กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการชุมชนตะปังร่วมใจร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยปิงปองเจ็ดสี ปี 2563

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการชุมชนตะปังร่วมใจร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยปิงปองเจ็ดสี ปี 2563
รหัสโครงการ 63-L2487-2-19
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ กลุ่ม อสม.ม.2 บ้านตะปัง
วันที่อนุมัติ 27 กุมภาพันธ์ 2563
ปี 2563
ระยะเวลาดำเนินโครงการ -
งบประมาณ 4,400.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางวรรณี ฉาฉ่ำ
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลศาลาใหม่ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส
ประเด็น
แผนงานความปลอดภัยทางถนน , แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

ปีงบประมาณ 2556 กระทรวงสาธารณสุขได้มีนโยบายการเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกันโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โดยใช้แนวทางการดำเนินงานที่มีชื่อว่า “ปิงปองจราจรชีวิต 7 สี” เป็นระบบการเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงของกลุ่มปกติ/เสี่ยง/ป่วย โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ในประเทศไทย:นโยบายสู่การปฏิบัติสำหรับสถานบริการสุขภาพระดับ ปฐมภูมิฉบับนี้ได้ประยุกต์จากแนวคิดการคัดกรองประชาชน อายุ 15-65 ปีขึ้นไป ตามแนวทางปิงปองจราจรชีวิต 7 สี ภายใต้ระบบการเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกัน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ในประเทศไทย : นโยบาย สู่ การปฏิบัติเพื่อส่งเสริมให้พื้นที่นำสู่การปฏิบัติจริงได้อย่างสอดคล้องเชื่อมโยงอย่างเหมาะสม สู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม โดยเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 อ. (อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์) 2 ส. (ดื่มสุรา สูบบุหรี่) ในการควบคุมป้องกันโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคสมอง โรคไตวาย โรคมะเร็ง ซึ่งมีหลักการดำเนินงาน ดังนี้ ขั้นที่หนึ่งคัดกรองประชาชน อายุ 15-65 ปีขึ้นไป และจำแนกเป็น 7 สี/7 กลุ่ม คือ กลุ่มปกติ (สีขาว) กลุ่มเสี่ยง (สีเขียวอ่อน) และกลุ่มป่วยต้องกินยาควบคุมอาการ ได้แก่ ป่วยระดับ 0 (สีเขียวเข้ม) ป่วยระดับ 1 (สีเหลือง) ป่วยระดับ 2 (สีส้ม) ป่วยระดับ 3 (สีแดง) และป่วยรุนแรงมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ตา ไต เท้า (สีดำ) ขั้นที่สองดำเนินการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 อ. (อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์) 2 ส. (สุรา สูบบุหรี่) เพื่อควบคุมป้องกันโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคสมอง โรคไตวาย โรคมะเร็ง ขั้นที่สามกระบวนการสุขศึกษาในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และสี่การติดตามประเมินผลจากระดับความสีที่ลดลงซึ่งลดความรุนแรงลง จากการคัดกรองความเสี่ยงโรคความดันโลหิตและเบาหวาน ในกลุ่มอายุ 35 ปี ขึ้นไป ในปีงบประมาณ 2562 พบกลุ่มป่วยและกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 169 คน และพบกลุ่มป่วยและกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน จำนวน 34 คน ซึ่งมีจำนวนที่เพิ่มขึ้น และส่งผลต่อการเพิ่มอัตราผู้ป่วยรายใหม่ได้ ต้องส่งเสริมให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดความตระหนักที่ยั่งยืน ทั้งในด้านอาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านอาหาร ที่ต้องส่งเสริมการบริโภค ผัก ผลไม้ ลดละเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆเช่น ลดปริมาณข้าว เลี่ยงน้ำบูดู ฯลฯ และใช้เมนูอาหารพื้นบ้าน เมนูอาหารเป็นยา เมนูชูสุขภาพ ผักสมุนไพรเพื่อสุขภาพ เพื่อการส่งเสริมและป้องกันโรค

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมและเกิดความยั่งยืนในการดูแลสุขภาพของคนในชุมชนด้วยกันเอง
  2. เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่เกิดความตระหนัก ในการตรวจสุขภาพ เฝ้าระวังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องเหมาะสมด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่อง
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. กิจกรรมการคัดกรองตรวจสุขภาพกลุ่มเสี่ยง
วิธีดำเนินการ

ขั้นที่ 1 เตรียมการก่อนดำเนินงานตามโครงการ
1. สำรวจกลุ่มเป้าหมายให้เป็นปัจจุบัน
2. จัดทำโครงการและแผนปฏิบัติการเพื่อเสนออนุมัติ
3. จัดทำแผนกำหนดวันออกปฏิบัติการเยี่ยมติดตามโดยทีม อสม.และหมอครอบครัว
ขั้นที่ 2 ดำเนินการตามโครงการ
4. จัดกิจกรรมการคัดกรองตรวจสุขภาพกลุ่มเสี่ยง แล้วประเมินเป็นสี สีเขียวอ่อน สีเขียวเข้ม สีเหลือง สีส้ม สีแดง และสีดำ เพื่อคืนข้อมูลความเสี่ยงเป็นสีๆ ให้แต่ละคนได้ทราบ แล้วติดตามอย่างน้อยทุกๆ 1-3 เดือน ในการตรวจสุขภาพ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพด้วยตนเอง ผ่านกระบวนการของปิงปอง 7 สี ตรวจสุขภาพ : ตรวจความดันโลหิต (BP) ทุกๆ 1 เดือน และตรวจน้ำตาลในเลือด (FBS) ทุกๆ 3 เดือน
5. เยี่ยมบ้านติดตามผู้ป่วยตามแผนโดยทีม อสม.และหมอครอบครัว
ขั้นที่ 3 สรุปผลและวิเคราะห์ข้อมูล
6. ประเมินผลและสรุปผลการดำเนินงานโครงการฯ รายงานแก่ผู้บังคับบัญชา และแจ้งหนังสือผลการตรวจแก่กลุ่มเป้าหมาย

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ประชาชนตระหนักและใส่ใจในการดูแลสุขภาพตนเอง ครอบครัว และชุมชน สามารถพึ่งพาตนเองได้โดยมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพหรือวิถีชีวิตที่ก่อหรือเสริมการเป็นโรคได้ถูกต้องเหมาะสม
  2. อัตราการป่วย/ตายด้วยโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน/อัมพฤกษ์ อัมพาตลดลง
  3. อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวานลดลง