เจาะเลือดค้นหาผู้ป่วยและควบคุมป้องกันโรคไข้มาลาเรีย (02-26)
เจาะเลือดค้นหาผู้ป่วยและควบคุมป้องกันโรคไข้มาลาเรีย (02-26)
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | เจาะเลือดค้นหาผู้ป่วยและควบคุมป้องกันโรคไข้มาลาเรีย (02-26) | |
| รหัสโครงการ | 64-l4123-02-26 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | อสม.รพ.สต.บ้านกือลอง | |
| วันที่อนุมัติ | 1 ตุลาคม 2563 | |
| ปี | 2564 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ตุลาคม 2563 - 30 กันยายน 2564 | |
| งบประมาณ | 41,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางธนพร ณรงค์ฤทธิ์ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา |
โรคมาลาเรีย ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญในประเทศไทย จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีแม้ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาในโรงพยาบาลมากขึ้นแต่อัตราตายจากมาลาเรียยังคงสูงและในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตทั่วโลกประมาณ 627,000 โดยส่วนใหญ่จะเสียชีวิตจากมาลาเรียขึ้นสมอง เป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชน สถานการณ์ทั่วไปโรคไข้มาลาเรียช่วง ปี 2560 2561 พบผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรีย 8,919 17 ,570 ราย อัตราป่วยด้วยโรคมาลาเรียต่อพันประชากร 0.14 , 0.21 ตามลำดับ โดยจังหวัดยะลา พบผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรีย เป็นพื้นที่หนึ่งที่มีการระบาดของโรคมาลาเรีย อย่างต่อเนื่องทุกปี จึงได้มีการเน้นให้มีการควบคุมโรคมาลาเรียเป็นนโยบายหลักของงานด้านสาธารณสุข อำเภอบันนังสตาเป็นอำเภอหนึ่งที่มีการระบาดของโรคมาลาเรียของจังหวัดยะลา โดยเฉพาะในเขตรับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกือลอง ปี 2563พบผู้ป่วย จำนวน 38ราย พบมากที่สุด หมู่ที่ 2บ้านกือลอง30รานหมู่ 6 บ้านตลาดนิคม3 ราย และหมู่ 9บ้านคีรีลาดพบผู้ป่วย5รายและพบการระบาดอย่างต่อเนื่อง สาเหตุจากยุงก้นปล่องที่เป็นพาหะนำโรค ประกอบกับสภาพพื้นที่ของตำบลที่มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการระบาดของโรค ความเสี่ยงของโรคลดได้โดยการป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด โดยใช้มุ้งหรือสารขับไล่แมลง หรือด้วยมาตรการควบคุมยุง เช่น การฉีดพ่นยาฆ่าแมลงหรือการระบายน้ำนิ่ง มียารักษาโรคหลายชนิดที่ป้องกันมาลาเรียในผู้ที่เดินทางไปยังบริเวณที่พบโรคมาลาเรียทั่วไป แนะนำให้ใช้ยารักษาโรคซัลฟาด็อกซีน/ไพริเมธามีน บางครั้งในทารกและหลังไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ในบริเวณซึ่งมีโรคมาลาเรียอัตราสูง โรคมาลาเรียยังไม่มีวัคซีนนอกจากนี้พฤติกรรมสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ ทำให้ไม่มีการตื่นตัวร่วมกันป้องกันและควบคุมโรคมาลาเรียจึงทำให้โรคไข้มาลาเรียมีการระบาดตลอดปีและมีการระบาดในทุกกลุ่ม ดังนั้นเพื่อไม่ให้มีการระบาดของโรคมาลาเรีย จึงต้องมีการป้องกัน โดยการสร้างความเข้าใจ ให้ความสำคัญ และให้ความร่วมมือในการพ่นสารเคมีตกค้างในบ้าน เพื่อให้เกิดความร่วมมือในชุมชนอย่างจริงจัง นำไปสู่การป้องกันโรคไข้มาลาเรียได้
- เพื่อให้ประชาชนพื้นที่กลุ่มเป้าหมายมีการป้องกันตนเองจากไข้มาลาเรียที่ถูกต้อง
- เพื่อค้นหาผู้ป่วยรายใหม่โดยการเจาะเลือดหาเชื้อมาลาเรียเพื่อจะรับการรักษาทันที
- ลงพื้นที่เจาะเลือดค้นหาผู้ป่วยไข้มาลาเรียรายใหม่
- พ่น UIV (พ่นละอองฝอย) แบบปูพรมพื้นที่เสี่ยงทุกกลุ่มบ้าน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีความตระหนักในการป้องกันตนเองและครอบครัวส่งผลให้อัตราป่วยด้วยโรคมาลาเรียลดลง 2. ผู้ป่วยรายใหม่ที่ยังไม่แสดงอาการสามารถได้รับการรักษาได้ทันทีส่งผลให้ลดการระบาดของโรคมาลาเรียในพื้นที่ 3. ทุกหลังคาเรือนในพื้นที่ระบาด A1A2 ได้รับการพ่นติดฝาผนัง …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….….