โครงการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรน่า 2019 (covid 19) ตำบลสุคิริน
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)
เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ COVID-19 เป็นไวรัสข้ามสายพันธุ์ที่สันนิษฐานว่าเกิดจากค้างคาวมาติดเชื้อในคน โดยเริ่มระบาดในมณฑลอู่ฮั่นของประเทศจีนในช่วงปลายปี ค.ศ.2019 จนกระทั่งมีการระบาดไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลก สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น อย่างต่อเนื่อง องค์การอนามัยโลกได้ประกาศว่าการแพร่ระบาดของเชื้อดังกล่าวเป็นภัยพิบัติฉุกเฉินระดับโลก ขณะเดียวกันประเทศไทยได้ประกาศให้โรคติดเชื้อ COVID-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย ภายใต้พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ลำดับที่ 14 เพื่อให้สามารถใช้ข้อกำหนดตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว ในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค สามารถควบคุมโรคได้มีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ และสังคม ปัจจุบันการระบาดขยายเป็นวงกว้างไปหลายประเทศทั่วโลก
ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าว โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์ข้อมูลการระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ณ วันที่ 2 มกราคม 2564 (12.00 น.) ประเทศไทยพบผู้ป่วยยืนยัน จำนวน 7,379 ราย ผู้ป่วยรายใหม่ 216 ราย รักษาหาย 4,299 ราย เสียชีวิต 64 ราย และจังหวัดนราธิวาส พบผู้ป่วยยืนยัน 44 ราย ผู้ป่วยรายใหม่ 0 ราย รักษาหาย 41 ราย เสียชีวิต 2 ราย ส่วนอำเภอสุคิริน มีผู้ป่วยยืนยัน จำนวน 2 ราย (ข้อมูลวันที่ ณ วันที่ 8 มีนาคม 2563 )
การป้องกันการติดเชื้อสามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดของเชื้อ COVID-19 การสัมผัสกับผู้ป่วย หรือผู้ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ หากสงสัยว่าตนเองอาจจะได้รับเชื้อควรแยกสังเกตอาการอย่างน้อย 14 วัน ขณะแยกสังเกตอาการต้องงดการเดินทางหรืออยู่ในที่ที่มีคนหนาแน่น งดใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด รวมถึงมีการบูรณาการทุกภาคส่วน เครื่องมือ ทรัพยากรและงบประมาณเพื่อสนับสนุนบทบาทของภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนยกระดับการรับรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้มีความรอบรู้ในการดูแลตนเอง ครอบครัว สังคม และมีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรการต่างๆในการรับมือการแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 เพราะการรับรู้และบทบาทการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ได้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสว.นอก จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19)ขึ้น เพื่อสร้างเครือข่ายในการขับเคลื่อนให้ชุมชนสามารถสื่อสารข้อมูลและการป้องกันโรคที่ถูกต้อง สามารถปรับตัวเข้ากับวิถีการดำรงชีวิตแบบใหม่เพื่อให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อ ไวรัสโคโรน่า 2019 ต่อไป
-
เพื่อให้ประชาชนมีความรอบรู้ในการปฏิบัติตนที่ถูกต้องเหมาะสมกับสถานการณ์ COVID-19641.00512.00
ประชาชน มีความรอบรู้ในการป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจาก การติดเชื้อ COVID-19 ร้อยละ 80
-
เพื่อให้พื้นที่เป้าหมายเสี่ยง ที่ประชาชนมีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมร่วมกัน/สถานบริการและสถานประกอบการ /ประชากรกลุ่มเสี่ยง มีการปฏิบัติตามแนวทาง/มาตรการ/มาตรฐานที่กำหนดตามเกณฑ์ความปลอดภัยจากการติดเชื้อ COVID 1912.0012.00
พื้นที่เป้าหมายเสี่ยง ที่ประชาชนมีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมร่วมกัน/กลุ่มประชากรกลุ่มเสี่ยง/สถานบริการและสถานประกอบการ มีการปฏิบัติตามแนวทาง/มาตรการ/มาตรฐานที่ กำหนดตามเกณฑ์ความปลอดภัยจากการติดเชื้อ COVID 19 ร้อยละ 100
-
เพื่อสร้างความเข็มแข็ง ส่งเสริมสนับสนุน บทบาทของภาคประชาชนและภาคีเครือข่ายในชุมชนให้มีส่วนร่วมในการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ COVID6.006.00
ภาคประชาชนและภาคีเครือข่ายในชุมชนร่วมรับผิดชอบกิจกรรมการเฝ้าระวังการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ COVID ร้อยละ 90
-
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด5
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง65
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมทีมอสม.และเครือข่าย ในพื้นที่รับผิดชอบ
1.1) สื่อสารความร่วมมือและสร้างความเข้าใจในการเฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (covid 19) 1.2) จัดตั้งทีมเฝ้าระวังควบคุมโรคฯระดับหมู่บ้าน หมู่บ้าน ละ1ทีม เพื่อให้หมู่บ้านมีการดำเนินการเฝ้าระวังโรค เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรับสถานการณ์ตลอดเวลา 1.3) จัดทำมาตรการการเฝ้าระวัง ตามแนวทางการเฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (covid 19)
เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการเฝ้าระวังควบคุมโรคที่ถูกต้อง ตามหลักวิชาการ 1.4) สอบถามปัญหา พร้อมสำรวจจำนวนความต้องการใช้เครื่องมือ/วัสดุ ที่จำเป็นต้องใช้ในการป้องกันควบคุม
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (covid 19) เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงาน งบประมาณ ค่าอาหารว่าง 25 บาทx 40 คน = 1,000บาท25 กุมภาพันธ์ 2564 ถึง 26 กุมภาพันธ์ 25641.1) ทีมอสม.และเครือข่ายในพื้นที่มีการประชุม สื่อสารความร่วมมือและเข้าใจในแนวทางการปฏิบัติการเฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (covid 9)จำนวน1ครั้ง 1.2) หมู่บ้านมีทีมเฝ้าระวังควบคุมป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (covid 19) จำนวน 3 ทีม 1.3) หมู่บ้าน และเครือข่ายในพื้นที่มีมาตรการ แนวทางการปฏิบัติ สามารถดำเนินการเฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (covid 19)ที่ถูกต้องจำนวน 12 แห่ง 1.4)หมู่บ้าน และเครือข่ายในพื้นที่ มีเครื่องมือ/วัสดุ พร้อมใช้ในการปฏิบัติงาน การป้องกัน ควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (covid 19) เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานจำนวนุ 6 แห่ง
1000.00 บาท -
สำรวจข้อมูลพื้นฐานในชุมชน
2.1) พื้นที่เป้าหมายเสี่ยง ที่มีประชาชนมีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมร่วมกัน
-โรงเรียน 2 โรง ศพด. 2 แห่ง วัด/สำนักสงฆ์ 2 แห่ง กลุ่มออมทรัพย์ 3 แห่ง ตลาดนัด 1 แห่ง ร้านชำ..6 แห่ง
2.2) ประชากรกลุ่มเสี่ยง รวมทั้งสิ้น จำนวน 70 คน
-กลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง จำนวน 65 คน
(หมู่ 2 สว.นอก 24 คน , หมู่ 8 ราษฎร์ผดุง 27 คน , หมู่ 11 ซอยปราจีน 14 คน)
-กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ จำนวน 5 คน
(หมู่ 2 สว.นอก 2 คน , หมู่ 8 ราษฎร์ผดุง 3 คน)
4 มีนาคม 2564 ถึง 5 มีนาคม 2564จำนวนพื้นที่เป้าหมายในการเฝ้าระวังควบคุมป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (covic 19)จำนวน12แห่ง
0.00 บาท -
พื้นที่เป้าหมายเสี่ยงประเมินตนเองตามมาตรการในการป้องกันควบคุมโรคไวรัสโคโรน่า (covic 19)
1.พื้นที่เป้าหมายเสี่ยงประเมินตนเองตามมาตรการในการป้องกันควบคุมโรคไวรัสโคโรน่า (covic 19)
2.ดำเนินการปรับปรุงให้ผ่านตามเกณฑ์ข้อกำหนด
8 มีนาคม 2564 ถึง 9 มีนาคม 2564พื้นที่เป้าหมายเสี่ยงมีการปรับปรุงและปฏิบัติตามแนวทาง มาตรการ การเฝ้าระวังการป้องกันควบคุมโรคไวรัสโคโรน่า (covic 19) ผ่านตามเกณฑ์ ประเมิน จำนวน12แห่ง
0.00 บาท -
จัดซื้อ วัสดุ/เครื่องมือ
จัดซื้อ วัสดุ/เครื่องมือ ในการปฏิบัติงานเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกันโรค และสนับสนุนให้แก่ พื้นที่เป้าหมายเสี่ยง/ประชากร กลุ่มเสี่ยง ในพื้นที่รับผิดชอบ งบประมาณ ค่าวัสดุ 1.ซื้อ เจลแอลกอฮอล์ขนาด 450ml จำนวนX 20 ขวด X 250 บาท = 5,000 บาท
2.ซื้อ โทโมมิเตอร์วัดไข้แบบดิจิทัล(วัด/สำนักสงฆ์/หมู่บ้าน/รพ.สต.)
จำนวน X 6 เครื่อง X 3,000 บาท = 18,000 บาท22 มีนาคม 2564 ถึง 26 มีนาคม 2564หมู่บ้านและเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ มีเครื่องมือและวัสดุ พร้อมใช้ในการควบคุมป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (covic 19) จำนวน2หมู่บ้าน ประชาชนกลุ่มเสี่ยง (โรคเรื้อรัง/ผู้สูงอายุ) จำนวน 70 คน
23000.00 บาท -
สร้างเครื่องมือประเมินความรู้และพฤติกรรมในการป้องกันโรคไวรัสโคโรน่า 2019/แบบทดสอบสุขภาพจิต
สร้างเครื่องมือประเมินความรู้และพฤติกรรมในการป้องกันโรคไวรัสโคโรน่า 2019/แบบทดสอบสุขภาพจิต 5.1) แบบประเมินความรอบรู้และพฤติกรรมในการป้องกันโรคไวรัสโคโรน่า 2019 5.2) แบบทดสอบด้านสุขภาพจิต โควิค 19 สำหรับประชาชน ผู้ป่วย ญาติ ของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข งบประมาณ ค่าวัสดุ 1.กระดาษ A4 จำนวน5รีม X 145 บาท = 725 บาท 2.ปากกาลูกลื่น จำนวน2โหล X60 บาท = 120 บาท
22 มีนาคม 2564 ถึง 24 มีนาคม 2564แบบประเมินความรู้และพฤติกรรมในการ ป้องกันโรคไวรัสโคโรน่า 2019 จำนวน 512 ชุด แบบประเมินแบบทดสอบด้านสุขภาพจิต โควิค 19 สำหรับประชาชน ผู้ป่วย ญาติ โดยใช้แบบประเมินของ กรมสุขภาพจิตจำนวน512 ชุด
845.00 บาท -
ทีมเฝ้าระวังควบคุมโรคฯระดับหมู่บ้าน ลงสำรวจและประเมินโดยใช้เครื่องมือแบบสอบถาม
6.1) ประเมินความรอบรู้และพฤติกรรมในการป้องกันโรคไวรัสโคโรน่า (covic 19)เป้าหมายทุกหลังคาเรือนในเขตรับผิดชอบ เพื่อประเมิน ความรู้และพฤติกรรมในการป้องกันตนเองและครอบครัวให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (covid 19) 6.2) ประเมินแบบทดสอบด้านสุขภาพจิต โควิค 19 สำหรับประชาชน ผู้ป่วย ญาติ โดยใช้แบบประเมินของ กรมสุขภาพจิต
26 เมษายน 2564 ถึง 30 เมษายน 25641.ร้อยละ ความรอบรู้และพฤติกรรมในการป้องกันโรคไวรัสโคโรน่า (covic 19) ของประชาชน 2.ร้อยละ ผลประเมินแบบทดสอบสุขภาพจิต
0.00 บาท -
สรุปผลการประเมิน/คืนข้อมูลให้ประชาชนทราบ
แจ้งผลการประเมินให้ประชาชนรับทราบ
6 พฤษภาคม 2564 ถึง 7 พฤษภาคม 2564รายงานผลการประเมิน
0.00 บาท -
ทีมเฝ้าระวังควบคุมโรคฯระดับหมู่บ้าน ดำเนินการเฝ้าระวังตามมาตรการ แนวทางที่กำหนดและรายงาน ผลการปฏิบัติ ให้รพ.สต.ทราบ19 เมษายน 2564 ถึง 23 เมษายน 2564
ทีมและเครือข่ายชุมชน มีการดำเนินการเฝ้าระวังควบคุมโรคฯ ตามมาตรการ ครอบคลุมตามจำนวนสถานที่ที่กำหนด
0.00 บาท -
สรุปรายงาน ประเมินผลโครงการฯ29 มิถุนายน 2564 ถึง 1 กรกฎาคม 2564
รายงานผลการจัดทำโครงการฉบับบสมบูรณ์
0.00 บาท
1.ประชาชน และภาคีเครือข่าย มีความรอบรู้ ในการปฏิบัติตนที่ถูกต้อง สามารถปรับตัวเข้ากับวิถีการดำรงชีวิตแบบใหม่ เพื่อให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อ ไวรัสโคโรน่า 2019 2.ภาคประชาชนและภาคีเครือข่ายในชุมชน สามารถดำเนินการเฝ้าระวังการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ COVID 2019 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและร่วมรับผิดชอบสังคมร่วมกัน
