โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้เรื่องการเดิน – วิ่ง เพื่อสุขภาพบ้านป่ากล้วย
โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้เรื่องการเดิน – วิ่ง เพื่อสุขภาพบ้านป่ากล้วย
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้เรื่องการเดิน – วิ่ง เพื่อสุขภาพบ้านป่ากล้วย | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กลุ่มแกนนำสุขภาพบ้านป่ากล้วย | |
| วันที่อนุมัติ | 1 มีนาคม 2563 | |
| ปี | 2563 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2563 - 30 กันยายน 2563 | |
| งบประมาณ | 7,950.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | ||
| พื้นที่ดำเนินการ | อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ |
การมีสุขภาพดีเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา ปัจจัยสำคัญที่มีส่วนช่วยให้ทุกคนมีสุขภาพดีคือการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การนอนหลับหรือการพักผ่อนที่เพียงพอ และการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ช่วยให้ร่างกายมีความแข็งแรง ซึ่งการออกกำลังกายสามารถทำได้หลายวิธี เช่นการเดินเร็ว การวิ่งเหยาะๆ การแกว่งแขน การใช้ไม้พองประกอบ โยคะ ลีลาศ แอโรบิค สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสม การเลือกวิธีการออกกำลังกายที่เหมะสมกับอายุและสภาพร่างกายของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ การออกกำลังกายที่ดีควรออกกำลังกายวันละประมาณ 30 นาที สัปดาห์ละ 3 วัน การเดินวิ่ง เพื่อสุขภาพเป็นการริเริ่มเพื่อให้ผู้คนหันมาใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพ ด้วยวิธีการออกกำลังกายอีกรูปแบบหนึ่ง แบบเดินเร็วทำเวลา โดยการวิ่ง เนื่องจากปัจจุบัน พบว่า ประชาชนมีภาวะเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อต่างๆ มากขึ้น เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน รวมทั้งการตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นด้วยการวัดความดันโลหิต ดังนั้น การออกกำลังกาย โดยวิธีการเดิน วิ่ง เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ลดพุง และช่วยป้องกันโรคไม่ติตต่อ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการปลุกกระแสการออกกำลังกายให้บุคคลและประชาชนทั่วไปหันมาสนใจการออกกำลังกาย เพื่อป้องกันโรคต่างๆ และสุขภาพดี
ปัจจุบันระบบสุขภาพของคนไทยที่เน้นการ "สร้าง" มากกว่าการ "ซ่อม" สุขภาพ เป็นการเน้นระบบสุขภาพเชิงรุกและการสร้าง สุขภาพเนื่องจากประชาชนป่วยด้วยโรคที่สามารถป้องกันได้เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการออกกำลังกายจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนเรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง การออกกำลังกายมีหลายวิธีตามแต่ความเหมาะสม และความต้องการของแต่ละบุคคล แต่ที่เหมาะสมที่ทุกคนสามารถปฏิบัติได้ คือการออกกำลังกายด้วยการเดิน – วิ่งช้า ๆ ซึ่งจะทำให้เป็นผลดีต่อสุขภาพ ร่างกาย และจิตใจ เราควรรู้ว่าเดินที่ไหนและควรเดินมากแค่ไหน ถึงจะได้ประโยชน์เช่นไม่ควรเดินในจุดที่ใกล้กับถนน ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ สถานที่เดินควรมีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ร้อนอบอ้าวจนเกินไป เพราะร่างกายจะเกิดการอ่อนเพลีย ไม่เดินในที่สูง ลาดชัน ลื่น ทำให้เสี่ยงต่อการหกล้มหรือได้รับอันตรายโดยปกติเราควรเดินให้ได้ในระยะ 2.5-3.5 กิโลเมตรต่อวัน หรือวันละ 10,000 ก้าว แต่หากรู้สึกว่าการนับก้าวยากเกินไปควรเดินนาน 30 นาที เป็นวิธีที่ง่ายและเริ่มเดินเพื่อออกกำลังกายจาก 3 วันต่อสัปดาห์ และเพิ่มถึง 5-6 วัน (รวมไม่น้อยกว่า 150นาทีต่อสัปดาห์) เป็นต้น แกนนำสุขภาพบ้านป่ากล้วยหมู่ที่ 2 จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อให้เกิดประโยชน์ลดภาวะความเสี่ยงด้านสุขภาพเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตแก่ประชาชนในหมู่บ้านและให้เป็นไปตามเป็นไปตามประกาศคณะอนุกรรมการการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคภายใต้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง การจัดบริการสาธารณสุขของกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ พ.ศ. 2557 ข้อ 7.1.4 การส่งเสริมการออกกำลังกายในโรงเรียน ในสถานประกอบการ และในชุมชน
- เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีและเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนรักการออกกำลังกาย
- เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ การออกกำลังกาย รูปแบบต่างๆอย่างถูกต้อง
- เพื่อเพิ่มพูนความรู้ด้านเทคนิคในการเดิน–วิ่ง ให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ
- จัดอบรมให้ความรู้เรื่อง การเดิน – วิ่ง เพื่อสุขภาพ แก่ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ
ประชาชนบ้านป่ากล้วย มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงลดภาวการณ์เสี่ยงต่อปัญหาโรคต่าง ๆ และปัญหาสุขภาพ ประชาชนบ้านป่ากล้วยได้รับความรู้ในการออกกำลังกายด้วยการเดิน–วิ่ง อย่างถูกต้องถูกวิธีและเกิดประโยชน์สูงสุด