โครงการติดตามดูแลสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงหมู่ที่ 9
โครงการติดตามดูแลสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงหมู่ที่ 9
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการติดตามดูแลสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงหมู่ที่ 9 | |
| รหัสโครงการ | 63-L3318-02-9 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ประธานชมรม อสม. หมู่ที่ 9บ้านโตนดด้วน | |
| วันที่อนุมัติ | 6 กุมภาพันธ์ 2563 | |
| ปี | 2563 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 27 มีนาคม 2563 - 30 กันยายน 2563 | |
| งบประมาณ | 9,900.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางปิยาพร ชูทอง | |
| พื้นที่ดำเนินการ | อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง |
- ร้อยละประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการติดตามวัดความดันโลหิตอย่างต่อเนื่องเดือนละ 1 ครั้ง ขนาด 16.00
สภาพสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้สภาพปัญหาทางสุขภาพเปลี่ยนไปด้วย ปัจจุบันแนวโน้มปัญหาสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้นจากสาเหตุโรคไม่ติดต่อได้แก่ โรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเหล่านี้เป็นปัญหาที่สำคัญระดับประเทศและระดับโลก ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นสถานการณ์โรคไม่ติดต่อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่เป็นปัญหาอันดับสองของจังหวัดพัทลุงรองจากปัญหาโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูงเป็นภาวะ ความดันเลือดภายในหลอดเลือดแดงสูงกว่าปกติตลอดเวลา โรคความดันสูงแบ่งเป็น 2 ประเภท คือชนิดที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดซึ่งไม่สามารถระบุถึงต้นเหตุการณ์เกิดได้แต่อาจจะเป็นเพราะปัจจัยอายุ : อายุมากขึ้นจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงมากขึ้นมีประวัติครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูง : โรคนี้มีโอกาสพบได้ในคนในครอบครัวเดียวกัน รับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเป็นประจำรับประทานเกลือมีเกลือในอาหารที่รับประทานสูงเป็นประจำ ขาดการออกกำลังกายน้ำหนักเกิน อ้วนสูบบุหรี่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปความเครียดในส่วนของโรคความดันโลหิตสูงชนิดที่ทราบสาเหตุอาจเกิดได้จากหลายสภาวะเช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับโรคไต ปัญหาต่อมไทรอยด์ เนื้องอกที่ต่อมหมวกไตหลอดเลือดผิดปกติแต่กำเนิด การใช้ยาบางชนิดการใช้สารเสพติด หรือแอลกอฮอล์อันตรายจากโรคนี้ทำให้เป็นอัมพฤกษ์และอัมพาตพิการได้ ทำให้เป็นปัญหากับตนเองครอบครัวชุมชนเสียค่าใช้จ่ายค่าดูแลและขาดรายได้การคัดกรองโรคทำได้โดยการวัดความดันโลหิตผู้รับบริการ อำเภอควนขนุน มีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ในปี 2562จำนวน 11,190คนคิดเป็น๑7,644.27ต่อแสนประชากรมีอัตราผู้ป่วยใหม่จำนวน 978 คนคิดเป็น 1,159.76 ต่อแสนประชากร ในส่วนของตำบลโตนดด้วนมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ในปี2562ทั้งตำบล จำนวน892คน คิดเป็น ๑3,618.32ต่อแสนประชากร มีอัตราผู้ป่วยใหม่จำนวน 74คนคิดเป็น 1,198.76ต่อแสนประชากร และในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี ในปี ๒๕๖2 หมู่ที่ 9 มีผู้ป่วยใหม่ จำนวน 6 คนจะเห็นได้จากการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง โดยการวัดความดันโลหิตกลุ่มเป้าหมายผู้ที่มีอายุ ๓๕ขึ้นไป ในปี 2๕๖2หมู่ที่ 9 มีประชากรกลุ่มเป้าหมาย 226คนได้รับการคัดกรอง 216คนพบว่าผู้ที่ได้รับการคัดกรองเป็นปกติ258คนคิดเป็นร้อยละ 73.15 กลุ่มเสี่ยงจำนวน 53คนคิดเป็นร้อยละ 24.54กลุ่มสงสัยป่วยจำนวน5คนคิดเป็นร้อยละ 2.31ในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยจะต้องได้รับการติดตามดูแลให้ได้รับบริการวัดความดันซ้ำตามเกณฑ์ที่กำหนดในแนวทางการดูแลกลุ่มเสี่ยงคือ กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงต้องได้รับการบริการวัดความดันซ้ำเดือนละ๑ ครั้ง จากอาสาสมัครสาธารณสุขในพื้นที่และหากความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกรายในส่วนของกลุ่มสงสัยป่วยคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ต้องติดตามเพื่อให้ได้รับการดูแลและต่อเนื่องเพื่อให้เข้ารับการรักษาเป็นกลุ่มผู้ป่วย ก่อนที่จะได้รับการวินิจฉัยกลุ่มเสี่ยงต้องได้รับการติดตามวัดความดันโลหิต ที่บ้านคนละ๗วันติดต่อกันวันละ๒ ครั้ง ตอนเช้าและตอนเย็นทุกวันโดยอาสาสมัครสาธารณสุขในเขตรับผิดชอบเมื่อครบแล้วอาสาสมัครจะนำผลการวัดความดันโลหิตเพื่อส่งให้แพทย์วินิจฉัยว่ากลุ่มสงสัยป่วยเหล่านี้จะเป็นผู้ป่วยหรือไม่หากเป็นผู้ป่วยจะได้รับยาและรักษาโรคความดันโลหิตสูงเป็นผู้ป่วยรายใหม่โรคความดันโลหิตสูงส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยจะมีการติดตามวัดความดันโลหิตจากอาสาสมัครสาธารณสุขต่อไปเดือนละ ๑ ครั้ง จากที่กล่าวมาข้างต้นจำเป็นต้องใช้เครื่องวัดความดันโลหิตให้เพียงพอกับกลุ่มเสี่ยงเพื่อให้อาสาสมัครสาธารณสุขได้มีอุปกรณ์ในการดำเนินงานติดตามเยี่ยมกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง อาสาสมัครสาธารณสุขจึงได้จัดทำโครงการติดตามดูแลสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงหมู่ที่ 9ตำบลโตนดด้วน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ขึ้น
- 1.เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการวัดความดันโลหิตอย่างต่อเนื่อง
- จัดซื้อครุภัณฑ์การแพทย์ (เครื่องวัดความดันโลหิต)
มีเครื่องวัดความดันเพื่อติดตามวัดความดันโลหิตในประชาชนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูงเพียงพอ