โครงการส่งเสริมสุขภาพหญิงวัยเจริญพันธุ์และหญิงตั้งครรภ์แบบบูรณาการ ปีงบประมาณ 2563
โครงการส่งเสริมสุขภาพหญิงวัยเจริญพันธุ์และหญิงตั้งครรภ์แบบบูรณาการ ปีงบประมาณ 2563
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมสุขภาพหญิงวัยเจริญพันธุ์และหญิงตั้งครรภ์แบบบูรณาการ ปีงบประมาณ 2563 | |
| รหัสโครงการ | 2563-L3306-1-05 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | รพ.สต.บ้านคู | |
| วันที่อนุมัติ | 19 มิถุนายน 2563 | |
| ปี | 2563 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กรกฎาคม 2563 - 30 กันยายน 2563 | |
| งบประมาณ | 18,100.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายธนิต มูสิกปาละ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลคลองเฉลิม อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง |
หญิงวัยเจริญพันธุ์ เป็นประชากรกลุ่มหนึ่งที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะโลหิตจาง เนื่องจากมีการสูญเสียธาตุเหล็กไปกับประจำเดือน ประมาณ ๑๒.๕–๑๕ มิลลิกรัมต่อเดือน หรือเฉลี่ยวันละ ๐.๔-๐.๕ มิลลิกรัม ซึ่งปกติร่างกายจะสูญเสียธาตุเหล็กจากการขับถ่ายวันละ ๐.๕-๑.๐ มิลลิกรัม และยังมีการสูญเสียธาตุเหล็กออกไปทาง ปัสสาวะ ผิวหนัง บาดแผล และการบริจาคโลหิต นอกจากนี้พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ร่างกายได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ แนวโน้มของประเทศไทย ในปี ๒๕๖๒ พบอัตราการตายมารดาอยู่ที่ ๑๗.๑ ต่อการเกิดมีชีพแสนคน สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการตกเลือด มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ๓๙% ทารกคลอดก่อนกำหนด ๑๐.๔% ทารกเสียชีวิตจากภาวะพิการแต่กำเนิด ๗% ขณะที่อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวนาน ๖ เดือน ยังน้อยเพียง ๒๓.๙% และกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำนโยบายยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์แห่งชาติฉบับที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๙) ว่าด้วยการส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยเนื้อหาของยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะเน้นในเรื่อง การเพิ่มจำนวนการเกิดเพื่อทดแทนจำนวนประชากร โดยส่งเสริมการเกิดในหญิงอายุ ๒๐-๓๔ ปี ที่มีความพร้อมและตั้งใจที่จะมีครรภ์ การเกิดทุกรายมีความพร้อม มีการวางแผน และได้รับความช่วยเหลือในการมีบุตร และทารกเกิดมาอย่างแข็งแรง พร้อมเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยส่งเสริมให้ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย ได้รับการดูแลหลังคลอดที่ดี โดยจะมีการดำเนินงานที่สำคัญ เช่น พัฒนาระบบบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพตั้งแต่ระยะก่อนสมรส ก่อนมีบุตร ตั้งครรภ์ และหลังคลอด การส่งเสริมการเลี้ยงดูบุตร มาตรการทางภาษีช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลบุตร เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านคู จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพหญิงวัยเจริญพันธุ์และหญิงตั้งครรภ์แบบบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ขึ้น เพื่อให้หญิงวัยเจริญพันธุ์ (๑๕–๔๔ปี) ป้องกันภาวะซีดตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์และลดภาวะซีดในขณะตั้งครรภ์ หากมีการตั้งครรภ์ในอนาคตจะลดความเสี่ยงต่อแม่คลอดไม่ปลอดภัยจากภาวะตกเลือดหลังคลอด เด็กเกิดน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์ และลดความเสี่ยงต่อเด็กพิการแต่กำเนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- เพื่อให้แกนนำสุขภาพมีความรู้ ความเข้าใจ การ แก้ไขปัญหาภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุ เหล็กในหญิงวัยเจริญพันธุ์ และแนวทางการ ค้นหาหญิงตั้งครรภ์เพื่อเข้าถึงการฝากครรภ์
- เพื่อให้หญิงวัยเจริญพันธุ์ อายุ ๑๕-๔๔ ปี ได้รับ การตรวจคัดกรองภาวะการขาดธาตุเหล็ก
- เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ได้เข้าถึงบริการฝากครรภ์ ก่อน 12 สัปดาห์
- ลดปัญหาโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในหญิง ตั้งครรภ์
- ประชุมแกนนำสุขภาพ
- อบรมให้ความรู้
- ให้ความรู้แก่หญิงตั้งครรภ์
วิธีดำเนินการ
๑. เสนอแผนงานให้อนุกรรมการกลั่นกรอง
๒. เสนอแผนงานต่อคณะกรรมการกองทุนเพื่อขออนุมัติงบประมาณ
๓. จัดประชุมแกนนำสุขภาพ ระดมความคิดเพื่อวางแผนและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาภาวะโลหิตจางจาก
การขาดธาตุเหล็กในหญิงวัยเจริญพันธุ์ แนวทางการค้นหาหญิงตั้งครรภ์เพื่อเข้าถึงการฝากครรภ์ และการ
ดำเนินงานชุมชนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
๔. จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้แก่สตรีกลุ่มเป้าหมาย อายุ ๑๕-๔๔ ปี พร้อมตรวจคัดกรองภาวะซีด (Anemia
mobile) จำนวน ๒๐๐ คน (๕ หมู่บ้าน)
๕. ติดตามกลุ่มที่พบภาวะซีด (HCT < ๓๓ %) โดยการให้ความรู้รายบุคคล ให้ยาธาตุเหล็กหลังจาก 1เดือน
ถ้ายังพบภาวะซีด ซ้ำ ส่งพบแพทย์เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุ
๖. แกนนำสุขภาพติดตามค้นหาหญิงตั้งครรภ์ในชุมชนเพื่อเข้าสู่ระบบตามแผนการฝากครรภ์ (ครั้งแรกก่อน
๑๒ สัปดาห์)
๗. กิจกรรมการให้ความรู้แก่หญิงตั้งครรภ์ รายบุคคล/รายกลุ่ม โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
๘. กิจกรรมสร้างความเข้าใจการดำเนินงานชุมชนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดย จนท.สาธารณสุข/แกนนำสุขภาพ
๙. สรุป ประเมินผล และรายงานผลการดำเนินงาน
๑. หญิงวัยเจริญพันธุ์มีความรู้ ความเข้าใจในการเตรียมความพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง 2. ๒. หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่แต่งงานแล้วเตรียมความพร้อมที่จะตั้งครรภ์มีความรู้ในเรื่องการฝากครรภ์ครั้งแรกก่อน 3. อายุครรภ์ ๑๒ สัปดาห์ มีความรู้ ทักษะในการดูแลตนเองและทารกในครรภ์