โครงการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรน่า 2019 (covid 19) ตำบลสุคิริน
โครงการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรน่า 2019 (covid 19) ตำบลสุคิริน
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรน่า 2019 (covid 19) ตำบลสุคิริน | |
| รหัสโครงการ | 64-L8281-1-05 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสว.นอก | |
| วันที่อนุมัติ | 18 กุมภาพันธ์ 2564 | |
| ปี | 2564 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 12 กุมภาพันธ์ 2564 - 30 ธันวาคม 2564 | |
| งบประมาณ | 24,845.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวอภิรดี ศรีสุวรรณ์ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลสุคิริน อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส |
หลักการและเหตุผล
เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ COVID-19 เป็นไวรัสข้ามสายพันธุ์ที่สันนิษฐานว่าเกิดจากค้างคาวมาติดเชื้อในคน โดยเริ่มระบาดในมณฑลอู่ฮั่นของประเทศจีนในช่วงปลายปี ค.ศ.2019 จนกระทั่งมีการระบาดไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลก สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น อย่างต่อเนื่อง องค์การอนามัยโลกได้ประกาศว่าการแพร่ระบาดของเชื้อดังกล่าวเป็นภัยพิบัติฉุกเฉินระดับโลก ขณะเดียวกันประเทศไทยได้ประกาศให้โรคติดเชื้อ COVID-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย ภายใต้พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ลำดับที่ 14 เพื่อให้สามารถใช้ข้อกำหนดตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว ในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค สามารถควบคุมโรคได้มีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ และสังคม ปัจจุบันการระบาดขยายเป็นวงกว้างไปหลายประเทศทั่วโลก
ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าว โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์ข้อมูลการระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ณ วันที่ 2 มกราคม 2564 (12.00 น.) ประเทศไทยพบผู้ป่วยยืนยัน จำนวน 7,379 ราย ผู้ป่วยรายใหม่ 216 ราย รักษาหาย 4,299 ราย เสียชีวิต 64 ราย และจังหวัดนราธิวาส พบผู้ป่วยยืนยัน 44 ราย ผู้ป่วยรายใหม่ 0 ราย รักษาหาย 41 ราย เสียชีวิต 2 ราย ส่วนอำเภอสุคิริน มีผู้ป่วยยืนยัน จำนวน 2 ราย (ข้อมูลวันที่ ณ วันที่ 8 มีนาคม 2563 )
การป้องกันการติดเชื้อสามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดของเชื้อ COVID-19 การสัมผัสกับผู้ป่วย หรือผู้ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ หากสงสัยว่าตนเองอาจจะได้รับเชื้อควรแยกสังเกตอาการอย่างน้อย 14 วัน ขณะแยกสังเกตอาการต้องงดการเดินทางหรืออยู่ในที่ที่มีคนหนาแน่น งดใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด รวมถึงมีการบูรณาการทุกภาคส่วน เครื่องมือ ทรัพยากรและงบประมาณเพื่อสนับสนุนบทบาทของภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนยกระดับการรับรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้มีความรอบรู้ในการดูแลตนเอง ครอบครัว สังคม และมีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรการต่างๆในการรับมือการแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 เพราะการรับรู้และบทบาทการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ได้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสว.นอก จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (covic 19)ขึ้น เพื่อสร้างเครือข่ายในการขับเคลื่อนให้ชุมชนสามารถสื่อสารข้อมูลและการป้องกันโรคที่ถูกต้อง สามารถปรับตัวเข้ากับวิถีการดำรงชีวิตแบบใหม่เพื่อให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อ ไวรัสโคโรน่า 2019 ต่อไป
- เพื่อให้ประชาชนมีความรอบรู้ในการปฏิบัติตนที่ถูกต้องเหมาะสมกับสถานการณ์ COVID-19
- เพื่อให้พื้นที่เป้าหมายเสี่ยง ที่ประชาชนมีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมร่วมกัน/สถานบริการและสถานประกอบการ /ประชากรกลุ่มเสี่ยง มีการปฏิบัติตามแนวทาง/มาตรการ/มาตรฐานที่กำหนดตามเกณฑ์ความปลอดภัยจากการติดเชื้อ COVID 19
- เพื่อสร้างความเข็มแข็ง ส่งเสริมสนับสนุน บทบาทของภาคประชาชนและภาคีเครือข่ายในชุมชนให้มีส่วนร่วมในการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ COVID
- สำรวจข้อมูลพื้นฐานในชุมชน
- พื้นที่เป้าหมายเสี่ยงประเมินตนเองตามมาตรการในการป้องกันควบคุมโรคไวรัสโคโรน่า (covic 19)
- ทีมเฝ้าระวังควบคุมโรคฯระดับหมู่บ้าน ดำเนินการเฝ้าระวังตามมาตรการ แนวทางที่กำหนดและรายงาน ผลการปฏิบัติ ให้รพ.สต.ทราบ
- ทีมเฝ้าระวังควบคุมโรคฯระดับหมู่บ้าน ลงสำรวจและประเมินโดยใช้เครื่องมือแบบสอบถาม
- สร้างเครื่องมือประเมินความรู้และพฤติกรรมในการป้องกันโรคไวรัสโคโรน่า 2019/แบบทดสอบสุขภาพจิต
- สรุปผลการประเมิน/คืนข้อมูลให้ประชาชนทราบ
- จัดซื้อ วัสดุ/เครื่องมือ
- ประชุมทีมอสม.และเครือข่าย ในพื้นที่รับผิดชอบ
- สรุปรายงาน ประเมินผลโครงการฯ
1.ประชาชน และภาคีเครือข่าย มีความรอบรู้ ในการปฏิบัติตนที่ถูกต้อง สามารถปรับตัวเข้ากับวิถีการดำรงชีวิตแบบใหม่ เพื่อให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อ ไวรัสโคโรน่า 2019 2.ภาคประชาชนและภาคีเครือข่ายในชุมชน สามารถดำเนินการเฝ้าระวังการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ COVID 2019 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและร่วมรับผิดชอบสังคมร่วมกัน