โครงการสุขภาพฟันดีทุกกลุ่มอายุ ปี 2563
โครงการสุขภาพฟันดีทุกกลุ่มอายุ ปี 2563
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการสุขภาพฟันดีทุกกลุ่มอายุ ปี 2563 | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบาโงยบาแด | |
| วันที่อนุมัติ | 20 กุมภาพันธ์ 2563 | |
| ปี | 2563 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 2 มีนาคม 2563 - 30 กันยายน 2563 | |
| งบประมาณ | 59,600.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางวรัญญา รัชกุล | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา |
ฟันและอวัยวะในช่องปากเป็นด่านแรกของระบบย่อยอาหาร และมีความสำคัญสำหรับการติดตามสื่อสารของผู้คนในสังคม ปัจจุบันพฤติกรรมการบริโภคอาหารของคนเปลี่ยนไป ในขณะที่ระบบบริการสุขภาพและระบบการพัฒนาคนยังไม่สามารถปรับตัวรองรับให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดโรคฟันผุ ในทุกกลุ่มวัย กรมอนามัย เปิดเผยผลสำรวจสุขภาพทางช่องปาก ในปี 2562 พบว่า เด็กไทยโดยเฉลี่ยร้อยละ 50 เป็นโรคฟันผุ ในเขตภาคใต้ ร้อยละ 65 โดยเฉพาะใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้แก่ สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ในปี 2562 กระทรวงสาธารณสุขรายงานพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เด็กและผู้สูงอายุเผชิญปัญหาโรคฟันสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ
จากผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปาก ในพื้นที่รับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้าน บาโงยบาแด ปี 2562 พบว่า ประชากร กลุ่มวัยทำงาน มีสภาวะหินน้ำลายร้อยละ 80.12 และพบมีสภาวะเหงือกอักเสบร้อยละ 62.34 กลุ่มเด็ก 6-15 ปี มีฟันผุและเหงือกอักเสบ ร้อยละ 50.2 และ 67.36 ตามลำดับ กลุ่มเด็กวัยก่อนเรียน 0-5 ปี มีฟันผุร้อยละ 42.12 แสดงให้เห็นว่า โรคฟันผุเกิดในทุกกลุ่มวัย ซึ่งถ้าไม่ได้รับการป้องกันและการรักษาหรือหยุดยั้งโรคก็จะลุกลามนำไปสู่การสูญเสียฟันต่อไปและส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ปัจจัยที่ทำให้ประชาชน ทุกกลุ่มวัยมีสภาวะการเกิดโรคฟันผุ โรคปริทันต์อักเสบ หรือโรคในช่องปากเป็นปัญหาค่อนข้างสูง คือการเข้าถึงบริการทันตกรรมไม่ครอบคลุมมากนัก การไม่ใส่ใจในการดูแล ป้องกันโรคในช่องปากของตนเอง เมื่อเป็นถึงขั้นรุนแรงจึงมาหาหมอเพื่อทำการรักษา และอีกปัญหาหนึ่งคือการขาดทันตบุคลากรในระบบมีการกระจายไม่สามารถครอบคลุมได้
สุขภาพช่องปาก จากกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ความว่า “เวลาไม่มีฟันกินอะไรก็ไม่อร่อย ทำให้ไม่มีความสุข จิตใจก็ไม่สบาย ร่างกายก็ไม่แข็งแรง” ทำให้เห็นความสำคัญของสุขภาพช่องปากต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ชัดเจน ประกอบกับปัญหาสุขภาพช่องปากเป็นปัญหาหลักในกลุ่มประชาชนทุกกลุ่มวัย ที่มีการสูญเสียฟันจนไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้ โดยเฉพาะประชากรกลุ่มผู้สูงอายุมีการสูญเสียฟันอย่างน้อย 15 ซี่ ร้อยละ 80 จำเป็นต้องได้รับบริการทันตกรรมอย่างใกล้ชิด
ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบาโงยบาแด จึงได้จัดทำโครงการสุขภาพฟันดีทุกกลุ่มอายุ
ปี 2563 ขึ้น เพื่อจัดระบบบริการประชากรตามกลุ่มอายุ และพัฒนาระบบบริการส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพที่มีคุณภาพและครอบคลุม ให้ประชาชนมีพฤติกรรมทันตกรรมสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่องและเหมาะสมต่อไป
- 1.เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยได้รับการส่งเสริมสุขภาพทางช่องปาก ร้อยละ 100
- 2.เพื่อให้เด็กก่อนวัยเรียนและวัยเรียนมีการแปรงฟันหลังอาหารด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ร้อยละ 100
- 3.เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มอายุมีความรู้ในการดูแลสุขภาพทางช่องปาก ร้อยละ 80
- 4.กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมอบรมฯ ทุกกลุ่มวัยสามารถแปรงฟันได้ถูกต้องตามหลักวิชาการร้อยละ 90
- กิจกรรมที่ 3 กลุ่มผู้สูงอายุ
- กิจกรรมที่ 4 กลุ่มหญิงตั้งครรภ์
- กิจกรรมที่ 1 ผู้ปกครองเด็กกลุ่มก่อนวัยเรียน
- กิจกรรมที่ 2 กลุ่มวัยเรียน
- ประชุมชี้แจงเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบาโงยบาแด เพื่อจัดทำโครงการฯ
- เขียนโครงการเพื่อเสนอคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลเมืองสะเตงนอก เพื่อขออนุมัติเงินสนับสนุนโครงการ
- ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ร่วมกันวางแผนดำเนินการ
- กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการด้านทันตกรรมแก่ผู้ปกครองเด็กก่อนวัยเรียนและสาธิตการแปรงฟัน
- กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการด้านทันตกรรมแก่เด็กวัยเรียนและสาธิตการแปรงฟัน
- กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการด้านทันตกรรมแก่ผู้สูงอายุและสาธิตการแปรงฟัน
- กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการด้านทันตกรรมแก่หญิงตั้งครรภ์และสาธิตการแปรงฟัน 8.เจ้าหน้าที่ทันตาภิบาล รพ.สต. บริการสุขภาพทางช่องปากแก่ประชาชนทุกกลุ่มวัย 9.ประชาชนทุกกลุ่มวัยได้รับการส่งต่อผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพทางช่องปาก 10.สรุปและประเมินผลโครงการ
- ประชาชนทุกกลุ่มอายุได้รับการส่งเสริมบริการทันตกรรมในช่องปาก
- ประชาชนทุกกลุ่มอายุมีความรู้ในการดูแลสุขภาพในช่องปาก
- ประชาชนทุกกลุ่มอายุสามารถแปรงฟันได้อย่างถูกวิธี