กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการหนูน้อยโตนดด้วนสุขภาพดี สมวัย

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการหนูน้อยโตนดด้วนสุขภาพดี สมวัย
รหัสโครงการ 63-L3318-01-3
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโตนดด้วน
วันที่อนุมัติ 6 กุมภาพันธ์ 2563
ปี 2563
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 23 มิถุนายน 2563 - 30 กันยายน 2563
งบประมาณ 42,560.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายโชคชัย เสนเผือก
พื้นที่ดำเนินการ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง
ประเด็น
แผนงานอนามัยแม่และเด็ก
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. .ร้อยละเด็กแรกเกิด-5ปีได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ ขนาด 6.00
  2. ร้อยละเด็กน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ ขนาด 2.00
  3. ร้อยละเด็ก0-5ปีไม่ได้รับการเคลือบฟลูออไรด์ ขนาด 10.00

เด็กเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า และเป็นอนาคตที่สำคัญของชาติในหลายประเทศล้วนมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ซึ่งจะต้องเริ่มจากเด็ก โดยเฉพาะในช่วงแรกเกิด-6ปี อาหารและโภชนาการเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่งสุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชากรในวัยต่างๆในวงจรชีวิตมนุษย์ทุกเพศ ทุกวัยทั้ง เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในเด็กวัยก่อนเรียนเป็นวัยที่อยู่ในระยะสำคัญของชีวิต เป็นวัยรากฐานของพัฒนาการ การเติบโตทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา จึงเป็นวัยที่มีความสำคัญ เหมาะสมที่สุดในการว่างพื้นฐาน เพื่อยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยเฉพาะ 2ปีแรกของชีวิต เป็นระยะที่ร่างกายและสมอง มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วจำเป็นต้องได้รับการเลี้ยงดูที่ดีที่สุด เพื่อส่งเสริมพัฒนาการรอบด้าน อาหารและภาวะโภชนาการ การดูแลสุขภาพช่องปาก และการได้รับวัคซีนตามวัย ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาของเด็กวัยก่อนเรียนปัญหาทางโภชนาการที่พบบ่อยในเด็กวัยนี้ ได้แก่ ภาวะการเจริญเติบโตไม่สมวัย จากโรคขาดสารอาหาร เจ็บป่วยบ่อยโดยมีสาเหตุจากการเลี้ยงดูไม่เหมาะสม การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สลับนมผง ให้อาหารเด็กเร็วเกินไปและไม่ถูกต้อง รวมไปถึงการให้ความสำคัญจากพฤติกรรมการเลี้ยงดูที่ไม่เสริมภูมิคุ้มกันโรค ในช่วงปีที่ผ่านมา พบครอบครัวที่ไม่พาเด็กมารับวัคซีนเลยถือเป็นเรื่องที่ผู้ดูแลไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการได้รับวัคซีน ซึ่งเราจึงรีบส่งเสริมใส่ใจกับการให้ความรู้และประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึงตามเกณฑ์ตามวัย 0-5 ปีตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคเพื่อความปลอดภัยจากโรคระบาดในพื้นที่ รวมทั้งสุขภาพช่องปากมีความสำคัญต่อสุขภาพของทุกคน โรคฟันผุในเด็กสามารถ พบได้ตั้งแต่ฟันเริ่มขึ้นในช่วงขวบปีแรก และอัตราการผุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงอายุ 1-3 ปี สาเหตุหลักรวมถึงการดูแลทำความสะอาด ช่องปากไม่ถูกวิธี และมีพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสมก่อให้เกิดโรคฟันผุในฟันน้ำนม ทำให้เด็กมีความเจ็บปวด เคี้ยวอาหารไม่ได้ตามปกติ ได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอและส่งผลต่อพัฒนาการ การเจริญเติบโตของเด็กได้การเกิดฟันผุในฟันน้ำนม นอกจากจะมีผลเสียโดยตรงต่อสุขภาพของเด็กในขณะนั้นแล้ว ยังมีผลเสีย ต่อฟันแท้ของเด็กในอนาคตด้วย กล่าวคือ ฟันน้ำนมที่เสีย ถูกถอน หรือหลุดไปก่อนที่ฟันแท้จะขึ้นแทนที่ ทำให้ฟันแท้ที่จะขึ้นแทนตำแหน่งนั้นไม่สามารถขึ้นได้ อย่างปกติ อาจจะขึ้นมาในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวทำได้โดยการใช้รูปแบบการให้บริการทันตกรรมครบวงจร การตรวจสุขภาพ ช่องปาก การให้สุขศึกษา บริการทันตกรรม การแปรงฟันที่ถูกวิธี การรักษา และการติดตาม ประเมินผล ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโตนดด้วนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังทางโภชนาการเด็กก่อนวัยเรียน การส่งเสริมพัฒนาการแต่ละช่วงวัย รวมถึงการได้รับวัคซีนเพื่อให้เด็กมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง มีสุขภาพฟันและช่องปากที่สะอาด มีการเจริญเติบโตของสมองและร่างกายเหมาะสมตามวัย เติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีค่า และเป็นอนาคตที่สำคัญของประเทศชาติต่อ

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. 1.เพื่อให้เด็กแรกเกิด-5ปีได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์
  2. เพื่อให้ผู้ปกครองเด็กแรกเกิด-5 ปี มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับด้านโภชนาการ การส่งเสริมพัฒนานาการที่สมวัยทั้งด้านร่างกายสติปัญญา อารมณ์ จิตใจ และสังค
  3. เพื่อให้ผู้ปกครองเด็กแรกเกิด-5 ปี มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับด้านทันตกรรม และส่งเสริมให้เด็กมีสุขภาพฟันดี ลดปัญหาการเกิดฟันผุและโรคเหงือก
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. จัดกิจกรรมแบบบูรณาการ เชิงปฏิบัติการพร้อมให้ความรู้
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. เด็กอายุ 0-5 ปีได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์อายุ ร้อยละ 95
  2. เด็กอายุ 0-5 ปีได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์อายุ ร้อยละ 95
  3. เด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการไม่เกิน ร้อยละ10
  4. เด็กมีส่วนสูงดี สมส่วน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60
  5. เด็กมีพัฒนาการสมวัย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
  6. เด็กอายุ 0-5 ปีได้รับการเคลือบฟลูออไรด์ร้อยละ 70
  7. เด็กได้รับการฝึกทักษะการแปรงฟัน ร้อยละ60
  8. เด็กที่มีปัญหาได้รับการเข้าถึงบริการทันตกรรมร้อยละ10