โครงการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) เทศบาลตำบลฉลุง
โครงการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) เทศบาลตำบลฉลุง
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) เทศบาลตำบลฉลุง | |
| รหัสโครงการ | 64-L7580-5-01 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลฉลุง | |
| วันที่อนุมัติ | 7 มกราคม 2564 | |
| ปี | 2564 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 10 มกราคม 2564 - 30 กันยายน 2564 | |
| งบประมาณ | 100,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางศุภัศร์มา ยี่สุ่นศรี | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลฉลุง อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล |
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)
เชื้อไวรัสโคโรน่า (CoVs) เป็นไวรัสชนิดอาร์เอ็นเอสายเดี่ยว (single stranded RNA virus) ใน Family Coronaviridae มีรายงานการพบเชื้อมาตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1965 โดยสามารถติดเชื้อได้ทั้งในคนและสัตว์ เช่น หนู ไก่ วัว ควาย สุนัข แมว กระต่าย และสุกร ประกอบด้วยชนิดย่อยหลายชนิดและทำให้มีอาการแสดงในระบบต่างๆ เช่น ระบบทางเดินหายใจ (รวมถึงโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือซาร์ส; SARS CoV) ระบบทางเดินอาหาร ระบบประสาท หรือระบบอื่นๆ พบได้ทั่วโลก การติดเชื้อโคโรนาไวรัสอาจทำให้เกิดอาการในระบบทางเดินหายใจส่วนบนได้ถึงร้อยละ 35 และสัดส่วนของโรคไข้หวัดที่เกิดจากเชื้อโคโรนาไวรัสอาจสูงถึงร้อยละ 15 โดยพบเริ่มจากประเทศจีนแล้วแพร่กระจายไปทั่วโลก การติดเชื้อไวรัสโคโรน่าในระบบทางเดินหายใจ (Respiratory Coronaviruses) อาจทำให้เกิดอาการไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ มีน้ำมูก เจ็บคอ ไอ โดยในทารกที่มีอาการรุนแรง อาจมีลักษณะของปอดอักเสบ (Pneumonia) หรือ หลอดลมฝอยอักเสบ (Bronchiolitis) ในเด็กโตอาจมีอาการของหอบหืด(Asthma) ส่วนในผู้ใหญ่ อาจพบลักษณะปอดอักเสบ (Pneumonia) หลอดลมอักเสบเรื้อรัง (Chronic bronchitis) หรือการกลับเป็นซ้ำของโรคหอบหืดได้ และอาจทำให้เกิดอาการรุนแรงได้มากในผู้สูงอายุหรือผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง โดยพบการติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการได้ในทุกอายุ และหากแสดงอาการมักพบร่วมกับการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจอื่นๆ เช่น Rhinovirus, Adenovirus หรือเชื้ออื่นๆ การติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome; SAR CoV) จะพบมีอาการไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หรืออาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ แล้วมีอาการไอ และ
หอบเหนื่อยอย่างรวดเร็ว ซึ่งอัตราตายจะสูงขึ้นในผู้ป่วยสูงอายุ หรือมีโรคประจำตัว การติดเชื้อโคโรน่าไวรัสในระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal Coronaviruses) มักพบบ่อยในเด็กแรกเกิด และทารกอายุน้อยกว่า 1 ปี หรืออาจพบในผู้ใหญ่ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง โดยพบเชื้อได้แม้ผู้ป่วยไม่แสดงอาการ และไม่มีฤดูกาลการเกิดโรคที่แน่นอน วิธีการแพร่โรค : แพร่กระจายเชื้อจากการสัมผัส (Contact) กับสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ หรือแพร่กระจายเชื้อจากฝอยละอองน้ำมูก น้ำลาย (Droplet) จากผู้ป่วยที่มีเชื้อโดยการ ไอ หรือจาม
สำหรับรายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19)ในประเทศไทย เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2564 พบว่าผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อในประเทศ 152 ราย ติดเชื้อในแรงงานต่างด้าว (คัดกรองเชิงรุก) 577 ราย สถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 16 ราย รักษาหายเพิ่มขึ้น 38 ราย กลับบ้านแล้ว 4,352 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ศพ ยอดผู้เสียชีวิตรวม 65 ศพ ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 8,439 ราย นับเป็นรายที่ 7,695 - 8,439 ประเทศไทย เป็นอันดับที่ 134 ของโลก โดยมีพื้นที่ควบคุมสูงสุด 28 จังหวัด พื้นที่ควบคุม 11 จังหวัด และพื้นที่เฝ้าระวังสูง 38 จังหวัด จังหวัดสตูลอยู่ในกลุ่มพื้นที่เฝ้าระวังสูงสุด เนื่องจากมีผู้ป่วยติดเชื้อฯ จำนวน 2 ราย และมีไทม์ไลน์ในการสัมผัสผู้คนในพื้นที่
กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลฉลุง อ.เมือง จ.สตูล มีความตระหนักและเล็งเห็นถึงการสูญเสียที่เกิดจากการระบาดของโรคโคโรนา 2019 (COVID 19) เป็นอย่างมากเนื่องจากเขตเทศบาลตำบลฉลุง เป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่ง ศูนย์กลางการศึกษา และเป็นศูนย์กลางของการจับจ่าย เป็นย่านเศรษฐกิจ จึงต้องมีการเร่งรัดดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกันอย่างเร่งด่วนเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดในพื้นที่ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลฉลุง จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) เทศบาลตำบลฉลุงขึ้น เพื่อเฝ้าระวังคัดกรองในพื้นที่ชุมชนและสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูง และสร้างเครือข่ายเพิ่มช่องทางแจ้งเบาะแสการเข้าออกชุมชนจากผู้ที่มาจากพื้นที่เสี่ยงอย่างทันท่วงที และเพื่อป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าฯในพื้นที่ อนึ่งการดำเนินงานดังกล่าว จะส่งผลให้การดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคในเขตเทศบาลตำบลฉลุง มีความเข้มแข็ง และไม่เกิดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) ในพื้นที่อย่างยั่งยืน
- ข้อที่ 1 เพื่อให้ประชาชน มีความรู้ ความเข้าใจและมีความตระหนักถึงอันตรายของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19)
- ข้อที่ 2 เพื่อให้มีวัสดุอุปกรณ์ ครุภัณฑ์ในการปฏิบัติงานที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพ
- ข้อที่ 3 เพื่อไม่ให้มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19)ในพื้นที่
- 1. 1. กิจกรรมเฝ้าระวังเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) -จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการปฏิบัติงานเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19)
- 2. กิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ เพื่อให้ประชาชนมีความตระหนักถึงอันตรายของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) - ประชาสัมพันธ์ผ่านป้ายประชาสัมพันธ์ - ประชาสัมพันธ์ผ่านรถแห่ - ประชาสัมพันธ์ผ่านอาสาสมัครสาธารณสุขในพื้นที่
- 3. กิจกรรมเฝ้าระวังคัดกรองในพื้นที่ชุมชนและสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูง -ตั้งจุดคิดกรองการเข้าออกพื้นที่
- 4.กิจกรรมรณรงค์การป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค โดยการคัดแยกขยะ การทิ้งและกำจัดขยะติดเชื้อ
วิธีดำเนินการ (ออกแบบให้ละเอียด) 1. รณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนและอาสาสมัครสาธารณสุขเรื่องโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID19) 2. เฝ้าระวังคัดกรองในพื้นที่ชุมชนและสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูง 3. จัดหาวัสดุอุปกรณ์ครุภัณฑ์ในการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID19) 4. สร้างช่องทางการแจ้งเบาะแสการเข้าออกชุมชนจากผู้ที่มาจากพื้นที่เสี่ยงให้มีความทันท่วงที 5. สรุปผลการดำเนินงาน
- ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจและมีความตระหนักถึงอันตรายของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19)
2. มีวัสดุอุปกรณ์ ครุภัณฑ์ในการปฏิบัติงานที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพ
3. สามารถป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19)ได้ทันท่วงที ไม่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อฯในพื้นที่ 4. ไม่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19)ในพื้นที่