โครงการส่งเสริมสุขภาพฟันดีทุกกลุ่มวัย ประจำปี 2563
โครงการส่งเสริมสุขภาพฟันดีทุกกลุ่มวัย ประจำปี 2563
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมสุขภาพฟันดีทุกกลุ่มวัย ประจำปี 2563 | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะเตงนอก | |
| วันที่อนุมัติ | 25 กุมภาพันธ์ 2563 | |
| ปี | 2563 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 2 มีนาคม 2563 - 31 สิงหาคม 2563 | |
| งบประมาณ | 52,100.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะเตงนอก | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา |
จากรายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 8 พ.ศ. 2560 พบว่า กลุ่มเด็กก่อนวัยเรียนอายุ 3 ปี มีความชุกโรคผุในฟันน้ำนมร้อยละ 52.9 เพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งที่ผ่านมาร้อยละ 1.2 (จากร้อยละ 51.7 เป็นร้อยละ 52.9) และกลุ่มเด็กก่อนวัยเรียนอายุ 5 ปี มีความชุกโรคผุในฟันน้ำนมร้อยละ 75.6 โดยลดลงจากการสำรวจครั้งที่ผ่านมา ร้อยละ 2.9 (จากร้อยละ 78.5 เป็นร้อยละ 75.6) โดยพบมากที่สุดในภาคใต้ ร้อยละ 57.0 และ 80.2 ตามลำดับ กลุ่มเด็กวัยเรียนที่เริ่มมีฟันแท้ขึ้นในปาก ช่วงอายุ 12 ปี มีความชุกโรคฟันผุ ร้อยละ 52.0 และพบเหงือกอักเสบ ร้อยละ 66.3 และร้อยละ 31.8 มีหินน้ำลายและมีเลือดออกร่วมด้วย มีเพียงร้อยละ 48.0 ที่ปราศจากโรคฟันผุ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการบริโภคน้ำอัดลม 1-3 วัน/สัปดาห์ ร้อยละ 57.4 และเด็กไม่ได้รับการฝึกทักษะในการดูแลทำความสะอาดช่องปากให้สะอาดเพียงพอ และไม่เคยแปรงฟัน ในเวลากลางวัน ร้อยละ 55.3 และจากการสำรวจพบว่า พฤติกรรมการบริโภคขนมกรุบกรอบเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยพบว่าร้อยละ 32.6 บริโภคขนมเหล่านี้ สำหรับกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน พบปัญหาเหงือกอักเสบ ร้อยละ 50.1 เกิดร่วมกับหินน้ำลายและเริ่มเป็นโรคปริทันต์ที่มีร่องลึก 4-5 มิลลิเมตร ร้อยละ 19.8 โดยเฉพาะหญิงวัยเจริญพันธ์ที่อยู่ในช่วงวัยที่มีบุตรได้ โดยทั่วไปจะมีอายุตั้งแต่ 15–49 ปี และผู้ที่มีฟันผุยังไม่ไปรับการรักษา ร้อยละ 47.4 นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีผลเชื่อมโยงต่อสุขภาพปากและฟันจนนำไปสู่การเกิดมะเร็งช่องปาก ซึ่งส่วนหนึ่งจะพบภาวะแทรกซ้อนของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ พบว่าปัญหาหลัก คือ ไม่มีฟันธรรมชาติเหลือพอในการบดเคี้ยวอาหาร มีฟันเหลืออยู่ในช่องปากเฉลี่ย 4 ใน 6 ส่วนต่อคน มีการสูญเสียฟันอย่างน้อย 1 ซี่ ร้อยละ 83 สูญเสียฟันทั้งปาก ร้อยละ 7.2 โดยกลุ่มวัยนี้มีความจำเป็นในการรักษา พบว่า ความจำเป็นสูงสุดอันดับแรก คือ การถอนฟัน ร้อยละ 53.6 สำหรับการใส่ฟันเทียมทั้งปาก พบว่า ร้อยละ 6.5 และเพิ่มขึ้นชัดเจนเป็นร้อยละ 18.9 และยังพบปัญหา ฟันผุ รากฟันผุ โรคปริทันต์ มะเร็งช่องปาก ภาวะน้ำลายแห้ง ฟันสึก และสภาวะในช่องปากที่สัมพันธ์กับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จำเป็นต้องรณรงค์ส่งเสริมสุขภาพช่องปากใน ทุกกลุ่มวัยอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะเตงนอก จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพฟันดีทุกกลุ่มวัย ประจำปี 2563 เพื่อให้ความรู้โรคในช่องปากและการส่งเสริมสุขภาพช่องปากให้กับทุกช่วงอายุ เพื่อให้มีทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปากที่ถูกต้องแล้วยังมีความรู้เรื่องสุขภาพช่องปากที่ดีต่อไป
- 1 เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้เพิ่มขึ้นในเรื่องโรคในช่องปากและการดูแลสุขภาพช่องปากได้อย่างถูกต้อง
- 2 เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มวัยมีการแปรงฟันได้อย่างถูกวิธีด้วยยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์
- 1. กิจกรรมในกลุ่มผู้ปกครองเด็กก่อนวัยเรียน
- 5.กิจกรรมใช้ในคลินิกทันตกรรม
- 2.กิจกรรมในกลุ่มเด็กวัยเรียน
- 3.กิจกรรมในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์
- 4.กิจกรรมในกลุ่มผู้สูงอายุ
1.ประชุมคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะเตงนอกเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการและมีส่วนร่วมในการประชาสัมพันธ์/กำหนดกิจกรรมดำเนินงาน 2.จัดทำโครงการเพื่อเสนอคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลเมืองสะเตงนอกเพื่อเสนอขออนุมัติสนับสนุนโครงการ 3.ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4.ดำเนินกิจกรรมตามโครงการ 5.สรุปและประเมินผลโครงการ