โครงการคัดกรองเบาหวาน ความดันเชิงรุกและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิต ต.บาเจาะ ปี 2563
โครงการคัดกรองเบาหวาน ความดันเชิงรุกและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิต ต.บาเจาะ ปี 2563
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการคัดกรองเบาหวาน ความดันเชิงรุกและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิต ต.บาเจาะ ปี 2563 | |
| รหัสโครงการ | 63-L2488-1-02 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลบาเจาะ | |
| วันที่อนุมัติ | 4 มีนาคม 2563 | |
| ปี | 2563 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | - 31 พฤษภาคม 2563 | |
| งบประมาณ | 10,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางโซรยา มิงซู | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส |
โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง นับเป็นปัญหาการเจ็บป่วยที่สำคัญและนำมาซึ่งความสูญเสียทรัพยากรในการดูแลรักษา มีผลกระทบต่อผู้ป่วยเอง และผู้ดูแล ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายในครอบครัว มีอาการป่วยเรื้อรังเป็นเวลานาน ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ นอกจากจะเป็นโรคที่รักษาไม่หายแล้ว ยังเชื่อมโยงไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่นๆอีกมากมาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตเรื้อรัง สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรค คือ กรรมพันธุ์ และ สิ่งแวดล้อม ในส่วนของกรรมพันธุ์นั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญขึ้นเรื่อยๆเมื่อมีอายุมากขึ้น ขณะที่สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เริ่มต้นตั้งแต่ในครรภ์แม่ แม้กรรมพันธุ์จะเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้แต่ก็สามารถควบคุมปัจจัยเรื่องอาหารและสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้ จากผลการวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า การควบคุมอาหารอย่างดี รวมไปถึงการออกกำลังกายเป็นประจำนั้นส่งผลโดยตรงต่อการป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงสูงทางกรรมพันธุ์เป็นการควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง รวมไปถึงป้องกันโรคแทรกซ้อนต่างๆได้ จากข้อมูลประชากรอายุ35ปีขึ้นไปในเขตรับผิดชอบ ต.บาเจาะ ปี2562 กลุ่มเป้าหมายที่ต้องคัดกรองโรคเบาหวานจำนวน 3,382 คน และคัดกรองโรคความดันโลหิตจำนวน 2,600 คน ได้รับการคัดกรองแล้วพบกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน 666 ราย กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง 232 ราย หากไม่ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆได้ การรักษาโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงโดยการให้ความสำคัญด้านการแพทย์อาจไม่เพียงพอเพื่อการควบคุมโรคที่สมบูรณ์ ผู้ป่วยต้องได้รับความรู้เรื่องโรค รวมไปถึงความรู้เรื่องโภชนาการและการออกกำลังกายที่ถูกต้องกระตุ้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น ค่ายเบาหวาน ความดัน ซึ่งถ้าปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตั้งแต่ระยะแรก ก็จะสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยปราศจากโรคแทรกซ้อน ดังนั้นโรงพยาบาลบาเจาะ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการคัดกรองเบาหวานความดันและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับการดูแลตนเองเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนของโรค โดยได้จัดโครงการคัดกรองเบาหวานความดันเชิงรุกและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิตต.บาเจาะ ปี2563ขึ้น โดยเน้นกิจกรรมคัดกรองและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
- คัดกรองโรคเบาหวานและความดันในกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยงโรค HT/DM
- จัดทำ โครงการนำเสนอโครงการเพื่อขอรับการพิจารณาอนุมัติ
- จัดทำแผนปฏิบัติการโครงการ
- ประชุมวางแผน และชี้แจงแนวทางการดำเนินงานการแก่คณะทำงาน
- ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการโครงการดังนี้
-กิจกรรมคัดกรองเบาหวานความดัน
-กิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยง
-กิจกรรมเพื่อติดตามภาวะสุขภาพของกลุ่มเป้าหมาย
- ติดตามและประเมินผล
- ประชากรกลุ่มเสี่ยง มีความรู้ และทัศนคติที่เหมาะสมในเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
- กลุ่มเป้าหมายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ได้รับติดตามประเมินผลเป็นระยะตามที่กำหนดไว้