โครงการพัฒนาศักยภาพ ร่วมมือ ร่วมใจ ลด ละ เลิก ยาสูบ บุหรี่ สุรา และสารเสพติด เพื่อชุมชนสุขภาพดี มีสุข ปี 2564
โครงการพัฒนาศักยภาพ ร่วมมือ ร่วมใจ ลด ละ เลิก ยาสูบ บุหรี่ สุรา และสารเสพติด เพื่อชุมชนสุขภาพดี มีสุข ปี 2564
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการพัฒนาศักยภาพ ร่วมมือ ร่วมใจ ลด ละ เลิก ยาสูบ บุหรี่ สุรา และสารเสพติด เพื่อชุมชนสุขภาพดี มีสุข ปี 2564 | |
| รหัสโครงการ | 64-L8406-01-09 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลควนโดน | |
| วันที่อนุมัติ | 22 เมษายน 2564 | |
| ปี | 2564 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 15 มีนาคม 2564 - 30 กันยายน 2564 | |
| งบประมาณ | 13,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายซอหมาด บาหลัง | |
| พื้นที่ดำเนินการ | จังหวัดสตูล |
บุหรี่เป็นสาเหตุการตายที่สำคัญทางประชากรโลก องค์การอนามัยโลกรายงานว่าประชากรโลกเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ ปีละ 4 ล้านคน บุหรี่เป็นสาเหตุการตายของโรคมะเร็งปอด โรคหลอดเลือดและหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง และเส้นโลหิตในสมองแตกหรือตีบ ในประเทศไทยบุหรี่เป็นสาเหตุการตายของคนไทยปีละ 42,000 คน เฉลี่ยวันละ 115 คน (มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ,2544) บุหรี่นอกจากจะทำลายสุขภาพแล้ว ยังทำให้ประชาชนสูญเสียรายได้ แม้มีการรณรงค์เรื่องการเลิกสูบบุหรี่ที่ทำให้คนไทยตื่นตัว เห็นถึงอันตรายของการสูบบุหรี่กับสุขภาพ แต่ก็พบว่าจำนวนผู้สูบบุหรี่มีมากขึ้น จากการสำรวจปี 2542 พบว่ามีผู้สูบบุหรี่ 10.2 ล้านคน หรือร้อยละ 20 (มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ,2544) และพบว่ามีผู้สูบบุหรี่เพิ่มขึ้นมาเป็น 11.3 ล้านคน หรือร้อยละ 23 ของประชากรไทย (สำนักงานสถิติแห่งชาติ ,2547) ปัญหาการสูบบุหรี่ในประเทศไทยทวีความรุนแรง โดยเฉพาะอายุของนักสูบหน้าใหม่ที่ลดน้อยลงและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งการสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม อย่างกว้างขวาง และเป็นสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ทำให้รัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเป็นจำนวนมากจากข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการดื่มสุราของประชากร พ.ศ.2557 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ประเทศไทยมีผู้สูบบุหรี่จำนวน 11.4 ล้านคนอัตราการสูบบุหรี่ในประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปร้อยละ 20.7 ต่อประชากรพันคนอยู่ในกลุ่มอายุ 25 - 59 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มวัยทำงานมากที่สุดร้อยละ 23.5 รองลงมาคือกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 16.6และกลุ่มอายุ 15 - 24 ปีร้อยละ 14.7 ตามลำดับ เป็นผู้ชายร้อยละ 40.5 และผู้หญิงร้อยละ 2.2 โดยสูบบุหรี่จากโรงงานอย่างเดียวมากที่สุด 5.3 ล้านคน รองลงมาคือบุหรี่มวนเอง 4.2 ล้านคน และทั้งบุหรี่โรงงาน/บุหรี่มวนเอง 1.9 ล้านคนและมีคนไทยได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้านร้อยละ 28.1 มีนักสูบหน้าใหม่เกิดขึ้นราว 2 - 3 แสนคนต่อปีคนไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ปีละประมาณ 52,000 คน เฉลี่ยวันละ 142 คน ชั่วโมงละ 6 คนและเสียชีวิตจากโรคที่เกิดจากบุหรี่ร้อยละ 12 ของการตายทั้งหมดผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสตายด้วยโรคมะเร็งมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ 20 เท่า ที่สำคัญ 1 ใน 4 เป็นเด็กเล็กที่ตายเพราะได้รับควันบุหรี่มือสองหากการควบคุมการบริโภคยาสูบไม่เข้มแข็งจะมีการตายด้วยโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ถึง 8 ล้านคนใน 20 ปีข้างหน้า การรณรงค์เพื่อป้องกันและลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ รวมทั้งการช่วยเหลือสนับสนุนให้ผู้สูบบุหรี่เลิกสูบบุหรี่ได้สำเร็จ จึงเป็นเป้าหมายหลัก ที่จะช่วยลดอัตราความเจ็บป่วย และการตายจากโรคที่มีสาเหตุจากการสูบบุหรี่ การเลิกสูบบุหรี่เป็นสิ่งที่บุคคลต้องใช้ความพยายาม และความตั้งใจ ต้องอาศัยการสนับสนุนจากบุคลากรสุขภาพเพื่อช่วยเลิกบุหรี่ได้สำเร็จ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลควนโดน จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการป้องกันและควบคุมโรคจากบุหรี่ จึงผลักดันให้เกิดความร่วมมือ ทีมหมอครอบครัวระดับตำบลและชุมชน ภายในตำบลควนโดน อำเภอควนโดน ภายใต้แผนงานป้องกัน ควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป้าหมาย คือ การลดปัจจัยเสี่ยงและลดโรควิถีชีวิตในประชาชน กลวิธีสำคัญคือ กลุ่มเสี่ยง จะเน้นให้คำปรึกษา ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเรื่องการสูบบุหรี่เพื่อป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อ ป้องกันไม่ให้ป่วย และติดตามเป็นระยะๆ การส่งเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง สามารถจัดการปัญหาสุขภาพของตนเองได้ และเชื่อว่าจะสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค ลดนักสูบรายใหม่ สร้างสังคมปลอดควัน ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนไปจนถึง ลดการเสียชีวิต และการสูญเสียทางเศรษฐกิจลงได้
- 1. พัฒนาการมีส่วนร่วมและศักยภาพของท้องถิ่นในการพัฒนากระบวนการควบคุมการสูบบุหรี่และการดื่มสุราในชุมชน
- 2. สร้างสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการสูบบุหรี่ในชุมชน
- 3.ลดจำนวนผู้สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชน และได้บุคคลต้นแบบในการเลิกบุหรี่ ของแต่ละหมู่บ้าน
- 1. พัฒนาการมีส่วนร่วมและศักยภาพในการพัฒนากระบวนการควบคุมการสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชนโดยชุมชน
- 2. สร้างสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการสูบบุหรี่/การจัดสถานที่สาธารณะปลอดบุหรี่
- 3.ลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ในชุมชน และได้บุคคลต้นแบบในการเลิกบุหรี่
1.มีการพัฒนา การมีส่วนร่วมและศักยภาพของท้องถิ่นในการพัฒนากระบวนการควบคุมการสูบบุหรี่และการดื่มสุราในชุมชน 2.มีการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการสูบบุหรี่ในชุมชน 3.มีการลดจำนวนผู้สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชน และได้บุคคลต้นแบบในการเลิกบุหรี่ ของแต่ละหมู่บ้าน