โครงการการป้องกันเด็กจมน้ำ (อายุต่ำกว่า 15 ปี)
โครงการการป้องกันเด็กจมน้ำ (อายุต่ำกว่า 15 ปี)
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการการป้องกันเด็กจมน้ำ (อายุต่ำกว่า 15 ปี) | |
| รหัสโครงการ | 2563-L3306-2-014 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข รพ.สต.บ้านคู | |
| วันที่อนุมัติ | 19 มิถุนายน 2563 | |
| ปี | 2563 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 22 มิถุนายน 2563 - 30 กันยายน 2563 | |
| งบประมาณ | 13,300.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางหยาด นุ่มหยู่ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลคลองเฉลิม อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง |
จากรายงานองค์การอนามัยโลกพบว่า ในทุกๆปี มีเด็กทั่วโลก (อายุต่ำกว่า ๑๕ ปี) เสียชีวิตจากการจมน้ำ เป็นอันดับ ๓ รองจากโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบและเอดส์ สำหรับสถานการณ์ของประเทศไทยพบว่าการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ ๑ ของเด็กไทยอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี ซึ่งมีจำนวนการเสียชีวิตสูงมากกว่าโรคติดต่อนำโดยแมลงและไข้เลือดออกถึง ๑๔ เท่าตัว จากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าทุกๆ ๘ ชั่วโมง จะมีเด็กจมน้ำเสียชีวิต ๑ คน โดยเฉลี่ยทุกๆ ๑ เดือนประเทศไทยสูญเสียเด็กจากการจมน้ำเสียชีวิตมากกว่า ๙๐ คน นอกจากนี้ สำนักควบคุมโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากจมน้ำ พบว่า กลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า ๓ ปี พบจมน้ำเสียชีวิตสูงเฉลี่ยถึงปีละ ๒๑๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๑ ของกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า ๑๕ ปีทั้งหมดในปัจจุบันอุบัติเหตุจากการจมน้ำยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก ซึ่งสาเหตุดังกล่าวยังเป็นอันดับแรกของการเสียชีวิตของเด็กส่วนใหญ่ของประเทศไทยจากข้อมูลรายงานกระทรวงสาธารณสุขว่าในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ พบว่าการเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำกว่าอายุ ๑๕ ปี ทั่วโลกเสียชีวิต เฉลี่ยวันละ ๓๗๕ คน ส่วนสถิติในประเทศไทยเด็กในอายุดังกล่าวจะเสียชีวิตเฉลี่ยปีละ ๑,๔๐๐ คน หรือเฉลี่ยวันละ ๔ คน ซึ่งเป็นอัตราเฉลี่ยที่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับการเสียชีวิตทุกสาเหตุ ขณะที่ประเทศไทยมีเด็กที่เสียชีวิตจากการจมน้ำมากกว่าประเทศที่พัฒนา แล้ว ๕-๑๕ เท่าตัว เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของเด็กไทยอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี ซึ่งเมื่อเทียบกับการเสียชีวิตจากสาเหตุอื่นๆ
จากข้อมูลย้อนหลังในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา พบว่าในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน (มีนาคม - พฤษภาคม) เป็นช่วงที่มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตสูงสุด ในบางปีมีจำนวนสูงเกือบ ๔๐๐ คน ซึ่งจํานวนและอัตราการเสียชีวิตตอประชากรเด็กแสนคน จากมูลเหตุดังกล่าว หากจะป้องกันการเสียชีวิตหรือลดอัตราการตายจากการจมน้ำของเด็ก เพื่อเป็นการป้องกันและการเฝ้าระวังปัญหาเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำป้องกันก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ จึงต้องให้นักเรียนและประชาชนทั่วไป มีทักษะการว่ายน้ำ สามารถช่วยเหลือตนเองให้สามารถว่ายน้ำ และรอดจากการเสียชีวิตจากการจมน้ำได้ จำเป็นจะต้องฝึกหัดให้ได้ฝึกหัดว่ายน้ำ หรือ ว่ายน้ำเป็น และเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีช่วยชีวิตคนจากการจมน้ำแบบวิธีช่วยเหลือมาตรฐานสากล โดยใช้อุปกรณ์ใกล้มือ
ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านคู ได้เห็นความสำคัญของปัญหาการจมน้ำและการช่วยเหลือชีวิตจากการจมน้ำทั้งในเด็กและประชาชนทั่วไป ในการป้องกันดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจากปี ๒๕๖๒ ในการป้องกันจมน้ำและการช่วยเหลือชีวิตจากการจมน้ำ เพื่อการพัฒนาการดำเนินการป้องกันการจมน้ำต่อไป
- เพื่อสร้างทีมผู้ก่อการดี (Merit Maker) ในระดับพื้นที่
- เพื่อส่งเสริมให้เด็ก ๖-๑๔ ปี มีความรู้เรื่องความปลอดภัยทางน้ำ มีทักษะในการลอยตัว มีทักษะการเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำได้ และช่วยเหลือคนจมน้ำได้
- เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย มีส่วนร่วมในการป้องกันเหตุการณ์จมน้ำในเขตพื้นที่ชุมชนและรู้จักแหล่งน้ำเสี่ยง
- อบรมให้ความรู้
๑. เสนอแผนงานให้อนุกรรมการกลั่นกรอง
๒. เสนอแผนงานต่อคณะกรรมการกองทุนเพื่อขออนุมัติงบประมาณ
๓. จัดประชุมทีมผู้ก่อการดีภาคีบ้านคูและอบรมหลักสูตร “ว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด”ในเด็กอายุ ๖-๑๔ ปี
จำนวน ๗๐ คน จำนวน ๑ วัน
๔. สำรวจแหล่งน้ำเสี่ยง และจัดการสิ่งแวดล้อมบริเวณแหล่งน้ำเสี่ยงในพื้นที่บริการของ รพ.สต.บ้านคู
๕. สรุปและรายงานผลการดำเนินงาน
๑. มีการบริหารจัดการให้มีการดำเนินงานการป้องกันเด็กจมน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ มีการดำเนินงานตาม มาตรการดำเนินงานการป้องกันเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำ ผ่านการรับรองตามมาตรฐาน จากสำนักงาน ควบคุมโรคไม่ติดต่อ ๒. เขตพื้นที่บริการของ รพ.สต.บ้านคู ไม่มีเด็กอายุ ต่ำกว่า ๑๕ ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ