โครงการเด็กนักเรียน ร่วมด้วยช่วยกัน ห่างไกลฟันผุ
โครงการเด็กนักเรียน ร่วมด้วยช่วยกัน ห่างไกลฟันผุ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเด็กนักเรียน ร่วมด้วยช่วยกัน ห่างไกลฟันผุ | |
| รหัสโครงการ | 63-L2529-1-13 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านไอร์แยง | |
| วันที่อนุมัติ | 14 กรกฎาคม 2563 | |
| ปี | 2563 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | - | |
| งบประมาณ | 20,400.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายอิสมะแอ ตาเละ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลศรีสาคร อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส |
ปัจจุบันปัญหาด้านทันตสุขภาพเป็นอีกปัญหาที่สำคัญที่พบมากในเด็กนักเรียนประถมศึกษา ซึ่งจะมีผลเสียโดยตรงต่อสุขภาพช่องปากของเด็กแล้วยังมีผลกระทบต่อการเรียนและพัฒนาการของเด็ก ซึ่งในยุคปัจจุบันเด็กมีการบริโภคขนมคบเคี้ยวกันอย่างแพร่หลายขนมแต่ละชนิดมีส่วนผสมของน้ำตาลในปริมาณมาก โดยเฉพาะลูกกวาด ลูกอม ซึ่งมีสีสันสวยงาม ทำให้เด็กชอบซื้อมากินอยู่เสมอ หากนักเรียนกินลูกอม และขนมขบเคี้ยวแล้วไม่รักษาดูแลสุขภาพในช่องปาก ไม่มีการแปรงฟันที่ถูกวิธีอาจส่งผลทำให้สุขภาพในช่องปากเสีย ฟันผุ เป็นต้น โรคในช่องปากเป็นโรคที่สามารถป้องกันและรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเริ่มต้นส่งเสริมตั้งแต่วัยเด็กการฝึกฝนให้เด็กมีทันตสุขนิสัยที่ดี และการส่งเสริมและป้องกัน จากการตรวจสุขภาพช่องปากเด็กนักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาในปี ๒๕๖๒ จำนวน ๑๐๐ คนพบว่าเด็กมีฟันผุมากขึ้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านไอร์แยง จึงได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงจัดทำโครงการนี้ขึ้น ในเด็กนักเรียนประถมศึกษา เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพในช่องปาก
- ๑. เพื่อให้เด็กนักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปาก ๒. เพื่อให้เด็กนักเรียนมีทักษะในการแปรงฟันที่ถูกวิธี ๓. เพื่อให้เด็กนักเรียนสามารถคัดกรองและตรวจฟันเบื้องต้นได้
๑. ประชุมชี้แจงและวางแผนโครงการกับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง
๒. เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพของเด็กหนักเรียนกลุ่มเป้าหมายจัดทำแผนงานเสนอที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลศรีสาคร อำเภอศรีสาครจังหวัดนราธิวาส เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนฯ
๔. จัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติโครงการฯ
๕. ผู้รับผิดชอบโครงการชี้แจงแผนการดำเนินงานแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อเสนอข้อมูลและปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากในเด็กนักเรียน
๖. ประสานงานกับองค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
๑. เด็กนักเรียนมีความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากมากขึ้น
๒. เด็กนักเรียนมีทักษะการแปรงฟันที่ถูกวิธี
๓. เด็กนักเรียนสามารถตรวจฟันเบื้องต้นได้