แผนงานกิจกรรมทางกาย ปี 2568 กองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลนครสงขลา
อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา
ประจำปีงบประมาณ 2568
| ชื่อแผนงาน | แผนงานกิจกรรมทางกาย ปี 2568 กองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลนครสงขลา |
| ประเด็นแผนงาน | แผนงานกิจกรรมทางกาย |
| องค์กร | กองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลนครสงขลา |
| ปีงบประมาณ | 2568 |
| สถานการณ์ปัญหา | แบบสอบถาม navigate_before 2567 navigate_next | ขนาดปัญหา | |
|---|---|---|---|
| 1 | ร้อยละของเด็กและวัยรุ่นอายุ 5-17 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงหนัก อย่างน้อยที่สุด 60 นาทีต่อวัน)
|
||
| 2 | ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงหนัก อย่างน้อยที่สุด 150 นาทีต่อสัปดาห์)
|
||
| 3 | ร้อยละของผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)
|
||
| 4 | ร้อยละของการใช้ประโยชน์ของพื้นที่สาธารณะในการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน
|
||
| 5 | ร้อยละของคนที่ออกกำลังกายในชุมชน
|
||
| 6 | ร้อยละของสำนักงานหรือหน่วยงานราชการ ที่มีกิจกรรมส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เช่น การออกกำลังกาย การมีการเคลื่อนไหวระหว่างการทำงาน
|
การออกกำลังกาย เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และระบบไหลเวียนเลือด การออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันและช่วยป้องกันโรคต่างๆ เช่นโรคหัวใจ, โรคระบบไหลเวียนโลหิต, เบาหวาน, และโรคอ้วน นอกจากนี้การออกกำลังกายยังช่วยสร้างเสริมสุขภาพจิตและลดความเครียดได้ การออกกำลังกายไม่ได้หมายถึงการต้องไปแข่งขันกีฬากับผู้อื่น แต่การออกกำลังกายเป็นการแข่งขันกับตัวเอง หลายคนก่อนจะออกกำลังกายมักจะอ้างเหตุผลของการไม่ออกกำลังกาย เช่น ไม่มีเวลา ไม่มีสถานที่ ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ ปัญหาเกี่ยวกับอากาศ ทั้งหมดเป็นข้ออ้างที่จะไม่ออกกำลังกาย แต่ลืมไปว่าการออกกำลังกายอาจจะให้ผลดีมากกว่าสิ่งที่เขาเสียไป การรู้จักวิธีการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกายเพื่อสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สามารถส่งผลทำให้มนุษย์มีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงมีสุขภาวะ สุขภาพที่ดีมีอายุที่ยืนยาวขึ้นและต้านทานโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ชมรมออกกำลังกายสร้างสุขที่พาณิชย์ ได้ใช้กระบวนการทางสังคมในการขับเคลื่อนชมรมออกกำลังกายเพื่อส่งเสริมสุขภาพสมาชิกชมรมและประชาชนผู้สนใจให้มีความรู้และทักษะในการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับอายุ รวมทั้งเป็นที่รวมกลุ่มในการจัดกิจกรรมนันทนาการที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้การพัฒนาคนช่วยลดภาวะเครียดและเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานและสร้างความรักสามัคคีในชุมชนได้ ชมรมออกกำลังกายสร้างสุขที่พาณิชย์ ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมออกกำลังกายมาอย่างต่อเนื่องในชุมชนโดยมีกิจกรรมรวมกลุ่มออกกำลังกาย เช่น แอโรบิค โนราบิค ระบำผ้า บาสโลป และไลน์แดน สมาชิกชมรมได้หมุนเวียนมาออกกำลังกายในช่วงเย็น เพื่อให้ชมรมออกกำลังกายมีกิจกรรมการออกกำลังกายที่ถูกต้องเหมาะสมกับวัย มีสุขภาพที่ดี ส่งเสริมพัฒนาศักยภาพแกนนำในการฝึกทักษะการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มจำนวนผู้นำออกกำลังกาย อีกทั้งกระตุ้นให้สมาชิกในชมรมออกกำลังกายด้วยตนเองที่บ้านได้และมีการดูแลสุขภาพกายใจตัวเองอย่างต่อเนื่อง จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น
จากสภาวะการณ์สังคมไทยในปัจจุบัน ผู้ป่วยสูงอายุมักมีปัญหาเรื่อง "ปวดหลัง" ซึ่งมักได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นจากกระดูกสันหลังเสื่อม การที่ผู้ป่วยสูงอายุมีอาการปวดหลังนั้น สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความ"ติดแข็ง"(Stiff) ของเนื้อเยื่อรอบๆกระดูกสันหลังเช่นการติดแข็งของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น มากกว่าที่จะปวดจากกระดูกสันหลังจริงๆ ปัญหาใหญ่คือการทำให้ผู้ป่วยเปลี่ยนทัศนคติที่จะรักษาตัวเองจากการกินยา หรือนอนให้หมอผ่าตัด มาเป็นการรักษาอาการปวดด้วยตัวเองด้วยการออกกำลังกาย โดยท่ารำไม้พลอง ซึ่งหลังจากการได้ออกกำลังกายที่เหมาะสม ส่วนใหญ่มีอาการปวดหลังน้อยลงมากจนสามารถหยุดยาแก้ปวดได้มีความอ่อนตัว ของกระดูกสันหลังมากขึ้น ผู้ป่วยมีความรู้สึกว่าหลังคดน้อยลง เดินได้ดีขึ้นสุขภาพโดยทั่วไปดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งผลที่ได้นับว่าปลอดภัยดี กว่าการไปเสี่ยงกับการผ่าตัดให้กระดูกสันหลังตรงโดยใช้โลหะซึ่งเป็นทางเลือกสุดท้าย ทางชมรมออกกำลังกายชุมชนเก้าเส้ง จึงได้เล็งเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายโดยใช้ไม้พลองในการบำบัดฟื้นฟู ให้กับผู้ที่มีปัญหาเรื่องกระดูก อาการปวดเมื่อยโดยมีท่าบริหารจำนวน 12 ท่าเป็นพื้นฐานในการบริหารยืดเหยียดกล้ามเนื้อจึงได้จัดทำโครงการออกกำลังกาย “ขยับกายสบายชีวี ด้วยวิธีรำไม้พลอง” ขึ้นเพื่อรองรับสมาชิกที่อย่างเข้าสู่วัยสูงอายุได้หันมาตระหนักถึงสุขภาพของตนเองในโรคที่กำลังจะเกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่หรือเกิดขึ้นแล้วเพื่อได้รับการบำบัดรักษาโดยการออกกำลังกายที่เหมาะสมต่อไป
ด้วยปัจจุบันคนในชุมชนในสังคมของประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นและเป็นโรคไม่ติดต่อ เบาหวาน ไขมัน ความดัน ฯลฯ มากขึ้น โรงพยาบาลเต็มแน่นไปด้วยผู้ป่วยไปรักษาโรคกันแน่นทุกวัน จึงได้ตระหนักในการลดโรคด้วยการออกกำลังในกลุ่มผู้สูงอายุและทุกกลุ่มวัยด้วยศาสตร์จีนออกกำลังกายเพื่อลดโรค ลดการหาหมอ ลดการเป็นภาระกับลูกหลาน เมื่อกลุ่มผู้สูงอายุได้รู้หลักและฝึกทักษะการออกกำลังกายที่ถูกต้อง เพื่อสุขดี มีความสุข ตลอดไป ไม่ติดบ้าน ไม่ติดเตียง ยืดอายุการช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น เกิดผลดีกับสุขภาพครบ 5 มิติ
การออกกำลังกายหรือการเคลื่อนไหวทางกายโดยการฝึกทักษะกีฬาฟุตบอลอย่างสม่ำเสมอ เป็นกิจกรรมที่สำคัญที่จะส่งเสริมให้เยาวชนที่ด้อยโอกาสที่อาศัยอยู่ในชุมชนเขตเทศบาลนครสงขลา ได้มีพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม อีกทั้งยังทำให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้เป็นอย่างดี
การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดียังสามารถดำเนินควบคู่ไปกับวิถีชีวิตประจำวันของตนเองได้ตลอดช่วงชีวิต สิ่งสำคัญที่จะสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีที่เป็นปัจจัยระดับบุคคลนั้นก็คือ การเสริมสร้างให้คนทุกกลุ่มวัยมีความรอบรู้ทางกาย (Physical literacy) ให้เพิ่มมากขึ้น และมีความเชื่อมโยงถึงการเรียนรู้ การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพที่ดีแบบองค์รวมผ่านการเคลื่อนไหวและมีกิจกรรมทางกาย ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกาย จิตใจ สังคม รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดความรู้ความเข้าใจและความเป็นอยู่ที่ดีตลอดช่วงชีวิตของตนเองได้
การส่งเสริมสุขภาพการออกกำลังกายให้กับทุกกลุ่มวัยต้องได้รับความรู้ พัฒนาศักยภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเองผ่านการมีกิจกรรมทางกายและพฤติกรรมสุขภาพที่ดี รวมทั้งสามารถขจัดปัญหาและอุปสรรคที่ปิดกั้นโอกาสในการจัดกิจกรรมทางกายได้ด้วยตนเอง และเข้าถึงการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี เปรียบเสมือนต้นทุนที่ดีสำหรับการเสริมสร้างและคงไว้ซึ่งการมีสุขภาพที่ดีของตัวเองไปตลอดชีวิต เทศบาลนครสงขลาเห็นความสำคัญของสมาชิกชมรมออกกำลังกาย และประชาชนทุกกลุ่มวัย
กีฬาวู้ดบอลเป็นกีฬาที่ไม่หักโหม ผู้เล่นสามารถเดินไปเล่นไป สนทนาแลกเปลี่ยนแนวคิดกัน ซึ่งนิยมเล่นเป็นกลุ่มๆ เหมาะสมกับผู้สูงวัยเพราะนอกจากจะส่งเสริมให้มีสุขภาพที่ดีแล้ว ยังฝึกสมาธิ การใช้ความคิดในการวางแผนการตีให้มีประสิทธิภาพ การรู้จักเข้าสังคมและช่วยสร้างเสริมสุขภาพจิตที่ดี
จากนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมให้คนไทยมีคุณภาพ นำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม การเสริมสร้างสุขภาพด้วยการออกกำลังกายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การออกกำลังกายร่วมกันทั้งครอบครัวอย่างสม่ำเสมอ นอกจากจะเป็นการเสริมสร้างร่างกายให้มีความแข็งแรงแล้ว ยังเป็นการใช้เวลาว่างจากการเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน หรือจากการเรียนในแต่ละวันมาทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการพูดคุย การมีปฏิสัมพันธ์ การปรึกษาหารือในการได้ร่วมออกกำลังกาย ทำให้มีเพื่อน ทำให้ส่งผลถึงความรักสามัคคีในกลุ่มสมาชิกชมรมออกกำลังกายด้วยกัน ทั้งยังส่งผลให้ชมรมมีความเข้มแข็ง มีความมั่นคงอย่างยั่งยืนต่อไป ศูนย์รวมชมรมคนรักสุขภาพเทศบาลนครสงขลาได้จัดทำโครงการ เสริมสร้างสุขภาพต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงจะได้รับการพิจารณา และอนุมัติงบประมาณสนับสนุนโครงการนี้
การออกกำลังกายเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งต่อการมีสุขภาพที่สมบูรณ์และแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ รวมทั้งมีภูมิต้านทานโรค เนื่องจากสภาพสังคมปัจจุบันมีหลายปัจจัยที่ส่งผลให้สภาพร่างกายทรุดโทรม หลายคน มองข้ามการออกกำลังกาย หลายคนอ้างไม่มีเวลา บางคนเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงอิริยาบถในชีวิตประจําวันเป็นการ ออกกำลังกาย จึงเป็นสาเหตุให้สุขภาพอ่อนแอลง และอาจจะประสบกับปัญหาการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ ตามมา เช่น โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคอ้วน โรคมะเร็ง โรคเครียด และโรคที่มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ที่ไม่ ถูกต้องต่างๆ ดังนั้นการออกกำลังกายเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับชีวิตของคนเรา นอกจากเพื่อสุขภาพที่ดีห่างไกลความ เจ็บป่วย มีภูมิต้านทานโรคแล้ว ยังลดภาระค่าใช้จ่ายในด้านการรักษาพยาบาล เป็นการส่งเสริมให้ ผู้เข้าร่วมการออกกําลังกายได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ พร้อมทั้งเป็นการเสริมสร้างความรักความสามัคคีและ สัมพันธภาพที่ดีต่อกันของสมาชิก การเต้นไลน์แด้นซ์ เป็นกิจกรรมหนึ่ง ที่ส่งผลให้สุขภาพกายและ จิตใจสมบูรณ์แข็งแรง ดังนั้น ชมรมแฟรนติคแด้นซ์ สงขลา (Fantik Dance Club Songkhla) จึงได้จัดทำโครงการออกกำลังกายการเต้นไลน์แด้นซ์ เพื่อสุขภาพ ประจำปีงบประมาณ 2568 ขึ้น เพื่อให้สมาชิก ได้มีการออกกำลังกายด้วยการเต้นไลน์แด้นซ์ อย่างต่อเนื่อง กระตุ้นให้ สมาชิก เกิดความตระหนัก ความตื่นตัวในการออกกำลังกาย เห็นความสําคัญและ ประโยชน์ของการออกกําลังกาย
| วัตถุประสงค์ | ตัวชี้วัด | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|---|
| 1 | เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในเด็กและวัยรุ่น | ร้อยละของเด็กและวัยรุ่นอายุ 5-17 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงหนัก อย่างน้อยที่สุด 60 นาทีต่อวัน) |
100.00 | |
| 2 | เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้ใหญ่ | ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงหนัก อย่างน้อยที่สุด 150 นาทีต่อสัปดาห์) |
100.00 | |
| 3 | เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้สูงอายุ | ร้อยละของผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์) |
100.00 | |
| 4 | เพื่อเพิ่มการใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน | ร้อยละของการใช้ประโยชน์ของพื้นที่สาธารณะในการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน |
100.00 | |
| 5 | เพื่อเพิ่มการออกกำลังกายในชุมชน | ร้อยละของคนที่ออกกำลังกายในชุมชน |
100.00 | |
| 6 | เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายในสถานที่ทำงาน | ร้อยละของสำนักงานหรือหน่วยงานราชการ ที่มีกิจกรรมส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เช่น การออกกำลังกาย การมีการเคลื่อนไหวระหว่างการทำงาน |
100.00 |
| แนวทาง | วิธีการสำคัญ | |
|---|---|---|
| 1 | การสร้างนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกาย | การสร้างนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกาย การขับเคลื่อนกระบวนการนโยบายสาธารณะในพื้นที่เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายการขับเคลื่อนกระบวนการนโยบายสาธารณะในพื้นที่เป็นการผลักดันให้ชุมชนมีนโยบาย ข้อตกลงร่วมกันของชุมชน ในการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกาย วิธีการ
|
| 2 | การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ทั้งพื้นที่ที่เป็นบ้าน โรงเรียน สถานที่ทำงาน ศาสนสถาน พื้นที่สาธารณะ และชุมชน | การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ทั้งพื้นที่ที่เป็นบ้าน โรงเรียน สถานที่ทำงาน ศาสนสถาน พื้นที่สาธารณะ และชุมชน การสร้างพื้นที่สุขภาวะ โดยการทำให้สภาพแวดล้อมทั้งในสถานที่อยู่อาศัย สถานศึกษา สถานที่ทำ งาน สถานประกอบการในภาครัฐและเอกชน สถานบริการสุขภาพ ศาสนสถาน และพื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย เป็นการช่วยให้ทุกคน ทุกภาคส่วน ทุกระดับ เข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องกิจกรรมทางกาย วิธีการ
|
| 3 | การเสริมสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง | การเสริมสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง การเสริมสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง สามารถจัดการตนเองได้ โดยสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาของชุมชน ค้นหาแนวทางนวัตกรรมแก้ไขปัญหา การจัดทำแผนและโครงการ และมีการติดตามประเมินผล วิธีการ
|
| 4 | การพัฒนาความรู้ความเข้าใจ และทักษะส่วนบุคคล และการพัฒนาขีดความสามารถของเครือข่าย ในเรื่องดังนี้ 1. การส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ 2. การทำแผนสุขภาพ แผนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย 3. การทำโครงการที่มีคุณภาพ 4. การติดตามประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ | การพัฒนาความรู้ความเข้าใจ และทักษะส่วนบุคคล และการพัฒนาขีดความสามารถของเครือข่าย ในเรื่องดังนี้ 1. การส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ 2. การทำแผนสุขภาพ แผนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย 3. การทำโครงการที่มีคุณภาพ 4. การติดตามประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ วิธีการ
|
| 5 | การปรับระบบบริการสุขภาพที่เอื้อต่อการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย และการสร้างกลไกความร่วมมือขององค์กร หน่วยงาน เครือข่ายผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อการเพิ่มกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน | การปรับระบบบริการสุขภาพที่เอื้อต่อการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย และการสร้างกลไกความร่วมมือขององค์กร หน่วยงาน เครือข่ายผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อการเพิ่มกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน เพื่อเพิ่มกิจกรรมทางกายของคนในชุมชนการสร้างกลไกความร่วมมือขององค์กร หน่วยงาน เครือข่ายผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อเพิ่มกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนกิจกรรมทางกาย ทั้งภาครัฐ เอกชน รัฐวิสาหกิจเครือข่ายศาสนา และภาคประชาชน วิธีการ
|
| ชื่อโครงการย่อย | ประเภท | ผู้รับผิดชอบ | งบประมาณที่ตั้งไว้ (บาท) | ||
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | โครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำออกกำลังกาย ชมรมออกกำลังกายสร้างสุขที่พาณิชย์ | ประเภท 2 สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน/หน่วยงานอื่น | ชมรมออกกำลังกายสร้างสุขที่พาณิชย์ | 55,600.00 | |
| 2 | โครงการ ขยับกายสบายชีวี ด้วยวิธีรำไม้พลอง(ต่อเนื่อง) | ประเภท 2 สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน/หน่วยงานอื่น | ชุมชนเก้าเส้ง | 40,250.00 | |
| 3 | โครงการออกกำลังกายแบบไท้จี๋ จี้กง 18 ท่าลดโรค สร้างสุข ชมรมเสริมสร้างสุขภาพไท้เก๊กสวน 72 พรรษา | ประเภท 2 สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน/หน่วยงานอื่น | ชมรมเสริมสร้างสุขภาพไท้เก๊กสวน 72 พรรษา | 31,400.00 | |
| 4 | โครงการ การเคลื่อนไหวทางร่างกายแก่เยาวชนโดยการฝึกทักษะกีฬาฟุตบอลชุมชนเขตเทศบาลนครสงขลา | ประเภท 2 สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน/หน่วยงานอื่น | ชมรมฟุตบอลสัมพันธ์เทศบาลนครสงขลา | 35,180.00 | |
| 5 | โครงการชมรมอบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการ (ชมรมวู๊ดบอล) | ประเภท 2 สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน/หน่วยงานอื่น | ชมรมวู๊ดบอลบ่อยาง | 53,100.00 | |
| 6 | โครงการเสริมสร้างพลังสุขภาพกับศูนย์รวมชมรมคนรักษ์สุขภาพเทศบาลนครสงขลา | ประเภท 2 สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน/หน่วยงานอื่น | ชมรมคนรักษ์สุขภาพเทศบาลนครสงขลา | 40,800.00 | |
| 7 | โครงการอบรมการเต้นไลน์แด้นซ์ เพื่อสุขภาพ ชมรมแฟรนติคแด้นซ์ สงขลา (Fantik Dance Club Songkhla) | ประเภท 2 สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน/หน่วยงานอื่น | ชมรมแฟรนติคแด้นซ์ สงขลา (Fantik Dance Club Songkhla) | 25,700.00 |
| ปีงบประมาณ | ชื่อติดตามโครงการ | ประเภท | องค์กรรับผิดชอบ | งบประมาณ (บาท) | ||
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2568 | โครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำออกกำลังกาย ชมรมออกกำลังกายสร้างสุขที่พาณิชย์ | ประเภท 2 | ชมรมออกกำลังกายสร้างสุขที่พาณิชย์ | 40,300.00 | |
| 2 | 2568 | โครงการชมรมอบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการ (ชมรมวู๊ดบอล) | ประเภท 2 | ชมรมวู๊ดบอลบ่อยาง | 41,100.00 | |
| 3 | 2568 | โครงการอบรมการเต้นลีลาศไลน์แด้นซ์ เพื่อสุขภาพ ชมรมแฟรนติคแด้นซ์ สงขลา (Fantik Dance Club Songkhla) | ประเภท 2 | ชมรมแฟรนติคแด้นซ์ สงขลา (Fantik Dance Club Songkhla) | 24,700.00 | |
| 4 | 2568 | โครงการออกกำลังกายแบบไท้จี๋ จี้กง 18 ท่าลดโรค สร้างสุข ชมรมเสริมสร้างสุขภาพไท้เก็กสวน 72 พรรษา | ประเภท 2 | ชมรมไท้เก๊กสวน 72 พรรษา | 27,850.00 | |
| 5 | 2568 | โครงการเสริมสร้างพลังสุขภาพกับศูนย์รวมชมรมคนรักษ์สุขภาพเทศบาลนครสงขลา | ประเภท 2 | ศูนย์รวมชมรมคนรักษ์สุขภาพเทศบาลนครสงขลา | 14,300.00 | |
| 6 | 2568 | โครงการ การเคลื่อนไหวทางร่างกายแก่เยาวชนโดยการฝึกทักษะกีฬาฟุตบอลชุมชนเขตเทศบาลนครสงขลา | ประเภท 2 | ชมรมฟุตบอลสัมพันธ์เทศบาลนครสงขลา | 31,550.00 | |
| รวม | 179,800.00 |