โครงการอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชน
โครงการอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชน
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชน | |
| รหัสโครงการ | 63-L1485-3-35 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข หมู่ที่ 9 บ้านหาดเลา | |
| วันที่อนุมัติ | 11 มีนาคม 2563 | |
| ปี | 2563 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กุมภาพันธ์ 2563 - 31 พฤษภาคม 2563 | |
| งบประมาณ | 16,650.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางกันยา บุณโยดม ตำแหน่ง ประธาน อาสาสมัครสาธารณสุข หมู่ที่ 9 ตำบลปะเหลียน | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง |
ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าโครงสร้างประชากรไทยอยู่ในระยะที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยประชากรสูงอายุ (อายุ ๖๐ ปีขึ้นไป) มีจำนวนและสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นถึงร้อยละ ๑๐ ของประชากร หรือ ๖.๓ ล้านคน(กรมอนามัย:๒๕๔๙) ในปัจจุบันส่งผลกระทบต่ออัตราส่วนภาระพึ่งพิงของประชากร ซึ่งเป็นเครื่องชี้วัดถึงความได้เปรียบทางประชากรในการพัฒนาประเทศ ขณะเดียวกันผู้สูงอายุมีอายุยืนยาวขึ้นมีปัญหาด้านสุขภาพ โรคภัยไข้เจ็บ ความพิการและทุพพลภาพเพิ่มมากขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อการเพิ่มของความต้องการค่าใช้จ่ายด้านการดูแลรักษาพยาบาลดังนั้นเมื่อจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นในอนาคตจะเป็นภาระสำคัญสำหรับรัฐบาลในการหามาตรการรองรับด้านการรักษาพยาบาล สังคมไทยจะเริ่มต้นสู่สังคมผู้สูงอายุในอีก ๖ ปี ข้างหน้า การมีนโยบายสุขภาพเชิงรุกสำหรับผู้สูงอายุ ย่อมทำให้ประชากรสูงอายุมีศักยภาพ สุขภาพ และปัญญาความรู้เพิ่มขึ้นที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศและป้องกันการเจ็บป่วย พิการ ทุพพลภาพ ตลอดจนการลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสุขภาพทั้งในปัจจุบันและในอนาคตจากการสำรวจบัญชีสาธารณสุข พบว่าใน หมู่ที่ 9 บ้านหาดเลาใน มีผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป จำนวน 145 คน จากการที่จำนวนผู้สูงอายุภายในชุมชนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่มีลักษณะความเป็นสังคมเมือง ลูกหลานออกไปทำงานนอกบ้าน ทำให้ผู้สูงอายุต้องเผชิญกับปัญหาหลายๆ ด้าน เช่น ผู้สูงอายุอยู่ตามลำพังหรือสังคมให้ความสำคัญต่อผู้สูงอายุน้อยลง ประกอบผู้สูงอายุประสบปัญหาสุขภาพ ทำให้ผู้สูงอายุที่มีความเปราะบางอยู่แล้วได้รับผลกระทบ ทั้งนี้หากผู้สูงอายุปรับตัวได้ทันกับความเปลี่ยนแปลงก็จะสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข เกิดความพึงพอใจในชีวิต แต่ถ้าไม่พร้อมหรือปรับตัวไม่ได้และไม่ดีพอ จะส่งผลให้เกิดความรู้สึกว่าตนเองโดดเดี่ยว เหงา ถูกทอดทิ้ง มีความวิตกกังวล ท้อแท้ไม่อยากมีชีวิตอยู่ รู้สึกคุณค่าในชีวิตลดน้อยลง ในด้านผู้พิการในชุมชน พบผู้พิการจำนวน 34 คน มักจะพบปัญหาคล้ายกับผู้สูงอายุ จึงควรอย่างยิ่งที่จะต้องมีการสร้างระบบการดูแลรักษาพยาบาลผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชน เพื่อรองรับสถานการณ์ปัจจุบันของพื้นที่การดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการที่เน้นให้บริการรักษาตามแนวทางแพทย์แผนไทยประยุกต์ร่วมด้วย ซึ่งเป็นการรักษาที่ไม่ต้องใช้ยาซึ่งอาจมีผลข้างเคียงต่อผู้สูงอายุและผู้พิการ ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข หมู่ที่ 9 บ้านหาดเลาใน จึงได้จัดทำโครงการอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการ เพื่อการดูแลในผู้สูงอายุและผู้พิการ ที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพโดยชุมชนโดยใช้แนวทางการดูแลและฟื้นฟูผู้สูงอายุ รวมทั้งการดูแลผู้สูงอายุแบบประคับประคอง( ในระยะสุดท้ายของชีวิต ) โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการ หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านซึ่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชนเอง
- 1. เพื่อให้เพื่อให้ผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการมีความรู้ในเรื่องการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ/ผู้พิการเพิ่มขึ้น
- 2. เพื่อให้เพื่อให้ผู้สูงอายุและผู้พิการได้รับการตรวจสุขภาพ
- 3. เพื่อให้ผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการสามารถดูแลสุขภาพผู้สูงอายุและผู้พิการได้ถูกต้อง
๑. ประชุมคณะกรรมการชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข เพื่อชี้แจงการดำเนินงานโครงการ ๒. เสนอโครงการเพื่อให้ประธานอนุมัติ ๓. สำรวจข้อมูลผู้สูงอายุและผู้พิการที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพ ๔. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับผู้ดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการ ๕. ตรวจสุขภาพผู้สูงอายุ ผู้พิการประเมินภาวะสุขภาพทางกายและจิตใจ ๖. ประเมินผลและสรุปผลการดำเนินงานของโครงการ
๑. ผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการมีความรู้เพิ่มขึ้น ๒. ผู้สูงอายุและผู้พิการได้รับการตรวจสุขภาพ 3. ผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการสามารถดูแลสุขภาพผู้สูงอายุและผู้พิการได้ถูกต้อง