โดยเฉพาะในประเทศที่กำลังพัฒนา ประมาณร้อยละ ๘๐ ของผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูกทั้งหมดในโลก จะมีสตรีที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งปากมดลูก ๒๓๑,๐๐๐ รายต่อปี และมากกว่าร้อยละ ๘๐ จะอยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนา ปัจจุบันโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งในประเทศไทยและมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น โรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในประเทศไทย คือ โรคมะเร็งตับ รองลงมาคือมะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม ตามลำดับ ในประเทศไทย โรคมะเร็งปากมดลูกเป็นโรคมะเร็งที่พบเป็นอันดับหนึ่งในสตรีไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณปีละ ๖,๓๐๐ ราย พบมากที่สุดอายุระหว่างอายุ ๔๕-๕๐ ปี ระยะที่พบส่วนใหญ่อยู่ในระยะลุกลาม อัตราการอยู่รอด ๕ ประมาณร้อยละ ๖๐ จึงมีผู้ป่วยสะสมจำนานมาก คาดประมาณว่าจะมีผู้ป่วยใหม่และผู้ป่วยเก่าที่ต้องติดตามดูแลให้การรักษาไม่น้อยกว่า ๖๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศ (สถาบันมะเร็งแห่งชาติ, ๒๕๕๐)
สำหรับตำบลทุ่งตำเสา ในปี ๒๕๕๙ สตรีกลุ่มเป้าหมาย อายุ ๓๐ ถึง ๖๐ ปี ในตำบล มีทั้งหมด ๔,๕๗๔ คน ได้รับการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี Pap Smear จำนวน ๕๕๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๒.๐๙ (ค่าเป้าหมายร้อยละ ๖๐) ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่น้อย
บ้านวังพา หมู่ที่ ๙ ตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้จัดทำประชาคม ภายในหมู่บ้าน เพื่อค้นหาปัญหา ด้านสาธารณสุข พร้อมทั้งกำหนดให้มีวาระสุขภาพของหมู่บ้าน การสร้างวิถีสุขภาวะแก่ประชาชนชาวบ้านวังพา โดยพบปัญหาว่า หญิงสตรีอายุ ๓๐ -๖๐ ปี เข้าถึงการคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก ได้น้อยมากและในปี ๒๕๖๓ โดยที่มะเร็งที่ป่วยเยอะที่สุดในผู้หญิง คือ มะเร็งเต้านม รองลงมาคือมะเร็งปากมดลูก เนื่องจาก การเข้าถึงการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก น้อย หลายๆเหตุผล เช่น เดินทางไกลไม่สะดวกไป ไม่ตระหนักถึงภัยโรคมะเร็ง
อสม.บ้านวังพา เล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริม ให้ความรู้แก่ ผู้หญิงเพื่อสร้างความตระหนักในการดูแลสุขภาพของประชาชนทางด้านนี้ จึงจัดทำเขียนโครงการ อบรมเชิงปฏิบัติการใกล้บ้านใกล้ใจห่างไกลมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม
- ข้อที่ ๑. เพื่อให้สตรีกลุ่มเสี่ยงอายุ ๓๐–๖๐ปี ได้รับความรู้ผ่านเกณฑ์ เกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูกมะเร็งเต้านม อย่างน้อยร้อยละ ๘๐
- ข้อที่ ๒ เพื่อให้สตรีกลุ่มเสี่ยงอายุ ๓๐ – ๖๐ ปี มีทักษะการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองผ่านเกณฑ์การประเมิน
- ข้อที่ ๓. เพื่อให้สตรีกลุ่มเสี่ยงอายุ ๓๐ – ๖๐ ปี เข้าถึงการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
ขั้นตอนการเตรียมการ กิจกรรมที่ ๑. : ประชุมคณะทำงาน - ประชุมคณะทำงานในการดำเนินงานแก้ไขปัญหา โรคมะเร็งตามโครงการ อสม.หมู่ที่ ๙ จำนวน ๘ คน เจ้าหน้าที่ ๒ คน คนรวม ๑๐ คน (ชี้แจง วันอบรมของแต่ละรุ่น และชี้แจงการเขียนทะเบียน) ในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓
ขั้นตอนการดำเนินการ
กิจกรรมที่ ๒. การอบรมให้ความรู้แก่กลุ่มสตรี อายุ ๓๐-๖๐ ปี
๒.๑ อบรมให้ความรู้แก่ กลุ่มเป้าหมาย ม.๙ จำนวน ๒๓๕ (กลุ่มเป้าหมาย ทั้งหมด ๓๓๖ คน เลือกกลุ่มเป้าหมาย การทำโครงการครั้งที่ ๑ ร้อยละ ๗๐ ของกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด) จำนวน ๒ รุ่น (ตามตารางแนบ)
๒.๒ อบรมฝึกทักษะการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง และสาธิตการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยนวัตกรรม เป็ด เป็ด
กิจกรรมที่ ๓. รณรงค์เรื่องการคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก
๓.๑ จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้สตรีกลุ่มเสี่ยงเข้ารับการคัดกรอง
๓.๒ จัดทำบัตรเชิญชวนกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้มาคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก โดยเชิญเจ้าหน้าที่ มาให้บริการ
กิจกรรมที่ ๔. ติดตามกลุ่มเป้าหมาย หลังที่ได้รับบัตรเชิญ
๔.๑ ทำทะเบียนรายชื่อผู้เข้าร่วมกิจกรรมหลังได้รับบัตรเชิญ
กิจกรรมที่ ๕. ติดตามเยี่ยมบ้าน พร้อมเจ้าหน้าที่ในกลุ่มเป้าหมายที่มีผลผิดปกติ
ขั้นตอนการสรุปผล
กิจกรรมที่ ๖. สรุปรายงานการดำเนินการ
๑.สตรีกลุ่มเป้าหมายอายุ ๓๐ – ๖๐ ปี ในพื้นที่ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ๒.สตรีกลุ่มเป้าหมาย มีความรู้เรื่องโรคมะเร็งปากมดลูกเพิ่มมากขึ้น