โครงการหนูน้อยฟันสวย
โครงการหนูน้อยฟันสวย
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการหนูน้อยฟันสวย | |
| รหัสโครงการ | 64-L3326-03-01 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านกองเกวียน | |
| วันที่อนุมัติ | 28 ธันวาคม 2563 | |
| ปี | 2564 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มกราคม 2564 - 1 กันยายน 2564 | |
| งบประมาณ | 10,661.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางลำยวน บัวทอง | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลแหลมโตนด อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง |
โรคฟันผุเป็นปัญหาที่พบมากในเด็กก่อนประถมศึกษา และเด็กวัยประถมศึกษา เนื่องจากอยู่ในช่วงที่มีฟันแท้ขึ้นในปาก จึงต้องมีการดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดโรค ซึ่งการแปรงฟันอย่างถูกวิธีหลังรับประทานอาหารกลางวัน จะเป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับนักเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเป็นการยกระดับอนามัยส่วนบุคคลและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของนักเรียนให้เหมาะสม และยับยั้งการเกิดโรคอันจะนำไปสู่การมีทัตนสุขภาพในช่องปากที่ดี อีกทั้งการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อในเด็กก็นับว่ามีความสำคัญไม่น้อย ผู้ปกครองควรมีความรู้ความเข้าใจและส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้แก่บุตรหลานได้อย่างถูกต้องเพื่อให้บุตรหลานมีพัฒนาการทางด้านร่างกายอารมณ์สังคมและสติปัญญาได้อย่างเหมาะสม
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านกองเกวียน ได้ตะหนักถึงความสำคัญของการป้องกันโรคในช่องปากจึงได้จัดทำโครงการหนูน้อยฟันสวยขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะสนับสนุนให้เด็กก่อนวัยเรียน ได้รับการดูแลทันตสุขภาพอย่างเหมาะสมโดยมุ่งเน้นบริการส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพที่มีคุณภาพและครอบคลุม และพัฒนาศักยภาพของเด็ก ในการดูแลช่องปากของตนเองให้สะอาดอยู่เสมอ
- เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการป้องกันโรคในช่องปากของเด็ก
- เพื่อให้เด็กได้แปรงฟันหลังรับประทานอาหารกลางวัน
- เพื่อส่งเสริมให้ครู ผู้ปกครองมีความรู้และป้องกันโรคในช่องปากของเด็ก
- เพื่อพัฒนาภาคีเครือข่ายและรูปแบบการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปาก
- 1.ประสานเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแหลมโตนด เพื่อตรวจสุขภาพปากและฟันและเคลือบฟลูออไรด์ให้แก่เด็ก
- 2.จัดอบรมให้ความรู้แก่เด็ก ผู้ปกครอง และครู
- จัดกิจกรรมส่งเสริมแปรงฟันหลังรับประทานอาหารกลางวัน และมอบแปรงสีฟัน/ยาสีฟันให้เด็ก
- ประเมินผลโครงการ
- จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการดูแลรักษาสุขภาพช่องปาก
1.เด็กได้รับบริการตรวจสุขภาพปากและฟัน เคลือบฟลูออไรด์จากทันตแพทย์
2.เด็กมีพฤติกรรมชอบแปรงฟันและฟันผุในเด็กลดลง
3.ครูและผู้ปกครองมีความรู้และป้องกันโรคในช่องปากของเด็ก
4.ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากเด็กมากขึ้น