โครงการสตรีคอลอตันหยงห่างไกลโรคมะเร็งปากมดลูกและมเร็งเต้านม ประจำปีงบประมาณ 2563
โครงการสตรีคอลอตันหยงห่างไกลโรคมะเร็งปากมดลูกและมเร็งเต้านม ประจำปีงบประมาณ 2563
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการสตรีคอลอตันหยงห่างไกลโรคมะเร็งปากมดลูกและมเร็งเต้านม ประจำปีงบประมาณ 2563 | |
| รหัสโครงการ | 63-L3062-01-14 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคอลอตันหยง | |
| วันที่อนุมัติ | 18 กุมภาพันธ์ 2563 | |
| ปี | 2563 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ตุลาคม 2562 - 30 กันยายน 2563 | |
| งบประมาณ | 20,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวสีตีไอเสาะ สลำบ่อ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลคอลอตันหยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี |
- หญิงอายุตั้งแต่ 30 ปีได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ขนาด 50.00
โรคมะเร็งเป็นภัยที่คุกคามสุขภาพของสตรีมะเร็งปากมดลูกเป็นสาเหตุการตายอันดับแรกของสตรีไทยรองลงมาคือโรคมะเร็งเต้านม สาเหตุที่ทำให้สตรีเป็นโรคมะเร็งมีหลายสาเหตุด้วยกันไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์วิถีชีวิตการบริโภคและตรวจพบโรคและได้รับการรักษาเมื่ออยู่ในระยะลุกลามและรุ่นแรงทำให้การรักษาให้หายมีเปอร์เซ็นน้อยและรักษาไม่หายจนต้องสูญเสียชีวิตในที่สุดและมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง ในขณะเดียวกันกลุ่มสตรีสามารถดูแลและป้องกันตนเองจากโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมได้ตั้งแต่ในระยะแรกๆโดยสตรีที่อายุ30ปี ขึ้นไปได้รับการตรวจ คัดกรองเพื่อค้นหามะเร็งปากมดลูกโดยการทำ Papsmearอย่างน้อยปีละ1ครั้งและตรวจเต้านมด้วยตนเองในทุกๆเดือน จากการดำเนินงานที่ผ่านมาสตรีอายุ 30 ปีขึ้นไปในพื้นมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมน้อยทำให้ไม่เห็นพิษภัยและอันตรายของมะเร็ง และเห็นถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมสืบเนื่องมาจากความอายและความกลัว โดยเฉพาะสตรีมุสลิมประกอบกับกระทรวงสาธารณสุขตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมและป้องกันโรคให้กับประชาชนคณะกรรมการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคอลอตันหยง จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพสตรีป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกและโรคมะเร็งเต้านมตำบลคอลอตันหยงขึ้น เพื่อส่งเสริมให้สตรีมีความรู้ความเข้าใจ และเห็นความสำคัญของการตรวจคัดกรองค้นหามะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม และค้นหาผู้ป่วยได้รับการรักษาถูกต้องและจำนวนโรคลดลง
- เพื่อให้สตรีกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก
- เพื่อให้สตรีกลุ่มเป้าหมายมีความตระหนักถึงพิษภัยอันตรายของโรคและให้ความสนใจในการตรวจค้นหามะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก
- เพื่อให้สตรีกลุ่มเป้าหมายอายุ 30 –60 ปีได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และสตรีสามารถตรวจค้นหาเพื่อเฝ้าระวังมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง
- ผู้ที่ตรวจพบความผิดปกติได้รับการส่งต่อเพื่อตรวจวินิจฉัยรักษาและติดตามอย่าง ต่อเนื่อง
- จากการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมการเกิดโรคลดลงหรือไม่มีเลย
- ประชุมชี้แจงเชิงปฏิบัติการดูแลสุขภาพตนเองของกลุ่มเป้าหมายสตรีอายุ 30-60ปี
- กิจกรรมเสริมสร้างแรงจูงใจและแจ้งผลการคัดกรอง
ขั้นเตรียมการ
1.ประชุมชี้แจงรายละเอียดของโครงการแก่คณะกรรมการประสานงานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคอลอตันหยง
2.สำรวจกลุ่มเป้าหมายและจัดทำทะเบียนเข้าร่วมโครงการ การเพื่อส่งเสริมป้องกันมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก
3.กำหนดสถานที่ โดยจะจัดประชุมชี้แจงที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคอลอตันหยง แบ่งเป็น 1 รุ่น รุ่นที่ 1 จำนวน 50 คน
ขั้นดำเนินการ
1. ประเมินกลุ่มเป้าหมายก่อนการประชุมชี้แจง
1.1 ทำแบบทดสอบความรู้ก่อนประชุมชี้แจง
2. จัดประชุมชี้แจงเชิงปฏิบัติการแก่กลุ่มเป้าหมาย
2.1 ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก และการปฏิบัติตัว
2.2ให้ความรู้เกี่ยวกับการการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง
2.3 สาธิตและฝึกปฏิบัติการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง
2.4 จัดกิจกรรมกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อหาแนวทางในการเสริมแรงจูงใจให้เกิดการตระหนักและเห็นพิษภัยของโรคมะเร็ง
2.9 ทำแบบทดสอบความรู้หลังประชุมชี้แจง
3. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขติดตามประเมินภาวะสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมาย
3.1 ได้รับการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
3.2 ตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองประจำทุกเดือน
4.แจ้งผลการตรวจมะเร็งปากมดลูกและมอบสิ่งของจูงใจเป็นรางวัลที่กลุ่มเป้าหมายเห็นความสำคัญของการดูแลตัวเองและมารับการคัดกรอง
5.สรุปผลการดำเนินโครงการ
1.ผู้เข้าร่วมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร้งเต้านมเพิ่มขึ้นร้อยละ80 2.ผู้เข้าร่วมได้รับการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมร้อยละ80 จากกลุ่มเป้าหมายที่ได้เข้าร่วมทั้งหมดในครั้งนี้ 3.ผู้ที่ตรวจพบความผิดปกติได้รับการส่งต่อเพื่อตรวจวินิจฉัยรักษาและติดตามอย่างต่อเนื่องร้อยละ100 4.จากการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมการเกิดโรคลดลงร้อยละ3