กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการแอโรบิคเพื่อสุขภาพ

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการแอโรบิคเพื่อสุขภาพ
รหัสโครงการ 63-L5182-02-19
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ กลุ่มเรารักสุขภาพบ้านประจ่าใต้
วันที่อนุมัติ 14 พฤษภาคม 2563
ปี 2563
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 15 มิถุนายน 2563 - 30 กันยายน 2563
งบประมาณ 13,575.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางอำนวย แก่นเพชร
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลนาหว้า อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
ประเด็น
แผนงานกิจกรรมทางกาย
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

เนื่องจากสังคมได้เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกาภิวัฒน์จากสภาพสังคมเกษตรกรรมเป็นสังคมอุตสาหกรรม เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและสภาพแวดล้อม ทำให้หลายคนมองข้ามการออกกำลังกายหลายคนอ้างไม่มีเวลา บางคนเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงอิริยาบถในชีวิตประจำวันเป็นการออกกำลังกาย จึงเป็นเหตุให้สุขภาพอ่อนแอลงและอาจประสบกับปัญหาการเจ็บป่วยด้วยโรคต่าง ๆ ตามมาเช่น ความดันโลหิตสูงเบาหวานโรคอ้วนโรคมะเร็งความเครียด ฯลฯทำให้ระบบสุขภาพของคนไทยต้องเน้นการ "สร้าง" มากกว่าการ "ซ่อม" สุขภาพ ซึ่งเป็นการเน้นระบบสุขภาพเชิงรุกและการสร้างเสริมสุขภาพเนื่องจากประชาชนป่วยด้วยโรคที่สามารถป้องกันได้เป็นส่วนใหญ่ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณและค่าใช้จ่ายในการเยียวยารักษาจึงได้มีการรณรงค์ให้ประชาชนได้มาใส่ใจในการออกกกาลังกายเพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บตามที่รัฐบาลได้กำหนดนโยบาย 5 อ. เป็นหลักในการสร้างสุขภาพแก่ประชาชนประกอบด้วย การออกกำลังกายอาหารปลอดภัยอารมณ์และสุขภาพจิตอนามัยชุมชนและอโรคยาซึ่งให้เริ่มจากการจัดกิจกรรมออกกำลังกายเป็นเรื่องแรกและบูรณาการกับกิจกรรมอื่นๆ ที่จำเป็นในการสร้างสุขภาพของบุคคลครอบครัวและชุมชน ให้ภาครัฐสนับสนุนองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นในการสร้างและพัฒนาความเข้มแข็งของประชนที่จะร่วมใจแก้ปัญหาสุขภาพของตนเองและชุมชนโดยมีเป้าหมายส่งเสริมให้คนไทยอายุ 6 ปีขึ้นไปออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการออกกำลังกายแบบต่างๆ เช่นการเดินวิ่งการปั่นจักรยานว่ายน้ำเต้นแอโรบิคเป็นต้นการเต้นแอโรบิคเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตอีกทั้งยังทำให้ประชาชนได้เล็งเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายโดยการเต้นแอโรบิคตามประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคภายใต้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเรื่องการจัดบริการสาธารณสุขของกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ พ.ศ 2557โดยอาศัยอำนาจตามความในข้อ 2 ของประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ พ.ศ 2557 ประเภทที่ 2 เพื่อสนับสนุนให้กลุ่มหรือองค์กรประชาชนหรือหน่วยงานอื่นในพื้นที่ได้ดำเนินโครงการหรือกิจกรรมเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพการป้องกันโรคให้แก่ประชาชนในพื้นที่   ชมรมเรารักสุขภาพบ้านประจ่าใต้ ได้จัดทำโครงการแอโรบิคเพื่อสุขภาพ ปี 2563 เพื่อให้ประชาชนมีการออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิคอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นนโยบายของรัฐบาลโดยให้มีการออกกำลังกายด้วยวิธีต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเกิดความตระหนัก ความตื่นตัวในการออกกำลังกาย และเห็นความสำคัญเห็นประโยชน์ของการออกกำลังกาย เพราะการออกกลำลังกายส่งผลให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ผ่อนคลายความเครียด เสริมสร้างความสามัคคี และที่สำคัญการออกกำลังกายยังลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอีกด้วย

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อส่งเสริม สร้างกระแสการออกกำลังกายให้กับประชาชนในพื้นที่
  2. เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงประโยชน์ของการออกกำลังกาย
  3. เพื่อกระตุ้นการออกกำลังกายของประชาชน ด้วยการเต้นแอโรบิคอย่างต่อเนื่อง
  4. เพื่อให้ประชาชนที่เข้าร่วมออกกำลังกายมีภาวะร่างกายที่เหมาะสม ค่าดัชนีมวลกาย รอบเอวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและลดความเสี่ยงจากโรคเรื้อรังต่างๆ
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. อบรมให้ความรู้
วิธีดำเนินการ
  1. ประชุมกลุ่ม SWOT ปัญหาสุขภาพ พื้นที่พบว่า ผู้สูงอายุป่วยด้วยโรคเรื้อรัง และการขาดออกกำลังกายในทุกกลุ่มวัย เนื่องจากไม่มีสถานที่ และไม่มีการจัดออกกำลังกายอย่าต่อเนื่อง
  2. เสนอโครงการ และติดต่อวิทยากร นำเต้นแอโรบิค ขั้นดำเนินโครงการ
  3. รับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ
  4. ชั่งน้ำหนัก รอบรอบเอว ความดันโลหิต
  5. ปฐมนิเทศ ผู้เข้าร่วมโครงการฯ
  6. จัดกิจกรรมออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิค เป็นประจำทุกวัน ในเวลา 16.30 – 18.00 น. ครั้งละ 1 ชั่วโมง 30 นาที จนเสร็จสิ้นโครงการขั้นประเมินผลโครงการ
  7. ติดตามการออกกำลังกาย ลงบันทึกน้ำหนัก รอบเอว และความดันของผู้ร่วมโครงการ
  8. สรุปและประเมินผลโครงการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. มีแกนนำในการส่งเสริมการออกกำลังกายให้กับประชาชนในชุมชน
  2. มีการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ และเป็นการสร้างความรักความสามัคคีในชุมชน
  3. ประชาชนมีภูมิคุ้มกันโรค และลดปัญหากลุ่มโรคไม่ติดต่อ