โครงการอาหารเช้า เพื่อน้องทุพโภชนาการ อิ่มท้อง สมองแจ่มใส
โครงการอาหารเช้า เพื่อน้องทุพโภชนาการ อิ่มท้อง สมองแจ่มใส
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการอาหารเช้า เพื่อน้องทุพโภชนาการ อิ่มท้อง สมองแจ่มใส | |
| รหัสโครงการ | 63-L5205-2-xx | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงเรียนบ้านต้นปริง | |
| วันที่อนุมัติ | 27 กุมภาพันธ์ 2563 | |
| ปี | 2563 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 2 มีนาคม 2563 - 30 กันยายน 2563 | |
| งบประมาณ | 36,700.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางลักขณา เสริมสุข | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลคลองหรัง อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา |
การพัฒนาชาติที่สำคัญคือ การพัฒนาคนให้มีคุณภาพ มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ ตลอดจนมีความสามารถในการเรียนรู้ เพื่อให้มีศักยภาพสูงสุดอันเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาชาติอย่างยั่งยืน อันดับแรกของการพัฒนาคน คือการพัฒนาด้านสุขภาพอนามัย เพราะเป็นพื้นฐานของการพัฒนาด้านจิตใจ อารมณ์ สังคม สติปัญญา ตลอดจนคุณธรรมและจริยธรรมของเด็ก อาหารนับว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์โดยเฉพาะช่วงวัยเรียน เป็นช่วงที่สมองของเด็กมีการเติบโตมากกว่าช่วงวัยอื่นๆ หาพ่อแม่สร้างสิ่งแวดล้อมต่างๆ ให้เหมาะสม สมองของเขาก็จะเติบโตและพัฒนาได้อย่างเต็มที่ ความสมบูรณ์ของสมองในช่วงนี้คือรากฐานสำคัญของชีวิตและความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ของคนเราเมื่อเติบโตขึ้น เด็กวัยเรียนจึงเป็นวัยที่กำลังเจริญเติบโตที่มีความต้องการสารอาหารครบทุกหมู่ ทำให้เด็กมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ถ้าเด็กได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ก็จะทำให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่มีอุปสรรคต่อการเรียนรู้ และการเจริญเติบโตของร่างกายเมื่อท้องอิ่ม จิตใจก็แจ่มใส เบ่งบาน พร้อมเปิดรับกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อาหารเช้าจึงมีความสำคัญมาก จากผลงานวิจัยตีพิมพ์ออกมามากมาย เกี่ยวกับประโยชน์ของการทานอาหารเช้าที่ส่งผลดีต่อทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และพลังสมองของเด็ก ๆ เพราะการที่เด็กนักเรียนได้รับประทานอาหารเช้าอย่างเพียงพอและมีคุณภาพเป็นประจำ จะมีสมาธิ และสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ดีกว่าเด็กที่ไม่กินอาหารเช้า และจะทำให้เป็นเด็กฉลาดและเก่งขึ้น ดังนั้นอาหารมื้อเช้าจึงเป็นอาหารมื้อแรกของวันที่สมควรได้รับแต่ด้วยปัจจุบันการใช้ชีวิตที่เร่งรีบของผู้ปกครองและเด็กนักเรียน ทำให้อาหารเช้ากลับกลายเป็นอาหารมื้อที่ถูกละเลยมากที่สุด เนื่องจากผู้ปกครองส่วนใหญ่รีบไปทำงานออกไปตัดยางตั้งแต่ตอนกลางคืน บางครอบครัวพ่อแม่รับจ้างจึงต้องไปทำงานตั้งแต่เช้า เด็กๆจึงรับประทานมื้อเช้าเป็นขนม และอาหารที่ไม่มีประโยชน์จากร้านในหมู่บ้าน ซึ่งไม่มีประโยชน์และไม่เหมาะสำหรับเด็ก วัยกำลังเจริญเติบโต ทำให้มีเด็กมีปัญหาเรื่องภาวะโภชนาการที่ไม่สมวัย เนื่องจากขาดอาหารสำคัญมื้อแรก
- เพื่อให้เด็กนักเรียนในโรงเรียนบ้านต้นปริงที่มีปัญหาภาวะโภชนาการจำนวน 10 คน ได้รับประทานอาหารเช้าที่มีคุณค่าทางสารอาหารครบ 5 หมู่
- นักเรียนในโรงเรียนบ้านต้นปริงที่มีปัญหาภาวะโภชนาการจำนวน 10 คน มีน้ำหนัก ส่วนสูงตามเกณฑ์ มาตรฐาน
- นักเรียนในโรงเรียนบ้านต้นปริงที่มีปัญหาภาวะโภชนาการจำนวน 10 คน มีพัฒนาการสมวัย
- นักเรียนในโรงเรียนบ้านต้นปริงที่มีปัญหาภาวะโภชนาการจำนวน 10 คน ได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และมีสุขนิสัยในการรับประทานอาหารอย่างถูกต้อง
- กิจกรรมจัดทำอาหารเช้าเพื่อน้องทุพโภชนาการ อิ่มท้อง สมองแจ่มใส
1.ขั้นเตรียมงาน วางแผน (plan)
1.1 วิเคราะห์ศึกษาปัญหาภาวะโภชนาการนักเรียน
1.2 เสนอโครงการเพื่อขอรับการอนุมัติงบประมาณ
1.3 แต่งตั้งคณะทำงานและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
1.4 ประชุมคณะทำงาน
2.ขั้นดำเนินการ (do)
2.1 เก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลภาวะโภชนาการนักเรียนโรงเรียนบ้านต้นปริง
2.2 ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง และแปรผล โดยใช้เกณฑ์ของกรมอนามัย ก่อนอบรม
2.3 ให้ความรู้ผู้ปกครอง แม่ครัว และครู เรื่องภาวะโภชนาการเด็กในโรงเรียน
2.4 จัดทำอาหารเช้าเพื่อน้องอิ่มท้องสมองแจ่มใส จำนวน 162 วัน
3. ขั้นตรวจสอบ ทบทวน กำกับติดตาม (check)
3.1 ประเมินผลการดำเนินงานในโครงการ
- ประเมินน้ำหนักและส่วนสูงของเด็ก หลังอบรม 1 เดือน เดือนละ 1 ครั้ง
- ประเมินพัฒนาการของเด็ก
3.2 ประเมินระดับความพึงพอใจของบุคลากรและนักเรียนต่อโครงการ
3.3 คืนข้อมูลภาวะทุพโภชนาการแก่ผู้ปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้อง
4. ขั้นสรุปผลและรายงานผล (action)
4.1 สรุปและรายงานผลการดำเนินงานตามโครงการ
1.นักเรียนในโรงเรียนบ้านต้นปริงที่มีปัญหาภาวะโภชนาการจำนวน 10 คนได้รับประทานอาหารเช้าที่มีคุณค่าทางสารอาหารร้อยละ 100
2.นักเรียนในโรงเรียนบ้านต้นปริงที่มีปัญหาภาวะโภชนาการจำนวน 10 คน มี น้ำหนัก ส่วนสูงตามเกณฑ์ มาตรฐานร้อยละ 80
3.นักเรียนในโรงเรียนบ้านต้นปริงที่มีปัญหาภาวะโภชนาการจำนวน 10 คน มีพัฒนาการสมวัยร้อยละ 80
4.นักเรียนในโรงเรียนบ้านต้นปริงที่มีปัญหาภาวะโภชนาการจำนวน 10 คน ได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และมีสุขนิสัยในการรับประทานอาหารอย่างถูกต้องร้อยละ 90