เจาะเลือดค้นหาผู้ป่วยและควบคุมป้องกันโรคไข้มาลาเรีย (02-26)
โรคมาลาเรีย ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญในประเทศไทย จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีแม้ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาในโรงพยาบาลมากขึ้นแต่อัตราตายจากมาลาเรียยังคงสูงและในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตทั่วโลกประมาณ 627,000 โดยส่วนใหญ่จะเสียชีวิตจากมาลาเรียขึ้นสมอง เป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชน สถานการณ์ทั่วไปโรคไข้มาลาเรียช่วง ปี 2560 2561 พบผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรีย 8,919 17 ,570 ราย อัตราป่วยด้วยโรคมาลาเรียต่อพันประชากร 0.14 , 0.21 ตามลำดับ โดยจังหวัดยะลา พบผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรีย เป็นพื้นที่หนึ่งที่มีการระบาดของโรคมาลาเรีย อย่างต่อเนื่องทุกปี จึงได้มีการเน้นให้มีการควบคุมโรคมาลาเรียเป็นนโยบายหลักของงานด้านสาธารณสุข อำเภอบันนังสตาเป็นอำเภอหนึ่งที่มีการระบาดของโรคมาลาเรียของจังหวัดยะลา โดยเฉพาะในเขตรับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกือลอง ปี 2563พบผู้ป่วย จำนวน 38ราย พบมากที่สุด หมู่ที่ 2บ้านกือลอง30รานหมู่ 6 บ้านตลาดนิคม3 ราย และหมู่ 9บ้านคีรีลาดพบผู้ป่วย5รายและพบการระบาดอย่างต่อเนื่อง สาเหตุจากยุงก้นปล่องที่เป็นพาหะนำโรค ประกอบกับสภาพพื้นที่ของตำบลที่มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการระบาดของโรค ความเสี่ยงของโรคลดได้โดยการป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด โดยใช้มุ้งหรือสารขับไล่แมลง หรือด้วยมาตรการควบคุมยุง เช่น การฉีดพ่นยาฆ่าแมลงหรือการระบายน้ำนิ่ง มียารักษาโรคหลายชนิดที่ป้องกันมาลาเรียในผู้ที่เดินทางไปยังบริเวณที่พบโรคมาลาเรียทั่วไป แนะนำให้ใช้ยารักษาโรคซัลฟาด็อกซีน/ไพริเมธามีน บางครั้งในทารกและหลังไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ในบริเวณซึ่งมีโรคมาลาเรียอัตราสูง โรคมาลาเรียยังไม่มีวัคซีนนอกจากนี้พฤติกรรมสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ ทำให้ไม่มีการตื่นตัวร่วมกันป้องกันและควบคุมโรคมาลาเรียจึงทำให้โรคไข้มาลาเรียมีการระบาดตลอดปีและมีการระบาดในทุกกลุ่ม ดังนั้นเพื่อไม่ให้มีการระบาดของโรคมาลาเรีย จึงต้องมีการป้องกัน โดยการสร้างความเข้าใจ ให้ความสำคัญ และให้ความร่วมมือในการพ่นสารเคมีตกค้างในบ้าน เพื่อให้เกิดความร่วมมือในชุมชนอย่างจริงจัง นำไปสู่การป้องกันโรคไข้มาลาเรียได้
-
เพื่อให้ประชาชนพื้นที่กลุ่มเป้าหมายมีการป้องกันตนเองจากไข้มาลาเรียที่ถูกต้อง50.00
ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีความตระหนักในการป้องกันตนเองและครอบครัวส่งผลให้อัตราป่วยด้วยโรคมาลาเรียลดลง
-
เพื่อค้นหาผู้ป่วยรายใหม่โดยการเจาะเลือดหาเชื้อมาลาเรียเพื่อจะรับการรักษาทันที60.00
ผู้ป่วยรายใหม่ที่ยังไม่แสดงอาการสามารถได้รับการรักษาได้ทันทีส่งผลให้ลดการระบาดของโรคมาลาเรียในพื้นที่
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง4345
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ลงพื้นที่เจาะเลือดค้นหาผู้ป่วยไข้มาลาเรียรายใหม่
กิจกรรมลงพื้นที่เจาะเลือดค้นหาผู้ป่วยไข้มาลาเรียรายใหม่ 1.ค่าวัสดุอุปกรณ์การเจาะเลือด - เข็มเจาะเลือด safety lancet SLOB(1 กล่อง 100 ชิ้น) จำนวน 40 กล่อง กล่องละ 120 บาท เป็นเงิน 4,800 บาท -สไลด์ (1 กล่อง 72 ชิ้น) จำนวน 40 กล่อง กล่องละ 90บาท เป็นเงิน 3,600 บาท -ถุงมือ จำนวน 20 กล่อง กล่องละ 130 บาท เป็นเงิน 1,950 บาท -สำลีก้อน (40g) จำนวน 50 ถุง ถุงละ 28 บาท เป็นเงิน 1,400 บาท
- แอลกอฮอล์(450ml) จำนวน 28 ขวดๆ 50 บาท เป็นเงิน 1,400 บาท
2.ค่ายานพาหนะ อสม.ลงพื้นที่เจาะเลือดค้นหาผู้ป่วย จำนวน 68 คน คนละ 100 บาท เป็นเงิน 6,800 บาท
รวมเงินกิจกรรมที่ 1 เป็นเงิน 19,950 บาท
1 กันยายน 2563 ถึง 31 ตุลาคม 2564ประชาชนพื้นที่เสี่ยงได้รับการตรวจ 4345 คน
19950.00 บาท -
พ่น UIV (พ่นละอองฝอย) แบบปูพรมพื้นที่เสี่ยงทุกกลุ่มบ้าน
.ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง
- น้ำมันเบนซิน 250 ลิตรๆละ 24 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท
-น้ำมันดีเซล 275 ลิตรๆละ 22 บาท เป็นเงิน 6,050 บาท
-น้ำมันสำหรับใส่รถยนต์ที่ใช้ในการพ่น วันละ 300 บาท x 10 วัน เป็นเงิน 3,000 บาท
- ค่าจ้างพ่น UIV 10 วันๆละ 300 บาท จำนวน 2 คน
เป็นเงิน 6,000 บาท
รวมเงินกิจกรรมที่ 2 เป็นเงิน 21,050 บาท
1 กันยายน 2563 ถึง 31 ตุลาคม 2564หมู่ 2,4,6 ได้รับการพ่นหมอกควันแบบละอองฝาก ทุกหลังคาเรือน
21050.00 บาท
ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีความตระหนักในการป้องกันตนเองและครอบครัวส่งผลให้อัตราป่วยด้วยโรคมาลาเรียลดลง 2. ผู้ป่วยรายใหม่ที่ยังไม่แสดงอาการสามารถได้รับการรักษาได้ทันทีส่งผลให้ลดการระบาดของโรคมาลาเรียในพื้นที่ 3. ทุกหลังคาเรือนในพื้นที่ระบาด A1A2 ได้รับการพ่นติดฝาผนัง …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….….
