โครงการเฝ้าระวังโรคและป้องกันภาวะเสี่ยงสำหรับผู้ปฏิบัติงานสัมผัสขยะและสารเคมีต่างๆในพื้นที่ตำบลยะหา
โครงการเฝ้าระวังโรคและป้องกันภาวะเสี่ยงสำหรับผู้ปฏิบัติงานสัมผัสขยะและสารเคมีต่างๆในพื้นที่ตำบลยะหา
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเฝ้าระวังโรคและป้องกันภาวะเสี่ยงสำหรับผู้ปฏิบัติงานสัมผัสขยะและสารเคมีต่างๆในพื้นที่ตำบลยะหา | |
| รหัสโครงการ | 63-L4150-1-17 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมองค์การบริหารส่วนตำบลยะหา | |
| วันที่อนุมัติ | 4 มีนาคม 2563 | |
| ปี | 2563 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กันยายน 2563 - 2 กันยายน 2563 | |
| งบประมาณ | 55,975.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายรังสิมันต์ ดีแม | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลยะหา อำเภอยะหา จังหวัดยะลา |
- ผู้ปฏิบัติงานสัมผัสขยะและสารเคมีในพื้นที่ตำบลยะหา ไม่ได้รับการตรวจหาสารพิษในร่างกาย ขนาด 11.00
- ผู้ปฏิบัติงานสัมผัสขยะและสารเคมีในพื้นที่ตำบลยะหา ขาดความรู้ความเข้าใจถึงสารเคมีต่าง ๆ ขนาด 50.00
ปัจจุบันพื้นที่ตำบลยะหา พบปัญหาด้านขยะมูลฝอย ที่มากขึ้น การเก็บขนรวบรวมขยะไม่มีการแยกประเภท ลักษณะการทิ้งมีการรวบรวมทิ้งขยะทั่วไปปะปนกับขยะอันตราย อีกทั้งในพื้นที่ตำบลยะหา ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และยังคงใช้สารเคมีในการฉีดยาฆ่าหญ้า ปราบศัตรูพืช ซึ่งสารเคมีเหล่านี้ได้ตกค้างอยู่ในดิน น้ำ อากาศ และพืชผัก ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติงานสัมผัสขยะและเกษตรกรมีความเสี่ยงที่จะได้รับสารเคมีที่อันตราย ที่สัมผัสโดยตรงหรือทางอ้อม ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมายทำให้เกิดการเจ็บป่วยแบบเรื้อรัง โรคแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น โรคภูมิแพ้ โรคผิวหนัง โรคระบบทางเดินอาหาร โรคมะเร็ง และอื่น ๆ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมองค์การบริหารส่วนตำบลยะหา ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาสุขภาพที่พบในปัจจุบัน จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังและป้องกันภาวะเสี่ยงสำหรับผู้ปฏิบัติงานสัมผัสขยะและสารเคมีต่าง ๆ ในพื้นที่ตำบลยะหา
- 1.เพื่อตรวจหาสารพิษตกค้างสำหรับผู้ปฏิบัติงานกำจัดขยะมูลฝอยและงานพ่นสารเคมีต่าง ๆ
- 2.เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้เรื่องสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
- 1.ตรวจเช็คร่างกายผู้ที่มีภาวะเสี่ยง
- จัดอบรมให้ความรู้ด้านสารเคมีตกค้าง ให้กับผู้ปฏิบัติงานด้านสัมผัสขยะและสารเคมีต่าง ๆ
1.กลุ่มวัยทำงาน ได้ตรวจหาสารเคมีตกค้างในร่างกาย 2.ได้รับความรู้เรื่องการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อม 3.ลดภาระค่าใช้จ่าย