แผนงานป้องกัน แก้ปัญหา และฟื้นฟู ในสถานการณ์โควิด-19 ปี 2565 กองทุนสุขภาพตำบล อบต.บ้านกลาง
อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี
ประจำปีงบประมาณ 2565
| ชื่อแผนงาน | แผนงานป้องกัน แก้ปัญหา และฟื้นฟู ในสถานการณ์โควิด-19 ปี 2565 กองทุนสุขภาพตำบล อบต.บ้านกลาง |
| ประเด็นแผนงาน | แผนงานป้องกัน แก้ปัญหา และฟื้นฟู ในสถานการณ์โควิด-19 |
| องค์กร | กองทุนสุขภาพตำบล อบต.บ้านกลาง |
| ปีงบประมาณ | 2565 |
| สถานการณ์ปัญหา | แบบสอบถาม navigate_before 2564 navigate_next | ขนาดปัญหา | |
|---|---|---|---|
| 1 | ร้อยละของคนในชุมชนที่มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องโควิด-19 จนสามารถปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโควิด-19 เช่น การล้างมือ การสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า การเว้นระยะห่างทางสังคม กินร้อน ช้อนส่วนตัว ไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน ได้ถูกต้อง
|
2.00 | |
| 2 | ร้อยละความครอบคลุมในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในชุมชน
|
2.00 | |
| 3 | ร้อยละของคนในชุมชนที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอในช่วงโควิด-19
|
2.00 | |
| 4 | ร้อยละของสถานที่ในชุมชน (ตลาด ศาสนสถาน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียน สนามกีฬา และสถานที่ทำงาน) ที่ใช้มาตรการป้องกันโควิด-19
|
||
| 5 | ร้อยละของคนที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโควิด-19 ที่ได้รับการดูแล ป้องกัน เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหอบหืดและระบบทางเดินหายใจ)
|
1.00 |
โรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งยอมาจาก “Coronavirus disease 2019”
เป็นตระกูลเดียวกับโรคซาร์ส ที่ระบาดเมือปี 2545 ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจอักเสบเสียบพลันปอดอักเสบและมีภาวะแทรกซ้อน พบแหล่งกำเนิดจากเมืองอู่ฮั่น มลฑลหูเป่ย ประเทศจีน จากที่มีผู้ป่วยมีอาการคล้ายปอดอักเสบและไข้หวัดใหญ่เป็นจำนวนมาก จึงมีการเก็บตัวอย่างของคนไข้เหล่านี้ไปถอดรหัสพันธุกรรมและได้ว่าเป็นเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ 7 ที่ถูกค้นพบ เป็นตระกูลเดียวกับโรคซาร์ส (SARS) และเมอร์ส (MERS)
ตามที่รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ในปีที่ผ่านมาตั้งแต่ 26 มีนาคม 2563 และตามมติคณะรัฐมนตรีได้ขยาย ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ออกไปถึง 30 กันยายน 2564 และในปี 2564 เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2564 เว็ปไซด์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19) ที่ 11/2564 เรื่องพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและพื้นที่ควบคุมตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ประกาศระบุว่า ตามที่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นคราวที่ 13 จนถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564 นั้นสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึง 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดถึง 29 จังหวัดเนื่องจากมีการติดเชื้อแบบกลุ่มใหม่ๆ ในระบบในการระบาดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ระบบสาธารณสุข ที่ให้บริการรักษาเข้าสู่สภาวะวิกฤตในการให้การดูแลผู้ป่วยทั้งขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็นบุคลากรและสถานที่ ที่ให้การรักษามีอัตราครองเตียงสูงมากยิ่งขึ้นมีผลกระทบขยายวงกว้างไปยังทุกจังหวัดในประเทศ ซึ่งจังหวัดปัตตานีอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดด้วยอีกทั้งยังมีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น ถ้าเป็นการร่วมมือหยุดการแพร่ระบาดเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาเชิงรุกและป้องกันไม่ให้เกิด ผู้ติดเชื้อรายใหม่ซึ่งมาจากการปฏิบัติตนไม่ถูกต้องของบุคคลทั่วไปและผู้ที่มีสุขภาพอ่อนแอ โดยมีภาวะ โรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงสูงใน 7 กลุ่มโรค เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง และโรคทางเดินหายใจ กลุ่มผู้สูงอายุ เด็กหญิงตั้งครรภ์และผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่แพร่ระบาดเสี่ยงสูง หรือผู้สัมพันธ์โดยตรงกับผู้ป่วย ตามนิยามผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อสูง ของกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข จึงต้องกำหนดมาตรการควบคุมป้องกันตามหลัก New Nomol และ DMHTT อย่างเข้มงวดเพียงพอต่อการควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกลาง ได้มีความร่วมมือกับหน่วยบริการในพื้นที่โดยมีความพร้อมในการค้นหาผู้มีภาวะเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เชิงรุก การตรวจ ATK ขั้นต้นด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาและการรักษาผู้ป่วยได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งการใช้ ATK ในการทดลองเป็นที่ยอมรับว่าได้ผลดีและรวดเร็วโดยดำเนินการตามมาตรฐานของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดแนวทางในการตรวจและควบคุมโรคนี้ในการนี้รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาองค์การเภสัชกรรมร่วมกันจัดหาชุด ATK เพื่อให้หน่วยงานสาธารณสุขนำไปให้ประชาชนในการตรวจคัดกรองตนเองและตรวจเชิงรุกเพิ่มมากขึ้นแต่ยังอยู่ในช่วงการจัดหาและจัดระบบกระจายซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาอีกพอสมควรซึ่งไม่ทันต่อการระงับยับยั้งตามสถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่ควบคุมส่งเสริมและเข้มงวด ดังนั้น เพื่อเป็นการดำเนินการเชิงรุกในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 ให้ทันต่อสถานการณ์ตามบทบาทหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลมีหน้าที่ในการป้องกันและควบคุมและระงับโรคติดต่อประกอบกับหนังสือซักซ้อมแนวทางการดำเนินการและการใช้งบประมาณในการดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ มท.0808.2/ว4116 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2564
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกลาง จึงได้เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าวในข้างต้น จึงได้จัดทำโครงการผู้ที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ขึ้น
| วัตถุประสงค์ | ตัวชี้วัด | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|---|
| 1 | เพื่อเพิ่มให้คนในชุมชนที่มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องโควิด-19 จนสามารถปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโควิด-19 ได้ถูกต้อง | ร้อยละของที่มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องโควิด-19 จนสามารถปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโควิด-19 ได้ถูกต้อง |
1.00 | |
| 2 | เพื่อเพิ่มความครอบคลุมในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในชุมชน | ร้อยละความครอบคลุมในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในชุมชน |
1.00 | |
| 3 | เพื่อให้คนในชุมชนที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอในช่วงโควิด-19 เพิ่มขึ้น | ร้อยละของคนในชุมชนที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอในช่วงโควิด-19 |
1.00 | |
| 4 | เพื่อให้สถานที่ในชุมชนที่ใช้มาตรการป้องกันโควิด-19 มีเพิ่มขึ้น | ร้อยละของสถานที่ในชุมชนที่ใช้มาตรการป้องกันโควิด-19 |
||
| 5 | เพิ่มการดูแล ป้องกัน คนที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโควิด-19 เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหอบหืดและระบบทางเดินหายใจ) | ร้อยละของคนที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโควิด-19 ที่ได้รับการดูแล ป้องกัน เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหอบหืดและระบบทางเดินหายใจ) |
1.00 |
| แนวทาง | วิธีการสำคัญ | |
|---|---|---|
| 1 | ระยะที่ 1 การป้องกันการระบาดของโควิด-19 |
|
| 2 | ระยะที่ 2 การแก้ปัญหาการระบาดของโควิด-19 |
|
| 3 | ระยะที่ 3 การฟื้นฟูและเยียวยาภายหลังการระบาดของโควิด-19 |
|
| ชื่อโครงการย่อย | ประเภท | ผู้รับผิดชอบ | งบประมาณที่ตั้งไว้ (บาท) | ||
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | โครงการคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19) | ประเภท 5 สนับสนุนกรณีเกิดโรคระบาดหรือภัยพิบัติ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกลาง | 85,240.00 | |
| 2 | โครงการคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19) | ประเภท 5 สนับสนุนกรณีเกิดโรคระบาดหรือภัยพิบัติ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบางมะรวด | 104,865.00 | |
| 3 | โครงการคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19) | ประเภท 5 สนับสนุนกรณีเกิดโรคระบาดหรือภัยพิบัติ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านศาลาหยุดพระ | 84,595.00 |
| ปีงบประมาณ | ชื่อพัฒนาโครงการ | ประเภท | องค์กรรับผิดชอบ | งบประมาณ (บาท) | ||
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2565 | โครงการ "ให้ความรู้การป้องกันโรคระบาดและการจัดกิจกรรมคัดกรอง ผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา (COVID-19) ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ด้วยชุดตรวจ ATK :Antigen Test Kit ประจำปีงบประมาณ 2565" | ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านบางมะรวด ตำบลบ้านกลาง | 23,440.00 | ||
| รวม | 23,440.00 |
| ปีงบประมาณ | ชื่อติดตามโครงการ | ประเภท | องค์กรรับผิดชอบ | งบประมาณ (บาท) | ||
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2565 | โครงการ "ให้ความรู้การป้องกันโรคระบาดและการจัดกิจกรรมคัดกรอง ผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา (COVID-19) ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ด้วยชุดตรวจ ATK :Antigen Test Kit ประจำปีงบประมาณ 2565" | ประเภท 3 | ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านบางมะรวด ตำบลบ้านกลาง | 23,440.00 | |
| รวม | 23,440.00 |