ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติเปิดเผยผลการสำรวจการอ่านของประชากร 2562 นิยามการอ่าน ให้รวมการอ่านข้อความในสื่อสังคมออนไลน์/เอสเอ็มเอส/อีเมลด้วย พบว่า เด็กเล็ก (อายุต่ำกว่า 6 ปี) ที่อ่านมีประมาณ 2.7 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 61.2 เด็กผู้หญิงมีอัตราการอ่านสูงกว่าเด็กผู้ชายเล็กน้อย (ร้อยละ 63.0 และ 59.5 ตามลำดับ) เมื่อเปรียบเทียบกับการสำรวจที่ผ่านมา พบว่า อัตราการอ่านของเด็กเล็กในปี 2558 มีร้อยละ 60.2 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็นร้อยละ 61.2 ในปี 2561 โดยเด็กหญิงมีอัตราการอ่านเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนเด็กชายมีอัตราการอ่านที่คงที่ได้
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกกจำปา ตำบลโป่ง เห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมการอ่านหนังสือ อีกทั้ง อำเภอด่านซ้ายโดยการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ ได้ดำเนินการในประเด็นการตรวจและกระตุ้นพัฒนาการเด็ก จึงได้ดำเนินโครงการหนังสือสื่อรักครอบครัวสร้างพัฒนาการกระตุ้นการเรียนรู้เด็กปฐมวัยภายในสถานบริการขึ้น เพื่อใช้หนังสือเป็นสื่อกลางในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยตลอดจนความสัมพันธ์ภายในครอบครัว และจากการทำวิจัยของมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็กและสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา พบว่า ตั้งแต่ขวบปีแรกของชีวิตที่เด็กได้ฟังพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูอ่านหนังสือให้ฟังทุกวัน วันละ 5-15 นาที ผลการดำเนินงานโครงการสอดคล้องกับการยืนยันของแพทย์ นักสาธารณสุข นักพัฒนาการเด็ก นักการศึกษา ว่าเกิดประโยชน์กับลูกแน่ ดังนั้น การใช้หนังสือเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเด็กนั้นสามารถทำได้ แม้เด็กจะยังอ่านหนังสือไม่ออก แต่ช่วงเวลาที่เด็กสนอกสนใจจดจ่ออยู่กับการเปิดหนังสือ เพื่อค้นหาและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่แตกต่างจากสิ่งที่เห็นอยู่รอบตัวทุกวันนั้น ถือเป็นช่วงเวลาทองที่พ่อแม่ใช้เป็นช่วงเวลาในการต่อยอดความคิดที่ดีงาม รวมถึงการบ่มเพราะศีลธรรมพื้นฐานกับ เด็กได้เป็นอย่างดีการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาวะ (Well-being) ทั้งมิติทางกาย ใจ สังคม และปัญญา (จิตวิญญาณ) และมิติของคน ครอบครัว และสังคมมากขึ้น โดยเริ่มจากวัยต้นของชีวิต คือ เด็กปฐมวัยซึ่งเป็นวัยที่มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นวัยที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และเป็นวัยที่เริ่มต้นการรับรู้และรับรู้เพื่อเป็นพื้นฐานของช่วงวัยต่อไป ปัญหาในการดำเนินส่งเสริมสุขภาพเด็กปฐมวัย พบว่า เด็กยังประสบปัญหาภาวะทุพโภชนาการเป็นจำนวนมาก จากรายงานการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการเด็ก 0-6 ปี ปี พ.ศ.2560-2561 พบว่า เด็กมีปัญหาภาวะทุพโภชนาการร้อยละ 5.84 , 5.29 , 5.60 และ 4.92 ตามลำดับ อย่างไรก็ตามแม้จากรายงานขนาดของปัญหาจะลดลง แต่ก็ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ ระดับภาคและเป้าหมายแผนสาธารณสุขฉบับที่ 10 ที่กำหนดไว้ว่า ภาวะทุพโภชนาการในเด็กอายุ 0-6 ปี ไม่เกินร้อยละ 7 ซึ่งพัฒนาการทางด้านร่างกายนี้อาจส่งผลต่อพัฒนาการทางด้านสติปัญญา อารมณ์ จิตใจ และสังคมของเด็กตามมา
จากการประเมินผลการเฝ้าระวังทางภาวะโภชนาการเด็ก (0-6 ปี) ในพื้นที่รับผิดชอบของตำบลโป่ง งวดที่ 1 (ตุลาคม 62 – ธันวาคม 62) พบว่าเด็กก่อนวัยเรียน มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ร้อยละ 10 มาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้มีไม่เกินร้อยละ 7 ซึ่งเด็กในวัยดังกล่าวกำลังมีการเจริญ เติบโตของสมอง สารอาหารโปรตีนมีความสำคัญต่อการพัฒนาด้านสมอง หากไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา จะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสติปัญญาของเด็ก ซึ่งจะเป็นกำลังของประเทศชาติในอนาคต สาเหตุของปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดความรู้ด้านโภชนศึกษาของผู้ปกครอง เป็นผลให้เด็ก 0-6 ปี ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนและมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ในการดำเนินการที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้มีการติดตามเยี่ยมผู้ปกครอง แต่การเรียนรู้อย่างเป็นระบบ เป็นเรื่องที่ยังมีความจำเป็น
เพื่อเป็นการลดปัญหาภาวะทุพโภชนาการในเด็ก 0-6 ปี ในเขตรับผิดชอบ ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกกจำปา จึงจัดทำโครงการส่งเสริมเฝ้าระวังโภชนาการในเด็กตำบลโป่งขึ้น เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่น